108health.com : สุขภาพ ผู้หญิง การลดน้ำหนัก อาหารเพื่อสุขภาพ แฟชั่น ครอบครัว ท่องเที่ยว
  สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ  
 
คลิปวีดีโอ คลิปวีดีโอ ฟังวิทยุ ฟังวิทยุ โปรโมชั่นแนะนำ โปรโมชั่นแนะนำ Blog Blog gallery gallery เกี่ยวกับเรา เกี่ยวกับเรา
      หน้าแรก » บล็อกสวยแบบมีกึ๋น รู้เรื่องสมุนไพรไทย
บล็อก <?=สวยแบบมีกึ๋น รู้เรื่องสมุนไพรไทย?> บล็อกสวยแบบมีกึ๋น รู้เรื่องสมุนไพรไทย
สำหรับสาวๆที่ชอบเรียนรู้ในเรื่องความสวยความงามและสุขภาพจากสมุนไพรค่ะ สวยทั้งภายในภายนอก
ปรับปรุงล่าสุด : 2014-02-10
โดย : วชิราพร ระเบียบดี | จำนวนบทความ : 261 บทความ | หมวด : Beauty tips.
10 วิธีดีท๊อกซ์บ้าน

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน วันนี้คุณนายจะมาชวนคุยเรื่องการดีท็อกซ์บ้าน หรือการกำจัดล้างมลพิษภายในบ้านของเรากันค่ะ เพราะบ้านของเราก็เหมือนร่างกายเรานะคะ ถ้าระบบข้างในไม่ได้รับการรักษาดูแล ปล่อยปะละเลย ก็จะทำให้เกิดความไม่สบาย เกิดโรคภัยของผู้อยู่อาศัยได้ค่ะ วันนี้คุณนายจึงข้อเสนอ 10 ประการที่ไม่ยุ่งยากเลย ในการล้างพิษให้กับบ้านของเรา

ข้อ 1 ปิดแอร์เปิดหน้าต่างให้ลมผ่านบ้างนะจ๊ะ

มีใครทราบบ้างไหมคะว่าที่จริงแล้ว อากาศภายในบ้านเรามีโอกาส เกิดอัตราอากาศที่ไม่บริสุทธิ์สูงกว่าอากาศภายนอกบ้านถึง 2-5 เท่า ดังนั้นถึงแม้อากาศบ้านเราจะร้อนปรอทแตกขนาดไหน ไม่ควรเปิดเครื่องปรับอากาศกันตลอดเวลานะคะ ควรเปิดช่องการถ่ายเทให้ลมในบ้านได้มีการผลัดเปลี่ยนออกไปบ้าง จะได้มีการหมุนเวียนอากาศใหม่เข้ามาทดแทน

121204_story1_feature1

แต่การเปิดหน้าต่างที่ดีจริงๆนั้น ก็ไม่ใช่สักแต่ว่าเปิดนะคะ เราต้องคำนึงถึงการเปิดในตำแหน่งที่ถูกต้องด้วย บางคนอาจเคยคิดว่าการที่ลมตีแรงๆเข้าบ้านนั้นเป็นเรื่องที่ดี บางบ้านเปิดช่องทางให้ลมเข้ามาวนอยู่ในตัวบ้าน เกิดเป็นลักษณะการหมุนเวียนของลมที่ไม่เหมาะสม ลมที่เข้ามาพัดผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือสิ่งกักเก็บฝุ่นต่างๆ ทำให้ลมเก็บสะสมความร้อน สิ่งสกปรก หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก่อนที่จะมาถึงเรา นั่นเป็นเหตุผลมาจากการจัดสรรตำแหน่งหน้าต่าง และ Zoning ที่ไม่เหมาะสม

121204_story1_feature2

การเปิดหน้าต่าง เปิดช่องทางระบายลมในลักษณะทิศทางตรงกันข้าม จะช่วยเพิ่มแรงดูดในการระบายอากาศได้และควรเขยิบย้ายสิ่งกีดขวางที่เห็นว่าจะไม่ส่งผลดี อย่างเช่นพวกเครื่องใช้ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ เฟอร์นิเจอร์ ภายในบ้านที่มักจะกักเก็บฝุ่นออกไม่ควรวางหรือกั้นอยู่ในทิศทางลม

121204_story1_feature3

ข้อ 2 ปลูกต้นไม้กันฝุ่นเข้าบ้านได้นะ

ต้นไม้นอกจากจะทำให้บรรยากาศของบ้านเราสดชื่น และน่าอยู่มากขึ้นแล้ว ยังสามารถทำหน้าที่เหมือนเป็นป้อมปราการป้องกันฝุ่นแบบธรรมชาติอีกด้วย ถ้าบ้านใครอยู่ใกล้ถนนใหญ่หรือถนนที่มีการจราจรเยอะนะคะ การปลูกต้นไม้ในแถบหน้าบ้านจะช่วยลด การกระจายตัวของฝุ่น

ไม้ประเภทพุ่มความสูงระดับปลานกลางจะทำหน้าที่นี้ได้ดีทีเดียวค่ะ เพราะตัวพุ่มจะมีความหนา และอยู่ในระดับพอดี เพราะฝุ่นที่มาจากถนนที่เกิดจาการขับเคลื่อนของยานพาหนะนั้นจะไม่ลอยสูง นอกจากนั้นยังมีส่วนช่วยเป็นที่กรองเสียงอีกชั้นนึงด้วยนะคะ ยกตัวอย่างเช่น ต้นเล็บครุฑ ดอกเข็ม เทียนทอง วิธีปลูกเพื่อประโยชน์สูงสุดคือปลูกชิดๆกันเป็นแนวค่ะ

121204_story1_feature4

ข้อ 3 สร้างบรรยากาศแบบอโรม่าด้วยกลิ่นหอมจากต้นไม้รอบตัวบ้าน

การวางต้นไม้หรือดอกไม้บนทิศทางลมก็เป็นอีกส่วนนึงที่จะช่วยปรับให้อากาศในบ้านของเราสดชื่นและบริสุทธิ์มากขึ้นค่ะ ต้นไม้บางชนิดนอกจากจะให้แสงเงาลดความร้อนที่จะเข้ามาในตัวบ้านแล้ว ยังสามารถช่วยเพิ่มออกซิเจนให้แก่ตัวบ้าน ทำให้อากาศบริสุทธิ์ยิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ ถ้าอยากสร้างบรรยากาศสดชื่นมากยิ่งขึ้น การปลูกไม้หอมก็เป็นอีกวิธีนึงนะคะ อย่างเช่น ต้นสายหยุด ต้นราตรี เป็นต้น

ข้อ 4 ปลูกต้นไม้บางชนิดเจ๋งกว่าติดเครื่องฟอกอากาศอีก

คุณนายจะขอแนะนำต้นไม้ที่มีประสิทธิภาพในการดูดสารพิษค่ะ โดยเจ้าต้นพวกนี้จะดูดก๊าซพิษเช่น ฟอร์มาดีไฮด์ กาวอาซีโตน ซึ่งมีอยู่ในเครื่องสำอางค์ น้ำยาทาเล็บ น้ำยาลบคำผิด ไตรคลอโรเอทีลีน ซึ่งมีอยู่ในเครื่องพิมพ์ เตาแก๊ส และน้ำยาเคลือบเงาไม้ ต้นไม้พวกนี้จะทำหน้าที่ดึงก๊าซพิษรอบๆลงสู่ดิน และรากจะทำหน้าที่เปลี่ยนสารไม่ดีพวกนี้เป็นอาหารของต้นนั่นเองค่ะ ไม้ที่มีคุณสมบัติดีเลิศในการทำหน้าที่เหล่านี้ก็ได้แก่ ต้นหมากเหลือง สาวน้อยประแป้ง วาสนาราชินี ลิ้นมังกร ลองหามาปลูกไว้รอบๆตัวบ้านกันเถอะค่ะ

ข้อ 5 เก็บรองเท้าไว้นอกบ้านกันเถอะ

ข้อนี้เป็นเรื่องง่ายๆที่คุนผู้อ่านสามารถปฎิบัติตามกันได้เลยนะคะ อย่างแรกเลยก่อนเราจะเข้าบ้านเราควรถอดรองเท้า และไม่นำรองเท้าเข้าบ้าน เพราะสิ่งต่างๆที่เราเก็บสะสมมาทั้งวันจากถนนภายนอก จะมาสะสมอยู่ในบ้านของเราคะ เพิ่มสิ่งป้องกันอีกชั้นนึงคือการวางพรมเช็ดเท้าก่อนเข้าตัวบ้าน และหมั่นทำความสะอาดพรมบ่อยๆ

ข้อ 6 ทำความสะอาดกวาดๆดูดๆเป็นกินวัตร

การดูแลรักษาความสะอาดบ้านและตัวพื้นก็ป็นสิ่งสำคัญค่ะ ควรกวาดถูเป็นประจำ อย่างน้อยสองสามวันครั้ง และอย่าลืมดูดฝุ่นในพื้นที่ๆทีลักษณะเป็นพรมอย่างน้อยที่สุดสองอาทิตย์ครั้ง เพราะที่เรานี้จะเป็นแหล่งกักเก็บฝุ่น และเชื้อโรคชั้นดีที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ ไม่รู้ว่าคุณผู้อ่านยังจำคุณชายใหญ่แห่งวังทองหลางของคุณนายได้รึเปล่านะคะ (ฟังดูคล้ายคุณชายวังจุฑาเทพเนอะ) รายนั้นน่ะ โคตะระสะอาดตัวพ่อเลย พี่แกมีไม้ถูพื้นส่วนตัวประจำห้องค่ะ เมื่อใดที่คิดว่าแม่บ้านยังถูพื้นได้ไม่สะอาดพอ จะรีบเอาไม้ม๊อบออกมาถูพื้นเองทันทีแล้วขอตรวจฝ่าเท้าคุณนายดูว่าเป็นตัวการทำพื้นเหนียวรึเปล่า นอกจากนั้นฟิลเตอร์แอร์นี่พี่แกล้างตลอดๆๆๆๆ แบบว่าเอาออกมาล้างทุกอาทิตย์ค่ะ คุณผู้อ่านลองทำตามดูนะคะ

ข้อ 7 กำจัดความชื้นในบ้านด้วยการบริหารการระบายอากาศในพื้นที่ชื้น

การบริหารการระบายอากาศในพื้นที่ชื้น อย่างเช่นห้องน้ำ ถ้าเป็นห้องน้ำที่มีหน้าต่างและแสงสว่างเข้าถึงดีอยู่แล้ว ก็ควรหมั่นเปิดหน้าต่างระบายความชื้น และให้แสงแดดส่องเข้ามาฆ่าเชื้อโรคบ้าง ส่วนถ้าไม่มีหน้าต่างก็สามารถระบายอากาศได้โดย การเลือกใช้ประตูชนิดที่มีช่องบานเกล็ดหรือช่องระบายอากาศ เสริมด้วยพัดลมดูดอากาศ (อยู่ในตำแหน่งเหนือที่ๆมีความชื้นมากที่สุดจะดี เช่น บริเวณลานshower หรือ เหนือชักโครก) ก็จะช่วยระบายความชื้นได้ดีขึ้น และทำให้ห้องน้ำแห้งเร็วขึ้น ลดปัญหากลิ่นอับลงได้มาก

121204_story1_feature5

ข้อ 8 การเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสมสำหรับพื้นที่ชื้น

การเลือกใช้วัสดุผนังในพื้นที่ชื้นง่าย อย่างเช่นห้องน้ำ ก็มีส่วนสำคัญในการลดปัญหาการเกิดคราบเชื้อรา เช่น วัสดุจำพวก กระเบื้อง เซรามิค จะดูแลได้ง่าย และทำความสะอาดได้ง่ายกว่าวัสดุประเภทอื่นๆ การใช้กระจกกั้นสัดส่วนที่อาบน้ำแทนม่าน ก็เป็นอีกหนึ่งข้อที่มีส่วนช่วยได้มาก เพราะเจ้าม่านนี้ล่ะมักก่อให้เกิดคราบรา ส่วนพวกวัสดุทำชั้นวางก็ควรจะเป็นโลหะชนิดตะแกรงเผื่อลดการกักขังของน้ำและเป็นบ่อเกิดของความชื้นและเชื้อราค่ะ

ข้อ 9 ขัดถูคราบตามซอก

ปัญหาที่คุณนายมั่นใจว่าคุนผู้บ้านจะพบเจอได้บ่อยแน่ๆ ถึงแม้คุณผู้อ่านจะหลักเลี่ยงมาใช้วัสดุกระเบื้องกันแล้วนั้น แต่ยาแนวกระเบื้องก็ยังตามมารุกรานขึ้นราดำกันได้อีก ไม่ต้องตกใจค่ะ เพียงใช้น้ำส้มสายชูขัดถูๆจนขาวสะอาด แล้วล้างออกจนสะอาดหมดจด เท่านี้บ้านของเรามีแหล่งกักเก็บสะสมเชื้อราและเชื้อโรคต่างๆน้อยลงแล้วค่ะ

ข้อ 10 ทำความสะอาดระเบียง

อีกที่หนึ่งที่คุณผู้อ่านไม่ควรจะมองข้ามกันนะคะ นั่นคือระเบียงของเรานั่นเอง เพราะเป็นพื้นที่กึ่งภายนอก โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนเช่นนี้ ระเบียงต้องรับฝนอยู่ตลอด ความอับชื้นจากการกักขังของน้ำฝนก็อาจจะทำให้เกิดเชื้อรา และการเพาะตัวของยุงได้ ดังนั้นการดูแลรักษาระเบียงก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกันนะคะ ควรหมั่นดูแลไม่ให้น้ำกักขังเป็นเวลานาน และทำความสะอาดอย่างเป็นประจำ

สุขภาพของผู้อยู่อาศัยในบ้านนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก การเพิ่มคุณภาพของอากาศในอากาศ ลดแหล่งสะสมเชื้อโรค จะทำให้คุนภาพการอยู่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ มาลองดีท็อกซ์บ้านเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นของเรากันเถอะค่ะ

 

วีรวรรณ อธิพันธุ์อำไพ ภ.ส.ถ.
ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
บริษัทสวนหลวงบ้านและที่ดินจำกัด

 

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก
บทความ “20 Ways to Detox Your Home” by Frank Lipman http://www.drfranklipman.com/20-ways-to-detox-your-home/
เอกสาร เรื่อง “ต้นไม้ประดับ...การควบคุมมลพิษในที่ทำงาน”

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน วันนี้คุณนายจะมาชวนคุยเรื่องการดีท็อกซ์บ้าน หรือการกำจัดล้างมลพิษภายในบ้านของเรากันค่ะ เพราะบ้านของเราก็เหมือนร่างกายเรานะคะ ถ้าระบบข้างในไม่ได้รับการรักษาดูแล ปล่อยปะละเลย ก็จะทำให้เกิดความไม่สบาย เกิดโรคภัยของผู้อยู่อาศัยได้ค่ะ วันนี้คุณนายจึงข้อเสนอ 10 ประการที่ไม่ยุ่งยากเลย ในการล้างพิษให้กับบ้านของเรา

ข้อ 1 ปิดแอร์เปิดหน้าต่างให้ลมผ่านบ้างนะจ๊ะ

มีใครทราบบ้างไหมคะว่าที่จริงแล้ว อากาศภายในบ้านเรามีโอกาส เกิดอัตราอากาศที่ไม่บริสุทธิ์สูงกว่าอากาศภายนอกบ้านถึง 2-5 เท่า ดังนั้นถึงแม้อากาศบ้านเราจะร้อนปรอทแตกขนาดไหน ไม่ควรเปิดเครื่องปรับอากาศกันตลอดเวลานะคะ ควรเปิดช่องการถ่ายเทให้ลมในบ้านได้มีการผลัดเปลี่ยนออกไปบ้าง จะได้มีการหมุนเวียนอากาศใหม่เข้ามาทดแทน

121204_story1_feature1

แต่การเปิดหน้าต่างที่ดีจริงๆนั้น ก็ไม่ใช่สักแต่ว่าเปิดนะคะ เราต้องคำนึงถึงการเปิดในตำแหน่งที่ถูกต้องด้วย บางคนอาจเคยคิดว่าการที่ลมตีแรงๆเข้าบ้านนั้นเป็นเรื่องที่ดี บางบ้านเปิดช่องทางให้ลมเข้ามาวนอยู่ในตัวบ้าน เกิดเป็นลักษณะการหมุนเวียนของลมที่ไม่เหมาะสม ลมที่เข้ามาพัดผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือสิ่งกักเก็บฝุ่นต่างๆ ทำให้ลมเก็บสะสมความร้อน สิ่งสกปรก หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก่อนที่จะมาถึงเรา นั่นเป็นเหตุผลมาจากการจัดสรรตำแหน่งหน้าต่าง และ Zoning ที่ไม่เหมาะสม

121204_story1_feature2

การเปิดหน้าต่าง เปิดช่องทางระบายลมในลักษณะทิศทางตรงกันข้าม จะช่วยเพิ่มแรงดูดในการระบายอากาศได้และควรเขยิบย้ายสิ่งกีดขวางที่เห็นว่าจะไม่ส่งผลดี อย่างเช่นพวกเครื่องใช้ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ เฟอร์นิเจอร์ ภายในบ้านที่มักจะกักเก็บฝุ่นออกไม่ควรวางหรือกั้นอยู่ในทิศทางลม

121204_story1_feature3

ข้อ 2 ปลูกต้นไม้กันฝุ่นเข้าบ้านได้นะ

ต้นไม้นอกจากจะทำให้บรรยากาศของบ้านเราสดชื่น และน่าอยู่มากขึ้นแล้ว ยังสามารถทำหน้าที่เหมือนเป็นป้อมปราการป้องกันฝุ่นแบบธรรมชาติอีกด้วย ถ้าบ้านใครอยู่ใกล้ถนนใหญ่หรือถนนที่มีการจราจรเยอะนะคะ การปลูกต้นไม้ในแถบหน้าบ้านจะช่วยลด การกระจายตัวของฝุ่น

ไม้ประเภทพุ่มความสูงระดับปลานกลางจะทำหน้าที่นี้ได้ดีทีเดียวค่ะ เพราะตัวพุ่มจะมีความหนา และอยู่ในระดับพอดี เพราะฝุ่นที่มาจากถนนที่เกิดจาการขับเคลื่อนของยานพาหนะนั้นจะไม่ลอยสูง นอกจากนั้นยังมีส่วนช่วยเป็นที่กรองเสียงอีกชั้นนึงด้วยนะคะ ยกตัวอย่างเช่น ต้นเล็บครุฑ ดอกเข็ม เทียนทอง วิธีปลูกเพื่อประโยชน์สูงสุดคือปลูกชิดๆกันเป็นแนวค่ะ

121204_story1_feature4

ข้อ 3 สร้างบรรยากาศแบบอโรม่าด้วยกลิ่นหอมจากต้นไม้รอบตัวบ้าน

การวางต้นไม้หรือดอกไม้บนทิศทางลมก็เป็นอีกส่วนนึงที่จะช่วยปรับให้อากาศในบ้านของเราสดชื่นและบริสุทธิ์มากขึ้นค่ะ ต้นไม้บางชนิดนอกจากจะให้แสงเงาลดความร้อนที่จะเข้ามาในตัวบ้านแล้ว ยังสามารถช่วยเพิ่มออกซิเจนให้แก่ตัวบ้าน ทำให้อากาศบริสุทธิ์ยิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ ถ้าอยากสร้างบรรยากาศสดชื่นมากยิ่งขึ้น การปลูกไม้หอมก็เป็นอีกวิธีนึงนะคะ อย่างเช่น ต้นสายหยุด ต้นราตรี เป็นต้น

ข้อ 4 ปลูกต้นไม้บางชนิดเจ๋งกว่าติดเครื่องฟอกอากาศอีก

คุณนายจะขอแนะนำต้นไม้ที่มีประสิทธิภาพในการดูดสารพิษค่ะ โดยเจ้าต้นพวกนี้จะดูดก๊าซพิษเช่น ฟอร์มาดีไฮด์ กาวอาซีโตน ซึ่งมีอยู่ในเครื่องสำอางค์ น้ำยาทาเล็บ น้ำยาลบคำผิด ไตรคลอโรเอทีลีน ซึ่งมีอยู่ในเครื่องพิมพ์ เตาแก๊ส และน้ำยาเคลือบเงาไม้ ต้นไม้พวกนี้จะทำหน้าที่ดึงก๊าซพิษรอบๆลงสู่ดิน และรากจะทำหน้าที่เปลี่ยนสารไม่ดีพวกนี้เป็นอาหารของต้นนั่นเองค่ะ ไม้ที่มีคุณสมบัติดีเลิศในการทำหน้าที่เหล่านี้ก็ได้แก่ ต้นหมากเหลือง สาวน้อยประแป้ง วาสนาราชินี ลิ้นมังกร ลองหามาปลูกไว้รอบๆตัวบ้านกันเถอะค่ะ

ข้อ 5 เก็บรองเท้าไว้นอกบ้านกันเถอะ

ข้อนี้เป็นเรื่องง่ายๆที่คุนผู้อ่านสามารถปฎิบัติตามกันได้เลยนะคะ อย่างแรกเลยก่อนเราจะเข้าบ้านเราควรถอดรองเท้า และไม่นำรองเท้าเข้าบ้าน เพราะสิ่งต่างๆที่เราเก็บสะสมมาทั้งวันจากถนนภายนอก จะมาสะสมอยู่ในบ้านของเราคะ เพิ่มสิ่งป้องกันอีกชั้นนึงคือการวางพรมเช็ดเท้าก่อนเข้าตัวบ้าน และหมั่นทำความสะอาดพรมบ่อยๆ

ข้อ 6 ทำความสะอาดกวาดๆดูดๆเป็นกินวัตร

การดูแลรักษาความสะอาดบ้านและตัวพื้นก็ป็นสิ่งสำคัญค่ะ ควรกวาดถูเป็นประจำ อย่างน้อยสองสามวันครั้ง และอย่าลืมดูดฝุ่นในพื้นที่ๆทีลักษณะเป็นพรมอย่างน้อยที่สุดสองอาทิตย์ครั้ง เพราะที่เรานี้จะเป็นแหล่งกักเก็บฝุ่น และเชื้อโรคชั้นดีที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ ไม่รู้ว่าคุณผู้อ่านยังจำคุณชายใหญ่แห่งวังทองหลางของคุณนายได้รึเปล่านะคะ (ฟังดูคล้ายคุณชายวังจุฑาเทพเนอะ) รายนั้นน่ะ โคตะระสะอาดตัวพ่อเลย พี่แกมีไม้ถูพื้นส่วนตัวประจำห้องค่ะ เมื่อใดที่คิดว่าแม่บ้านยังถูพื้นได้ไม่สะอาดพอ จะรีบเอาไม้ม๊อบออกมาถูพื้นเองทันทีแล้วขอตรวจฝ่าเท้าคุณนายดูว่าเป็นตัวการทำพื้นเหนียวรึเปล่า นอกจากนั้นฟิลเตอร์แอร์นี่พี่แกล้างตลอดๆๆๆๆ แบบว่าเอาออกมาล้างทุกอาทิตย์ค่ะ คุณผู้อ่านลองทำตามดูนะคะ

ข้อ 7 กำจัดความชื้นในบ้านด้วยการบริหารการระบายอากาศในพื้นที่ชื้น

การบริหารการระบายอากาศในพื้นที่ชื้น อย่างเช่นห้องน้ำ ถ้าเป็นห้องน้ำที่มีหน้าต่างและแสงสว่างเข้าถึงดีอยู่แล้ว ก็ควรหมั่นเปิดหน้าต่างระบายความชื้น และให้แสงแดดส่องเข้ามาฆ่าเชื้อโรคบ้าง ส่วนถ้าไม่มีหน้าต่างก็สามารถระบายอากาศได้โดย การเลือกใช้ประตูชนิดที่มีช่องบานเกล็ดหรือช่องระบายอากาศ เสริมด้วยพัดลมดูดอากาศ (อยู่ในตำแหน่งเหนือที่ๆมีความชื้นมากที่สุดจะดี เช่น บริเวณลานshower หรือ เหนือชักโครก) ก็จะช่วยระบายความชื้นได้ดีขึ้น และทำให้ห้องน้ำแห้งเร็วขึ้น ลดปัญหากลิ่นอับลงได้มาก

121204_story1_feature5

ข้อ 8 การเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสมสำหรับพื้นที่ชื้น

การเลือกใช้วัสดุผนังในพื้นที่ชื้นง่าย อย่างเช่นห้องน้ำ ก็มีส่วนสำคัญในการลดปัญหาการเกิดคราบเชื้อรา เช่น วัสดุจำพวก กระเบื้อง เซรามิค จะดูแลได้ง่าย และทำความสะอาดได้ง่ายกว่าวัสดุประเภทอื่นๆ การใช้กระจกกั้นสัดส่วนที่อาบน้ำแทนม่าน ก็เป็นอีกหนึ่งข้อที่มีส่วนช่วยได้มาก เพราะเจ้าม่านนี้ล่ะมักก่อให้เกิดคราบรา ส่วนพวกวัสดุทำชั้นวางก็ควรจะเป็นโลหะชนิดตะแกรงเผื่อลดการกักขังของน้ำและเป็นบ่อเกิดของความชื้นและเชื้อราค่ะ

ข้อ 9 ขัดถูคราบตามซอก

ปัญหาที่คุณนายมั่นใจว่าคุนผู้บ้านจะพบเจอได้บ่อยแน่ๆ ถึงแม้คุณผู้อ่านจะหลักเลี่ยงมาใช้วัสดุกระเบื้องกันแล้วนั้น แต่ยาแนวกระเบื้องก็ยังตามมารุกรานขึ้นราดำกันได้อีก ไม่ต้องตกใจค่ะ เพียงใช้น้ำส้มสายชูขัดถูๆจนขาวสะอาด แล้วล้างออกจนสะอาดหมดจด เท่านี้บ้านของเรามีแหล่งกักเก็บสะสมเชื้อราและเชื้อโรคต่างๆน้อยลงแล้วค่ะ

ข้อ 10 ทำความสะอาดระเบียง

อีกที่หนึ่งที่คุณผู้อ่านไม่ควรจะมองข้ามกันนะคะ นั่นคือระเบียงของเรานั่นเอง เพราะเป็นพื้นที่กึ่งภายนอก โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนเช่นนี้ ระเบียงต้องรับฝนอยู่ตลอด ความอับชื้นจากการกักขังของน้ำฝนก็อาจจะทำให้เกิดเชื้อรา และการเพาะตัวของยุงได้ ดังนั้นการดูแลรักษาระเบียงก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกันนะคะ ควรหมั่นดูแลไม่ให้น้ำกักขังเป็นเวลานาน และทำความสะอาดอย่างเป็นประจำ

สุขภาพของผู้อยู่อาศัยในบ้านนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก การเพิ่มคุณภาพของอากาศในอากาศ ลดแหล่งสะสมเชื้อโรค จะทำให้คุนภาพการอยู่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ มาลองดีท็อกซ์บ้านเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นของเรากันเถอะค่ะ

 

วีรวรรณ อธิพันธุ์อำไพ ภ.ส.ถ.
ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
บริษัทสวนหลวงบ้านและที่ดินจำกัด

 

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก
บทความ “20 Ways to Detox Your Home” by Frank Lipman http://www.drfranklipman.com/20-ways-to-detox-your-home/
เอกสาร เรื่อง “ต้นไม้ประดับ...การควบคุมมลพิษในที่ทำงาน” 

Share |
เมื่อวันที่ : 2013-07-15 | อ่าน : 722 ครั้ง | ความเห็น : 0 ความเห็น
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น
รายละเอียด
108บล็อกเกอร์
บล็อกที่แสนจะเต็มไปด้วยชีวิตชีวา