108health.com : สุขภาพ ผู้หญิง การลดน้ำหนัก อาหารเพื่อสุขภาพ แฟชั่น ครอบครัว ท่องเที่ยว
  สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ  
 
คลิปวีดีโอ คลิปวีดีโอ ฟังวิทยุ ฟังวิทยุ โปรโมชั่นแนะนำ โปรโมชั่นแนะนำ Blog Blog gallery gallery เกี่ยวกับเรา เกี่ยวกับเรา
      หน้าแรก » บล็อกMomybaby
บล็อก <?=Momybaby?> บล็อกMomybaby
ปรับปรุงล่าสุด : 2011-05-18
โดย : momy baby | จำนวนบทความ : 145 บทความ | หมวด : คุณแม่-คุณพ่อนักเขียน
แม่ท้องทำงาน อย่างนี้สิปลอดภัย
จะเป็นแม่ท้องทำงานทั้งที ต้องมีเทคนิควิธีดูแลทั้งตัวเองและที่ทำงานให้ปลอดภัย สุขสบาย ราบรื่นจนถึงวันคลอดเลยจ้ะ

สภาพ เศรษฐกิจเช่นในปัจจุบันบีบบังคับให้ครอบครัวส่วนใหญ่ที่เพิ่งจะเริ่มต้น ชีวิตครอบครัว จำเป็นต้องช่วยกันทำมาหากินทั้งคู่ ยิ่งถ้าเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมาก็หมายถึงค่าใช้จ่ายที่จะต้องเพิ่มขึ้นอีกใน อนาคต ก็ยิ่งจำเป็นต้องหารายได้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงวันที่ทั้งคุณพ่อและคุณแม่พร้อมใจกันจะมีสมาชิกใหม่ ความวุ่นวายและกังวลใจย่อมเกิดขึ้นตามมา โดยเฉพาะกับตัวคุณแม่ที่ต้องทำงานนอกบ้าน สภาพร่างกายและจิตใจที่เปลี่ยนแปลงไปในระหว่างการตั้งครรภ์ย่อมส่งผลต่อการ ดำเนินชีวิตและการทำงานประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

แม่ท้อง (ปกติ) ทำงานได้และดีด้วย

ทันที ที่ทราบว่าตั้งครรภ์ คุณแม่บางท่านอาจขอหยุดพักงานจนกว่าจะคลอดบุตรแล้วจึงค่อยกลับมาทำงานใหม่ เนื่องจากกลัวว่าลูกในครรภ์จะต้องตรากตรำงานหนักไปด้วย พอได้พักงานนอนอยู่บ้านเฉยๆ กลับมีความเครียด เกิดความกังวล นอนไม่หลับ เพราะไม่มีเพื่อน ไม่มีสังคมและขาดรายได้ไป ความเงียบเหงากลับเข้ามาแทนที่ ทำให้สภาพร่างกายและจิตใจแย่ลงไป แทนที่ลูกในครรภ์จะแข็งแรง กลับมีปัญหาหลายอย่างตามมา เช่น ตัวเล็กกว่าทารกปกติทั่วไปเพราะคุณแม่ทานอาหารไม่ค่อยได้ นอนไม่หลับซะอีก ดังนั้นคุณแม่สามารถทำงานต่อไปได้ค่ะถ้าเป็นการตั้งครรภ์ตามปกติ

สภาพ แวดล้อมในสถานที่ทำงานและเพื่อนร่วมงานที่คุ้นเคยจะช่วยให้คุณแม่มีสภาพจิต ใจที่แจ่มใส ร่าเริง การทำงานที่ชอบยังช่วยให้คุณแม่มีความสุข ถ้าคุณแม่ทำงานที่ต้องเคลื่อนไหวบ่อยๆ จะทำให้คุณแม่คลอดง่ายขึ้น การทำงานที่ต้องใช้แรงบ้างก็คล้ายกับการออกกำลังกายจะช่วยให้ทารกได้ออก กำลังกายไปด้วย นอกจากจะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของทารกแล้วยังทำให้ทารกตัวไม่ใหญ่เกินไป และยังเป็นการเตรียมกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกรานสำหรับการคลอดด้วย

นอก จากนี้ คุณแม่ยังสามารถทำงานนอกบ้านได้ตลอดระยะเวลาของการตั้งครรภ์ และสามารถทำงานได้จนถึงวันที่คุณแม่เริ่มเจ็บครรภ์คลอดเลยค่ะ ในกรณีที่งานของคุณแม่ไม่หนักนัก ไม่ต้องใช้แรงงานมากคงไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่ถ้าคุณแม่ทำงานที่ต้องใช้แรงงานมาก ต้องอดหลับอดนอนในยามวิกาล ควรขอความกรุณาจากหัวหน้างานให้ลดภาระงานลงหรือเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่การงาน รวมทั้งเปลี่ยนเวลาการทำงานมาอยู่ในเวลากลางวันตามปกติ เพื่อลดความเครียดจากงานและสามารถพักผ่อนได้อย่างพอเพียง หมอเชื่อว่าคงไม่มีหัวหน้างานคนไหนปฏิเสธหรอกค่ะ

 

ทำงานสุขใจกับออฟฟิศในฝัน

* เพิ่มความอ่อนโยนให้ห้องสี่เหลี่ยม

สำหรับ คุณแม่ที่ต้องทำงานในออฟฟิศ ซึ่งส่วนใหญ่สถานที่ทำงานมักจะเป็นห้องสี่เหลี่ยม (อาจจะเล็กหรือใหญ่ก็ได้) บางที่ดีหน่อยมีหน้าต่างหรือกระจกโปร่งใสสามารถมองทะลุมายังภายนอกให้พักสาย ตาได้บ้าง แต่บางที่มีแต่ผนังปูนแถมยังไม่มีวอลล์เปเปอร์ติดอีก มองไปทางไหนก็รู้สึกแห้งแล้งไปหมด คุณแม่ที่ต้องอยู่ในสภาพอย่างนั้นทั้งวันอาจเกิดความเครียดได้ ดังนั้นจึงควรจัดสภาพแวดล้อมในที่ทำงานให้สดชื่นมากขึ้น อาจติดรูปวิวสวยๆ หรือรูปเด็กน่ารักไว้ หาแจกันดอกไม้มาประดับไว้สักใบก็น่าจะดีไม่น้อยค่ะ

 

* นั่งหน้าจอให้ถูกวิธี

ปัจจุบัน นี้เป็นยุคโลกาภิวัตน์ คุณแม่เกือบทุกท่านที่ทำงานในออฟฟิศคงหนีไม่พ้นการนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ นั่งพิมพ์นั่งเขียนนั่งบ่นอยู่คนเดียวทั้งวัน งานที่ทำก็ต้องนั่งในท่าเดิมๆ เป็นระยะเวลานานๆ ถ้าท่านั่งไม่เหมาะสมร่างกายคุณแม่จะเกิดความเมื่อยล้าได้ คุณแม่จึงควรนั่งให้ถูกวิธี ท่านั่งที่เหมาะสมก็คือนั่งลึกให้เต็มเก้าอี้และหลังพิงพนักเก้าอี้ ช่วงระหว่างขาอ่อนและเก้าอี้ควรเหลือช่องขนาดให้นิ้วมือสอดเข้าไปได้เพื่อลด แรงกดและให้เลือดไหลเวียนสะดวกขึ้น

ถ้า คุณแม่ตั้งครรภ์ในช่วง 6-7 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ท้องใหญ่มาก หน้าท้องที่ใหญ่จะดึงให้กล้ามเนื้อบริเวณหลังแอ่นโย้มาทางด้านหน้า คุณแม่อาจใช้หมอนหนุนบริเวณกล้ามเนื้อหลังก็จะช่วยลดความตึงของกล้ามเนื้อลง ไปได้ อย่าลืมปรับระยะห่างและความสูงของอุปกรณ์ต่างๆ ให้เหมาะสมกับระดับสายตาของคุณแม่ด้วย ควรให้จอภาพอยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 10-20 องศา ปรับความสว่างบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมจะช่วยให้คุณแม่ไม่ปวดตา อ่านตัวอักษรได้ง่ายขึ้น

 

* ดูแลสายตาด้วยนะ

ปัญหา ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือความล้าของสายตา คุณแม่อาจจะรู้สึกเคืองตา มีอาการระคายตา ตาแห้ง เนื่องจากหน้าจอคอมพิวเตอร์มีความสว่างมากเกินไป หรือในห้องทำงานมีความสว่างมากกว่าปกติ แทนที่จะเกิดผลดีกลับทำให้คุณแม่รู้สึกปวดตามากขึ้นไปอีกเนื่องจากเกิดแสง สะท้อนที่หน้าจอภาพ จนเป็นสาเหตุให้เกิดความล้าของสายตาได้ ควรติดผ้าม่านหรือบานเกร็ดเพื่อช่วยปรับแสงสว่างในห้องไม่ให้จ้าเกินไป

คุณ แม่ควรละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วมองออกไปไกลๆบ้าง และควรพักสายตาประมาณ 10 นาทีต่อ 1 ชั่วโมงการทำงาน จะลดอาการปวดตาของคุณแม่ลงไปได้มาก ในระหว่างการพักสายตาก็อาจบริหารกล้ามเนื้อตาด้วยการกลอกตาไปมา อาจใช้ผ้าชุบน้ำเย็นวางบนบริเวณเปลือกตาทั้ง 2 ข้าง ก็น่าจะทำให้รู้สึกสดชื่นมากขึ้นค่ะ

 

คุณแม่สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
http://www.momypedia.com/knowledge/pregnancy/detail.aspx?no=22815
ขอขอบคุณข้อมูลจาก  http://www.momypedia.com/


Share |
เมื่อวันที่ : 2011-05-17 | อ่าน : 960 ครั้ง | ความเห็น : 0 ความเห็น
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น
รายละเอียด
108บล็อกเกอร์
บล็อกที่แสนจะเต็มไปด้วยชีวิตชีวา