108health.com : สุขภาพ ผู้หญิง การลดน้ำหนัก อาหารเพื่อสุขภาพ แฟชั่น ครอบครัว ท่องเที่ยว
  สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ  
 
คลิปวีดีโอ คลิปวีดีโอ ฟังวิทยุ ฟังวิทยุ โปรโมชั่นแนะนำ โปรโมชั่นแนะนำ Blog Blog gallery gallery เกี่ยวกับเรา เกี่ยวกับเรา
      หน้าแรก » บล็อกMomybaby
บล็อก <?=Momybaby?> บล็อกMomybaby
ปรับปรุงล่าสุด : 2011-05-18
โดย : momy baby | จำนวนบทความ : 145 บทความ | หมวด : คุณแม่-คุณพ่อนักเขียน
ทำหมัน...เรื่องแมนๆ ของผู้ชาย
คราว นี้มีประสบการณ์สำคัญของคุณพ่อป้อม จิระศักดิ์ มัณฑางกูร มาเล่าให้ฟังค่ะ เรียกได้ว่าเป็นฮีโร่ของคุณแม่เลยก็ว่าได้ ก็ประสบการณ์ขึ้นเขียงทำหมันน่ะสิคะ เพราะผู้ชายหนึ่งใน 0.3 % เท่านั้นแหละค่ะที่กล้าทำหมัน (สถิติของผู้เข้ารับการทำหมันชายในแต่ละปี จากวิธีคุมกำเนิดทั้งหมด ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข)

"ทุก วันนี้ชีวิตคนเรามีความเสี่ยงจากการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันกันมากมายหลาย ด้าน แต่มีความเสี่ยงอยู่อย่างหนึ่งที่บางคนอาจมองว่า เสี่ยงสูง บางคนอาจมองว่าไม่เสี่ยง นั่นคือ ความเสี่ยงในการ
ตั้งครรภ์ สำหรับคนที่คิดว่ามีลูกเพียงพอแล้ว ไม่อยากมีอีกคนเพราะจะจนไปอีกหลายปี ก็ถือว่า กรณีนี้มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน...

ผมเอง มีลูก 2 คน หญิงคน ชายคน ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว ผมเลยขันอาสาว่างั้นผมจะไปเฉือนทิ้ง เอ๊ย ไปทำหมันเอง...อิ อิ...ในที่สุดก็โทรไปหาเพื่อนที่เป็นหมออยู่ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า หลังจากได้คำแนะนำก็เลยให้เพื่อนจัดการนัดหมอพร้อมกับทำบัตรผู้ป่วยเตรียม ไว้ให้เลย

ผมลางาน 1 วัน จะไปขึ้นเขียงทั้งทีก็ต้องอาบน้ำพิถีพิถันหน่อย ตื่นมาอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณ ยิ่งส่วนที่จะเปิดเผยต่อสาธารณชนก็ต้องทำความสะอาดเป็นพิเศษ อ่านเจอในอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับการไป
ทำหมัน เขาบอกว่าควร Shave ไปให้เรียบร้อย จะได้ไม่เสียเวลา และจะได้ไม่โดนพยาบาลมาจับพลิกคว่ำพลิกหงาย Shave ให้เราแทน

ไปถึงโรงพยาบาลตอน 8 โมงกว่าๆ ผมก็เดินไปห้องผ่าตัด ซึ่งเพื่อนที่เป็นหมอเอาเอกสารมาวางรอไว้ให้แล้ว เลยได้เข้าเป็นรายแรกเลย ระหว่างนั้นพยาบาลสาวๆ 3 คน ในห้องผ่าตัดก็ให้ผมเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อสวมชุดสำหรับขึ้นเขียงเสร็จแล้วคุณพยาบาลก็สั่งให้ขึ้นไปนอนรอบนเตียง พอพยาบาลเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือเสร็จสรรพแล้ว หมอก็บอกว่า แป๊บเดียวนะครับ 5 นาทีก็เสร็จ

และ แล้วผมก็รู้สึกเย็นวาบๆ ด้วยแอลกอฮอล์ที่หมอเอามาเช็ดไปทั่วๆ เอ๊ย หมอจะฉีดยาชาแล้วนะครับ เจ็บนี้ดดดด....นึงนะครับ แล้วความรู้สึกก็รับรู้ได้ว่า โดนเข็มจิ้มไป 2-3 จึ๊ก ตรงลูกบอลทางซ้ายก่อน สักพักก็รู้สึกดื้อๆ ดันๆ หมอบอกว่าเดี๋ยวหมอจะดึงท่อน้ำเชื้อออกมาตัดแล้วผูกนะครับ อาจรู้สึกหน่วงๆ หน่อยนะครับ ก็เป็นจริงตามที่หมอว่า ก็เหมือนโดนใครเตะผ่าหมาก รู้สึกจุกๆ เล็กน้อยแต่ก็แป๊บเดียว จากนั้นหมอดึงๆ ตัดๆ ผูกๆ แล้วก็โยนบอลจากปีกซ้ายส่ง
เลี้ยงลูกบอล ทางปีกขวามั่ง เข็มก็จิ้มๆๆๆๆ ให้พอสะดุ้งอีกรอบ พอเริ่มชาก็รู้สึกหน่วงๆ จุกๆ ทางขวาอีกรอบก็เสร็จแล้วครับ แล้วหมอก็บอกว่าจะเย็บปิดแผลนะครับ เป็นไหมละลาย ไม่ต้องมา (เปิดโชว์เพื่อ) ตัดไหมนะครับ 2-3 วันก็แกะผ้าปิดแผลได้เลย

อี ตอนที่หมอมาเย็บข้างซ้ายเนี่ย ผมว่ายาชามันหมดฤทธิ์หรือไงไม่ทราบ รู้สึกเจ็บตอนเย็บพอสมควร แต่ข้างขวาคงยังชาอยู่เลยไม่รู้สึกอะไร จากนั้นคุณพยาบาลเธอเอาท่อที่โดนตัดออกมาให้ดู ถามว่าจะเก็บไปเป็นที่ระลึกมั้ยคะ ผมว่า เอ้อ... ไม่ล่ะครับ แหะๆ ที่เห็นก็เป็นท่อสัก 1 มม. โดนตัดออกมาความยาวสัก 2 มิลลิเมตร และต่อไปนี้ความเสี่ยงด้านนี้ขอ
ครอบครัวก็คงมลายหายไปแล้วล่ะคร้าบบบบ..."

สำหรับคุณพ่อท่านไหนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ ก็อย่าช้าเลยนะคะรีบตัดสินใจซะ เห็นมั้ยล่ะ ไม่ยากอย่างที่คิดเลย

คุณแม่สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
http://www.momypedia.com/knowledge/pregnancy/detail.aspx?no=11387
ขอขอบคุณข้อมูลจาก  http://www.momypedia.com/
Share |
เมื่อวันที่ : 2011-05-18 | อ่าน : 1157 ครั้ง | ความเห็น : 0 ความเห็น
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น
รายละเอียด
108บล็อกเกอร์
บล็อกที่แสนจะเต็มไปด้วยชีวิตชีวา