108health.com : สุขภาพ ผู้หญิง การลดน้ำหนัก อาหารเพื่อสุขภาพ แฟชั่น ครอบครัว ท่องเที่ยว
  สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ  
 
คลิปวีดีโอ คลิปวีดีโอ ฟังวิทยุ ฟังวิทยุ โปรโมชั่นแนะนำ โปรโมชั่นแนะนำ Blog Blog gallery gallery เกี่ยวกับเรา เกี่ยวกับเรา
      หน้าแรก » บล็อกหมอเอ้
บล็อก <?=หมอเอ้?> บล็อกหมอเอ้
ทุกปัญหาปรึกษาหมอเอ้, because I am the Man with the Plan.
ปรับปรุงล่าสุด : 2013-07-23
โดย : คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส | จำนวนบทความ : 25 บทความ | หมวด : ปรึกษาคุณหมอ
เพราะลูก...คือทุกสิ่งอย่างของชีวิต

?Stem Cell? เพราะลูก...คือทุกสิ่งอย่างของชีวิต

 

เมื่อประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หมอเอ้ได้มีโอกาสไปเดินเที่ยวงาน ?Baby Best Buy? ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายในงานก็มีข้าวของเครื่องใช้สำหรับเด็กมากมายหลายพันชนิด ทำให้หมอเอ้ตื่นเต้นเป็นที่สุด ภายในงานหมอเอ้ก็ได้มีโอกาสสัมผัสกับความรักที่พ่อ-แม่ มีต่อลูก ๆ

หมอเอ้สัมผัสและรู้สึกได้ว่าไม่ว่าจะเป็นชนชั้นใดหรือเชื้อชาติใด เขาจะร่ำรวยหรือยากจน พ่อและแม่ทุกคนก็ล้วนแต่รักลูกด้วยกันทั้งนั้น บ้างก็หยิบจับเสื้อผ้า บ้างก็รถเข็น บ้างก็ถอนหายใจที่เงินในมืออาจจะเป็นเงินก้อนสุดท้ายสำหรับเดือนนี้ แต่ที่สุดก็ต้องตัดใจซื้อสิ่งของให้ลูกรัก เพื่อให้ลูกได้ในสิ่งที่ควรจะได้และมีในสิ่งที่ควรจะมี ดังนั้นถ้าในขณะนี้ผู้อ่านท่านใดที่คิดว่าตนเองยังคงมีคนเรียกว่า ?ลูก?ท่านก็ควรที่จะสำนึกในพระคุณของพ่อและแม่ได้แล้วว่ามันยิ่งใหญ่เพียงใด

 

นอกจากนี้ภายในงานหมอเอ้ยังมีโอกาสได้รู้จักกับศัพท์ทางเทคโนโลยีการแพทย์มากยิ่งขึ้น นั่นก็คือ คำว่า ?สเต็มเซลล์ (Stem Cells)? ก่อนหน้านั้นหมอเอ้เคยได้ยินมาบ้างแต่ก็ไม่ได้เข้าไปศึกษาเท่าไรนัก เพราะคาดว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวรวมถึงมีราคาแพงและไม่สำคัญกับหมอเอ้เท่าไรนัก แต่หลังจากหมอเอ้ได้ฟังทางผู้แทนขายได้บรรยายถึงความสำคัญของสเต็มเซลล์ ก็ทำให้หมอเอ้ได้ตระหนักว่า สิ่งนี้แหละน่าจะเป็น ?ของขวัญชิ้นแรกสำหรับลูกน้อย?

 

มาดูกันนะครับว่าสเต็มเซลล์ คืออะไร?

หลังจากที่หมอเอ้ได้ฟังการอธิบายจากผู้แทนขายแล้ว หมอเอ้ก็กลับบ้านไปทำการศึกษาเพิ่มเติมถึงรายละเอียดของสเต็มเซลล์ ซึ่งก็ได้ใจความสำคัญว่า

?สเต็มเซลล์คือ เซลล์ต้นกำเนิดที่ยังไม่มีหน้าที่จำเพาะ จะต้องรอการกระตุ้นและสั่งการของระบบในร่างกายให้ไปเป็นเซลล์ที่จำเพาะสำหรับการทำงานที่จำเพาะต่างๆในร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น เซลล์กล้ามเนื้อของหัวใจ เซลล์กระดูก หรือ เซลล์อะไรก็ได้ที่มีอยู่ในร่างกาย?

 

แหล่งที่มาของสเต็มเซลล์นั้น ได้จาก 3 แหล่งใหญ่ คือ


1. เลือด
สเต็มเซลล์ที่ได้จากเลือดจะมีปริมาณน้อยมาก ดังนั้นเพื่อให้ได้ปริมาณของสเต็มเซลล์ที่เพียงพอต่อการรักษาจึงต้องมีการกระตุ้นให้ไขกระดูกปลดปล่อยสเต็มเซลล์ ออกมาสู่ระบบเลือดมากขึ้น โดยการฉีดยากระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว หรือที่เรียกว่า G-CSF (Granulocyte Colony Stimulating Factor) เข้าไป และทำการเก็บสเต็มเซลล์ ด้วยเครื่องมือพิเศษ

ข้อดีคือ สามารถเก็บ Stem Cell ได้ตามจำนวนที่ต้องการนำไปปลูกถ่ายในผู้ป่วย

ข้อเสียคือ อาจมีผลข้างเคียงจากการใช้ยา G-CSF และ Stem Cell ที่ได้จะมี T-Cell ซึ่งเป็นเสมือนหน่วยความทรงจำว่าร่างกายเคยเป็นโรคอะไรมาแล้วบ้าง ซึ่งT-Cell นี้อาจทำให้ร่างกายไม่ยอมรับการปลูกถ่าย


2. ไขกระดูก (การปลูกถ่ายไขกระดูก)
ข้อดีคือ ในกระดูกมี Stem Cell มากเพียงพอที่จะนำมาใช้

ข้อเสียคือ วิธีการนำมาใช้ค่อนข้างซับซ้อนและเจ็บ วิธีทำคือ ผู้ให้จะต้องถูกวางยาสลบและทำในห้องศัลยกรรมของโรงพยาบาล โดยแพทย์จะเจาะเข้าไปบริเวณกระดูกเชิงกรานให้ถึงไขกระดูก แล้วดูด Stem Cell ที่อยู่ในโพรงไขกระดูกให้เพียงพอกับจำนวนที่ต้องใช้ และต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล 1 วัน และกลับไปพักฟื้นอีกอย่างน้อยราวสัปดาห์

3. เลือดในสายสะดือ

เลือดที่ได้จากสายสะดือนั้น มีเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดอยู่มากมาย ซึ่งเซลล์เหล่านี้ยังไม่พัฒนาไปทำหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่งโดยเฉพาะ  งานวิจัยบางชิ้นกล่าวว่าเซลล์ต้นกำเนิดจะมีปริมาณสูงสุดในช่วงอายุครรภ์ที่ 32-41 ด้วยเหตุนี้เอง เลือดจากสายสะดือที่เก็บรวบรวมเมื่อเวลาหลังคลอดจึงอุดมไปด้วยเซลล์ต้นกำเนิด แต่เดิมนั้นเราคิดกันว่าเซลล์ต้นกำเนิดนั้นมีแต่ในไขกระดูกของผู้ใหญ่และ กระแสเลือดเท่านั้น แต่ปัจจุบันนี้มีการค้นพบว่าปริมาณเซลล์ต้นกำเนิดที่อยู่ในเลือดจากรกมี มากกว่าที่พบในไขกระดูกและในกระแสเลือดถึง 10 เท่า ด้วยความสามารถพิเศษในการเพิ่มปริมาณตัวเองและสามารถพัฒนาไปทำหน้าที่ต่างๆ ในร่างกายได้ จึงสามารถนำเซลล์ต้นกำเนิดไปใช้ในการรักษาทางการแพทย์ได้มากมาย

 

ดังนั้นจะเห็นว่าสเต็มเซลล์ที่ได้จากรกจะมีคุณภาพที่ดีที่สุดก็ว่าได้

 

ทำไมต้องเป็นสเต็มเซลล์ที่ได้จากสายสะดือ

1. สามารถหาได้ง่าย แยกได้ง่ายและไม่ต้องผ่าตัดทั้งทารกและมารดา
2. บริสุทธิ์ ลดการปนเปื้อนจากรังสี เชื้อโรคและยาต่างๆ
3. สามารถแบ่งตัวใหม่ได้ มีความยืดหยุ่นสูง และสามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์ต่างๆ ได้หลากหลาย
4. ความพร้อมในการใช้งานได้ทันท่วงที
5. มีการต่อต้านต่ำ ลดโอกาสในการเกิดโรค GVHD (โรคที่เกิดจากภาวะแทรกซ้อน) ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
6. มีความยืดหยุ่นของการเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อสูง เลือดจากรกและจากสายสะดือมีข้อกำหนดในการเข้ากันได้ของ HLA น้อย

กว่าไขกระดูกและเลือดในร่างกาย
7. มีค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บต่ำ เลือดจากรกและจากสายสะดือมาพร้อมกับทารกเมื่อคลอด การรวบรวมและเก็บรักษาจึงมีต้นทุนต่ำกว่าค่าใช้จ่ายในการเก็บรวบรวมไขกระดูกมาก

ประโยชน์ที่ได้จากการเก็บสเต็มเซลล์จากสายสะดือ

 

ปัจจุบันนี้เซลล์ต้นกำเนิดจากเลือดสายสะดือสามารถนำไปใช้รักษาโรคต่างๆ ได้มากกว่า 80 โรค ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้คือ

1.       กลุ่มโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว

2.       กลุ่มที่เซลล์เม็ดเลือดมีความผิดปกติ เช่น ธาลัสซิมีย โรคโลหิตจาง

3.       กลุ่มโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเมตาบอลิซึม

4.       กลุ่มโรคที่ระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ เช่น เอสแอลอี

 

เพราะฉะนั้นหมอเอ้คิดว่าถ้าหากลูกของเราเป็นผู้หนึ่งที่อยู่ในภาวะกลุ่มเสี่ยงของโรคเหล่านั้น เราก็ควรที่จะเก็บสิ่งนี้ไว้ให้เขาเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในยามที่เราจำเป็นต้องใช้

 

อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสเต็มเซลล์นั้นมีราคาค่อนข้างที่จะสูงมาก บริษัทเอกชนบางรายค่าจัดเก็บนั้นมีมูลค่าสูงเหยียบแสนเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้เรื่องของราคาจะขึ้นอยู่กับกระบวนการจัดเก็บเป็นหลัก เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดของการเก็บสเต็มเซลล์คือ ความสามารถในการนำไปใช้ได้ในเวลาที่เราต้องการจริง ๆ ถึงแม้ว่าวันเวลาจะผ่านไปสิบปี ยี่สิบปี หรือ มากกว่าห้าสิบปีก็ตาม

 

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเรื่องของสเต็มเซลล์จะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่สำหรับคนไทย รวมถึงหลักฐานการรักษาทั้งทางวิทยาศาสตร์และทางการแพทย์จะยังไม่ได้รับการพิสูจน์มากสักเท่าไร แต่หมอเอ้ซึ่งก็อยู่ในวงการทางด้านสุขภาพก็เชื่อว่า ไม่ช้าก็เร็ว เรื่องของสเต็มเซลล์น่าจะได้รับการยอมรับมากขึ้น รวมถึงสามารถนำไปรักษาโรคร้ายต่าง ๆ ได้ไม่มากก็น้อย และถึงแม้ว่าราคาของการเก็บสเต็มเซลล์จะค่อนข้างสูงเพียงใด หมอเอ้ก็จะพยายามที่จะหาเงินมาให้จนได้ เพื่อเป็นของขวัญที่เปรียบเสมือนทรัพย์สมบัติอันล้ำค่าและเป็นหลักประกันทางสุขภาพให้กับลูกน้อยที่กำลังจะเกิดในไม่กี่วันข้างหน้า ให้เขาได้เติบโตและเป็นผู้ที่มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงต่อไปได้นานเท่านาน ตราบเท่าที่หมอเอ้จะดูแลเขาได้...

 

ปล. ขอขอบคุณทางบริษัท Thai Health Baby ที่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องสเต็มเซลล์สำหรับข้าพเจ้า

Share |
เมื่อวันที่ : 2010-02-16 | อ่าน : 9556 ครั้ง | ความเห็น : 2 ความเห็น
ความคิดเห็นที่ 2
จริงครับ คุณฮิโร สักวันนึงที่เรามีลูกแล้วเราจะรู้สึกครับ

โดย : คริสโตเฟอร์ | วันที่ : 2010-02-19 | เวลา : 00:00:00 | IP : 58.8.108.xxx | แจ้งลบความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
อ่านแล้วน้ำตาพาลจะไหล

โดย : Hero | วันที่ : 2010-02-19 | เวลา : 00:00:00 | IP : 208.207.33.xxx | แจ้งลบความคิดเห็น
1
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น
รายละเอียด
108บล็อกเกอร์
บล็อกที่แสนจะเต็มไปด้วยชีวิตชีวา