108health.com : สุขภาพ ผู้หญิง การลดน้ำหนัก อาหารเพื่อสุขภาพ แฟชั่น ครอบครัว ท่องเที่ยว
  สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ  
 
คลิปวีดีโอ คลิปวีดีโอ ฟังวิทยุ ฟังวิทยุ โปรโมชั่นแนะนำ โปรโมชั่นแนะนำ Blog Blog gallery gallery เกี่ยวกับเรา เกี่ยวกับเรา
      หน้าแรก » บล็อกสวยแบบมีกึ๋น รู้เรื่องสมุนไพรไทย
บล็อก <?=สวยแบบมีกึ๋น รู้เรื่องสมุนไพรไทย?> บล็อกสวยแบบมีกึ๋น รู้เรื่องสมุนไพรไทย
สำหรับสาวๆที่ชอบเรียนรู้ในเรื่องความสวยความงามและสุขภาพจากสมุนไพรค่ะ สวยทั้งภายในภายนอก
ปรับปรุงล่าสุด : 2014-02-10
โดย : วชิราพร ระเบียบดี | จำนวนบทความ : 261 บทความ | หมวด : Beauty tips.
Tip 65: Glowing ผิววิ้งๆด้วยเรตินอยด์
คารมเป็นต่อ รูปหล่อเป็นรอง ผิวหมองอดปิ๊ง ผิววิ้งสาวตรึม จัดเป็นสำนวนโบราณในเวอร์ชั่น2012 ที่สะท้อนความสำคัญของผิวพรรณในยุคสมัยนี้จริงๆค่ะ ทำอย่างไรจึงจะมีผิววิ้งๆเปล่งประกายออร่า เป็นคำถามที่หมอต้องตอบบ่อยมาก จริงๆแล้วการที่ผิวคนเราจะวิ้งหรือไม่นั้น ขึ้นกับหลายปัจจัยค่ะ แน่นอนว่ากรรมพันธุ์ สุขภาพใจที่เปี่ยมสุข และสุขภาพกายที่แข็งแรงปราศจากโรคภัย มีผลมากต่อออร่าที่เปล่งประกายออกมา การดูแลผิวพื้นฐานที่ขาดไม่ได้คือ การทาครีมกันแดด และ การทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ให้ความชุ่มชื้นที่เหมาะกับสภาพผิว นอกจากการดูแลภายนอกแล้ว การดูแลจากภายในด้วยการรับประทานอาหารที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผัก และ ผลไม้หลากสีทุกวัน รวมไปถึงการใช้ชีวิตตามแบบแอนไทเอจจิ้ง(ถ้างงว่าเป็นอย่างไร แนะนำให้ย้อนอ่าน 64 ทิปที่ผ่านมาทั้งหมดนะคะ) ก็มีส่วนสำคัญไม่น้อยต่อประกายวิ้งที่เจิดจรัสออกมา และสุดท้าย อาวุธลับที่หมอจะมากระซิบบอกในวันนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธี ที่จะช่วยให้หนังหน้า..อุ๊ปส์...ผิวหน้าของคุณวิ้งขึ้นได้ค่ะ ?อาวุธที่ว่าคือ ยาทาในกลุ่มเรตินอยด์ หรืออีกชื่อที่เรียกกันคือ ยาทาในกลุ่มอนุพันธ์ของวิตามินเอ คุณผู้อ่านหลายท่านคงรู้จักดีหรือเคยลองใช้ เพราะเป็นกลุ่มยาหลักที่ใช้ในการรักษาสิวด้วย ยาทาในกลุ่มนี้ไม่ได้มีดีแค่ในเรื่องรักษาสิว แต่ยังมีการนำมาศึกษากันมากในการย้อนรอยผิวชรา การศึกษาในกลุ่มตัวอย่างหลายชิ้น พบว่ายาทาในกลุ่มเรตินอยด์ช่วยลดริ้วรอยบางๆ ลดความด่างของสีผิว ลดความมันบนใบหน้า ลดขนาดรูขุมขน และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ หลังการใช้อย่างน้อย 6 เดือน ที่สำคัญคือ นอกจากริ้วรอยต่างๆจะดีขึ้นแล้ว เรตินอยด์ยังช่วยให้ผิวดู Glowing หรือแปลเป็นไทยว่า ดูวิ้งๆได้อีกด้วย ยาทาในกลุ่มนี้อาจแบ่งย่อยได้เป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่มีฤทธิ์เป็นยา ต้องให้แพทย์สั่ง ที่ใช้บ่อยคือ Tretinoin และ Adapalene ส่วนอีกกลุ่มจัดเป็นเวชสำอาง มีการนำมาผสมในครีมบำรุงหลากหลายแบรนด์ เช่น Retinol, Retinaldehyde, Retinyl palmitate เป็นต้น กลุ่มที่มีฤทธิ์เป็นยาจะเห็นผลชัดเจนกว่า มีงานวิจัยในเรื่องรักษาผิวชราภาพมากกว่า แต่ก็มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่สำคัญคือ ระคายเคือง แดง แสบ และลอกได้บ่อยกว่าเช่นกัน การเริ่มต้นทาอย่างถูกต้องและไม่วู่วาม จะช่วยลดการเกิดผลข้างเคียงได้ โดยวิธีการเริ่มต้นทายาที่ถูกต้อง มีดังนี้ค่ะ 1. ทาเฉพาะกลางคืน บนใบหน้าที่ล้างสะอาดหมดจดและแห้งสนิท 2. ใช้ปริมาณเพียงหนึ่งเม็ดถั่วเขียว (ถ้าหน้าใหญ่ อนุโลมให้เป็นเม็ดถั่วดำ แต่อย่าให้ถึงกับถั่วแมคคาดาเมีย จะมากไป) ทาบางๆทั่วหน้า 3. ไม่ควรทาร่วมกับครีมที่มีส่วนผสมของ AHAs, BHAs, Benzoyl peroxide, Sulfur เพราะจะขัดขวางฤทธิ์กันเอง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการระคายเคือง 4. อาจเริ่มต้นจาก คืนเว้นคืนก่อน ประมาณ 2 สัปดาห์ เมื่อผิวหน้าคุ้นชินแล้ว ค่อยเพิ่มความถี่ในการทาเป็นทุกคืน 5. ในตอนเช้า ควรทากันแดดเสมอ เพราะผิวอาจไวแดด หรือ แดงง่ายขึ้นเมื่อถูกแดด 6. ถ้าไม่เคยใช้เลย แนะนำให้ใช้เรตินอยด์ในกลุ่มของเวชสำอางก่อน หากใช้ไป 3-6 เดือนแล้วไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง ค่อยปรึกษาแพทย์ผิวหนังถึงการใช้กลุ่มที่เป็นยา เพื่อให้แพทย์แนะนำตัวที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ และอีกหนึ่งข้อควรระวังที่สำคัญมาก สำหรับคุณผู้อ่านที่เป็นหญิงในวัยเจริญพันธุ์คือ ห้ามทายากลุ่มนี้ในขณะตั้งครรภ์ เพราะอาจส่งผลให้เกิดการพิการของเด็กในครรภ์ได้ค่ะ
Share |
เมื่อวันที่ : 2012-11-06 | อ่าน : 913 ครั้ง | ความเห็น : 0 ความเห็น
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น
รายละเอียด
108บล็อกเกอร์
บล็อกที่แสนจะเต็มไปด้วยชีวิตชีวา