108health.com : สุขภาพ ผู้หญิง การลดน้ำหนัก อาหารเพื่อสุขภาพ แฟชั่น ครอบครัว ท่องเที่ยว
  สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ  
 
คลิปวีดีโอ คลิปวีดีโอ ฟังวิทยุ ฟังวิทยุ โปรโมชั่นแนะนำ โปรโมชั่นแนะนำ Blog Blog gallery gallery เกี่ยวกับเรา เกี่ยวกับเรา
      หน้าแรก » บล็อกMomybaby
บล็อก <?=Momybaby?> บล็อกMomybaby
ปรับปรุงล่าสุด : 2011-05-18
โดย : momy baby | จำนวนบทความ : 145 บทความ | หมวด : คุณแม่-คุณพ่อนักเขียน
เบาหวานกับแม่ตั้งครรภ์

เบาหวานเป็นโรคที่กิดได้ ไม่เว้นแม้แต่คุณแม่ตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อน แต่ถ้าได้รับการตรวจและดูแลรักษาตั้งแต่เนินๆ ก็จะช่วยให้คุณแม่ตั้งครรภ์ได้อย่างปลอดภัย

 

การตั้งครรภ์ : เบาหวาน

การตั้งครรภ์ของคุณแม่มีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่เป็นเบาหวานได้นะครับ ดังนั้นคุณแม่ที่มีแนวโน้มจะเป็นเบาหวานหรือคุณแม่ที่เป็นเบาหวานอยู่แล้ว จะมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น หรือปรากฏอาการของเบาหวานมากขึ้น มีผลมาจากฮอร์โมนจากการตั้งครรภ์ ซึ่งผลนี้จะเห็นมากขึ้นตามอายุครรภ์ที่เพิ่มขึ้น

ผู้ป่วยเบาหวานในระหว่างการตั้งครรภ์แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่มีความผิดปกติของคาร์โบไฮเดรตทุกระดับความรุนแรงซึ่งอาจจะเพิ่งเกิดขึ้น หรือเพิ่งตรวจพบครั้งแรกในระหว่างการตั้งครรภ์ ทุกคนมีความจำเป็นที่จะต้องตรวจติดตามต่อไปในระยะหลังคลอด เพราะพบว่าครึ่งหนึ่งของ gestational diabetes mellitus (GDM) จะกลายเป็น overt DM ภายใน 20 ปี และกลุ่ม pregestational diabetes mellitus หมายถึงผู้ป่วยที่รู้ว่าเป็นเบาหวานก่อนการตั้งครรภ์

เบาหวานนับเป็นภาวะแทรกซ้อนทางอายุรกรรมที่พบบ่อยในระหว่างการตั้งครรภ์ ในปัจจุบันผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานเพิ่มขึ้นทั่วโลก และส่วนหนึ่งก็พบในหญิงวัยเจริญพันธุ์ ทำให้อุบัติการณ์ของภาวะเบาหวานแทรกซ้อนในหญิงตั้งครรภ์สูงขึ้น เช่นในอเมริกาพบร้อยละ 3-5 ของหญิงตั้งครรภ์ทั้งหมดทีเดียว

Gestational diabetes mellitus หมายถึงผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของคาร์โบไฮเดรต เมตาบอลิซึม ทุกระดับความรุนแรงที่เพิ่งเกิดขึ้นหรือเพิ่งตรวจพบในระหว่างการตั้งครรภ์ ซึ่งผู้ป่วยอาจเป็นเบาหวานมาก่อนหน้านี้ แต่ผู้ป่วยและแพทย์ผู้ดูแลไม่ทราบมาก่อน เราจะพบอุบัติการณ์ของการเกิด GDM ในสหรัฐอเมริกกประมาณร้อยละ 2-3 ของหญิงตั้งครรภ์เดี่ยว และเพิ่มมากขึ้นในผู้ป่วยที่มีครรภ์แฝดครับ

 

แม่กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน

กลุ่มคุณแม่ที่มีปัจจัยเสี่ยงสูง ได้แก่ คุณแม่อ้วน ตรวจพบน้ำตาลในปัสสาวะ เคยคลอดทารกตัวโต เคยคลอดทารกเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ เคยคลอดทารกพิการโดยไม่ทราบสาเหตุ มีประวัติเบาหวานในครอบครัว ตั้งครรภ์แฝดน้ำ ประวัติทารกคนก่อนมีน้ำตาลต่ำแรกคลอดโดยไม่ทราบสาเหตุ มีความดันโลหิตสูงเรื้อรัง พบภาวะความดันโลหิตสูงจากการตั้งครรภ์ คุณแม่อายุมากกว่า 30 ปี

ในคุณแม่ที่มีประวัติ GDM ในครรภ์ก่อน ผู้ป่วยที่อ้วนมาก มีประวัติเคยคลอดทารกตัวโตหรือตายตอนคลอด มีประวัติเบาหวานในครอบครัว หรือกำลังได้รับการรักษาด้วย Steroid สมควรได้รับการคัดกรองเมื่อเริ่มตั้งครรภ์ ถ้าผลปกติแนะนำให้ตรวจซ้ำอีกครั้งเมื่ออายุครรภ์ระหว่าง 24-28 สัปดาห์ครับ

ในผู้ป่วยเบาหวานจะมีการเพิ่มขึ้นของอัตราตายของทารกปริกำเนิดอย่างชัดเจนจาก การเพิ่มของอัตราการผ่าตัดคลอด อันตรายจากทารกตัวโต และการเพิ่มขึ้นของอัตราทุพลลภาพในทารกเนื่องจากการบาดเจ็บ ชอกช้ำจากการคลอด

 

การรักษา

การรักษา GDM จึงต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยการควบคุมด้วยอาหารและการฉีดอินซูลิน สำหรับการควบคุมด้วยอาหาร นักโภชนาการมีบทบาทสำคัญในการให้คำปรึกษาและแนะนำอาหารที่ควรรับประทานแก่ผู้ป่วยโดยมีเป้าหมายเพื่อให้อาหารเพียงพอต่อมารดาและทารก และควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

อาหารที่แนะนำให้รับประทานจะประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรตร้อยละ 55 โปรตีนร้อยละ 20 ไขมันร้อยละ 25 โดยแบ่งออกเป็น 3 มื้อหลักและ 3 มื้อเสริม เพื่อป้องกันการเพิ่มหรือลดของน้ำตาลมากเกินไป

 

เบาหวาน..ผลต่อลูกและแม่

ผลกระทบของเบาหวานต่อทารก จะประกอบด้วยการแท้งบุตร ความพิการแต่กำเนิดที่พบบ่อยที่สุด คือระบบหัวใจ รองมาคือระบบประสาท และระบบโครงกระดูก ซึ่งความผิดปกติของการควบคุมระดับน้ำตาลที่ดีในช่วงระหว่างการพัฒนาการของทารก คือ ระหว่าง 3?6 สัปดาห์ หลังปฏิสนธิจะสามารถลดความพิการของทารกในครรภ์

ส่วนผลกระทบต่อคุณแม่ที่เป็นเบาหวานก่อนการตั้งครรภ์ มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนทางสูติกรรมและทางอายุรกรรมเพิ่มขึ้น ความรุนแรงจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการเป็นเบาหวานและความรุนแรงของเบาหวานที่เป็น โดยอัตราตายของแม่จะเพิ่มขึ้น 10 เท่า ในผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อน

ทารกที่ได้รับนมคุณแม่หลังคลอดจะมีโอกาสเกิดเบาหวานน้อยกว่าทารกที่ได้รับนมวัวตั้งแต่แรกเกิด ดังนั้นจึงควรส่งเสริมให้ทารกที่คลอดจากคุณแม่ที่เป็นเบาหวานได้รับนมแม่เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

แต่พบว่ากุมารแพทย์ส่วนใหญ่มักนิยมแยกทารกไว้ในหน่วยบริบาลทารกแรกเกิดพิเศษ เพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำตาลในทารก 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด โดยการตรวจน้ำตาลทุก 4?6 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นอุปสรรคในการให้นมคุณแม่และผูกพันระหว่างแม่และทารก มีผลทำให้กระทบการสร้างน้ำนมในคุณแม่ช้าลงครับ

 

คุณแม่ทั้งหลายสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

http://www.momypedia.com/knowledge/pregnancy/detail.aspx?no=29135

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  http://www.momypedia.com/

 

Share |
เมื่อวันที่ : 2011-04-01 | อ่าน : 2342 ครั้ง | ความเห็น : 0 ความเห็น
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น
รายละเอียด
108บล็อกเกอร์
บล็อกที่แสนจะเต็มไปด้วยชีวิตชีวา