108health.com : สุขภาพ ผู้หญิง การลดน้ำหนัก อาหารเพื่อสุขภาพ แฟชั่น ครอบครัว ท่องเที่ยว
  สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ  
 
คลิปวีดีโอ คลิปวีดีโอ ฟังวิทยุ ฟังวิทยุ โปรโมชั่นแนะนำ โปรโมชั่นแนะนำ Blog Blog gallery gallery เกี่ยวกับเรา เกี่ยวกับเรา
      หน้าแรก » บล็อกสวยแบบมีกึ๋น รู้เรื่องสมุนไพรไทย
บล็อก <?=สวยแบบมีกึ๋น รู้เรื่องสมุนไพรไทย?> บล็อกสวยแบบมีกึ๋น รู้เรื่องสมุนไพรไทย
สำหรับสาวๆที่ชอบเรียนรู้ในเรื่องความสวยความงามและสุขภาพจากสมุนไพรค่ะ สวยทั้งภายในภายนอก
ปรับปรุงล่าสุด : 2014-02-10
โดย : วชิราพร ระเบียบดี | จำนวนบทความ : 261 บทความ | หมวด : Beauty tips.
เรื่อง ของกระดูกกัน
เรื่อง ของกระดูกกันต่อนะคะ... โรคกระดูกพรุนนั้นไม่มีอาการเตือนภัยใดๆ อาจมีแค่อาการปวดเมื่อยเท่านั้นค่ะ ซึ่งคนทั่วไปมักไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคกระดูกพรุน แต่จะทราบก็ต่อเมื่อต้องเข้ารับการรักษากระดูกหัก จากการเกิดอุบั ติเหตุเพียงเล็กน้อย หรือมีอาการปวดหลัง หลังโก่ง หลังค่อมหรือโค้งงอ ตัวเตี้ยลงจากการยุบตัวลงของกระดูกสันหลังค่ะ ดังนั้นควรใส่ใจสุขภาพของกระดูกให้มากนะคะ โดยเริ่มจากการเพิ่มสารแคลเซียมให้แก่ร่างกายในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้อง การของแต่ละวัยนะคะ ในวัยเด็ก ควรได้รับปริมาณแคลเซียมประมาณ 600 มก.ต่อวัน ในวัยรุ่นควรได้รับประมาณ 1,000-1,500 มก.ต่อวัน ส่วนในวัยผู้ใหญ่ต้องการประมาณ 800-1,000 มก.ต่อวัน ขณะที่หญิงตั้งครรภ์ต้องการแคลเซียมสูงถึง 1,500 มก.ต่อวัน และผู้สูงอายุในวัยทอง ต้องการปริมาณแคลเซียมมากที่สุด เฉลี่ยประมาณ 1,500-2,000 มก.ต่อวัน ค่ะ สำหรับการรับประทานอาหาร ควรเลือกอาหารที่มีสารแคลเซียมสูง เช่น นม ถั่วเมล็ดแห้ง สัตว์น้ำ (ประเภทที่กินได้ทั้งกระดูก) ผัก และผลไม้ค่ะ กรมอนามัยได้ทำการวิจัย ผักพื้นบ้านของไทยที่มีปริมาณแคลเซียมสูง ในปี 2554 พบว่าผักพื้นบ้านของไทยที่มีปริมาณแคลเซียมสูง 10 อันดับ ได้แก่ หมาน้อย ผักแพว สะเดา (ยอด) กระเพราขาว ใบขี้เหล็ก ใบเหลียง ยอดมะยม ผักแส้ว ผักฮ้วน (ดอก) และ ผักแมะ ค่ะ เคยสงสัยมั๊ยคะว่าวิตามินดี และแมกนีเซียมเกี่ยวข้องกับการทำงานของแคลเซียมอย่างไร...วิตามินดีช่วย เพิ่มการดูดซึมแคลเซียม ส่วนแมกนีเซียมนั้นช่วยลดอาการท้องผูกเนื่องจากการรับประทานแคลเซียมเพียง อย่างเดียวค่ะ อย่างไรก็ตาม ควรรับประทานแคลเซียมพร้อมอาหาร หรือหลังอาหาร เพราะเป็นช่วงเวลาที่ดี ที่อาหารจะกระตุ้นกรดในกระเพาะอาหารให้หลั่งออกมาย่อยแคลเซียมค่ะ.....ขอบ พระคุณทุกท่านที่ติดตามนะคะ
Photo: สวัสดีค่ะ...บ่ายนี้เรามาพูดถึงเรื่องของกระดูกกันต่อนะคะ... โรคกระดูกพรุนนั้นไม่มีอาการเตือนภัยใดๆ อาจมีแค่อาการปวดเมื่อยเท่านั้นค่ะ  ซึ่งคนทั่วไปมักไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคกระดูกพรุน แต่จะทราบก็ต่อเมื่อต้องเข้ารับการรักษากระดูกหัก จากการเกิดอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย หรือมีอาการปวดหลัง หลังโก่ง หลังค่อมหรือโค้งงอ ตัวเตี้ยลงจากการยุบตัวลงของกระดูกสันหลังค่ะ ดังนั้นควรใส่ใจสุขภาพของกระดูกให้มากนะคะ โดยเริ่มจากการเพิ่มสารแคลเซียมให้แก่ร่างกายในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของแต่ละวัยนะคะ  ในวัยเด็ก ควรได้รับปริมาณแคลเซียมประมาณ 600 มก.ต่อวัน ในวัยรุ่นควรได้รับประมาณ 1,000-1,500 มก.ต่อวัน ส่วนในวัยผู้ใหญ่ต้องการประมาณ 800-1,000 มก.ต่อวัน ขณะที่หญิงตั้งครรภ์ต้องการแคลเซียมสูงถึง 1,500 มก.ต่อวัน และผู้สูงอายุในวัยทอง ต้องการปริมาณแคลเซียมมากที่สุด เฉลี่ยประมาณ 1,500-2,000 มก.ต่อวัน ค่ะ สำหรับการรับประทานอาหาร ควรเลือกอาหารที่มีสารแคลเซียมสูง เช่น นม ถั่วเมล็ดแห้ง สัตว์น้ำ (ประเภทที่กินได้ทั้งกระดูก)  ผัก และผลไม้ค่ะ  กรมอนามัยได้ทำการวิจัย ผักพื้นบ้านของไทยที่มีปริมาณแคลเซียมสูง  ในปี 2554 พบว่าผักพื้นบ้านของไทยที่มีปริมาณแคลเซียมสูง 10 อันดับ ได้แก่ หมาน้อย ผักแพว สะเดา (ยอด) กระเพราขาว ใบขี้เหล็ก ใบเหลียง ยอดมะยม ผักแส้ว ผักฮ้วน (ดอก) และ ผักแมะ ค่ะ เคยสงสัยมั๊ยคะว่าวิตามินดี และแมกนีเซียมเกี่ยวข้องกับการทำงานของแคลเซียมอย่างไร...วิตามินดีช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม ส่วนแมกนีเซียมนั้นช่วยลดอาการท้องผูกเนื่องจากการรับประทานแคลเซียมเพียงอย่างเดียวค่ะ อย่างไรก็ตาม ควรรับประทานแคลเซียมพร้อมอาหาร หรือหลังอาหาร เพราะเป็นช่วงเวลาที่ดี ที่อาหารจะกระตุ้นกรดในกระเพาะอาหารให้หลั่งออกมาย่อยแคลเซียมค่ะ.....ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามนะคะ
Share |
เมื่อวันที่ : 2013-03-20 | อ่าน : 699 ครั้ง | ความเห็น : 0 ความเห็น
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น
รายละเอียด
108บล็อกเกอร์
บล็อกที่แสนจะเต็มไปด้วยชีวิตชีวา