108health.com : สุขภาพ ผู้หญิง การลดน้ำหนัก อาหารเพื่อสุขภาพ แฟชั่น ครอบครัว ท่องเที่ยว
  สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ  
 
คลิปวีดีโอ คลิปวีดีโอ ฟังวิทยุ ฟังวิทยุ โปรโมชั่นแนะนำ โปรโมชั่นแนะนำ Blog Blog gallery gallery เกี่ยวกับเรา เกี่ยวกับเรา
      หน้าแรก » บล็อกสวยแบบมีกึ๋น รู้เรื่องสมุนไพรไทย
บล็อก <?=สวยแบบมีกึ๋น รู้เรื่องสมุนไพรไทย?> บล็อกสวยแบบมีกึ๋น รู้เรื่องสมุนไพรไทย
สำหรับสาวๆที่ชอบเรียนรู้ในเรื่องความสวยความงามและสุขภาพจากสมุนไพรค่ะ สวยทั้งภายในภายนอก
ปรับปรุงล่าสุด : 2014-02-10
โดย : วชิราพร ระเบียบดี | จำนวนบทความ : 261 บทความ | หมวด : Beauty tips.
มะเร็งปากมดลูกและการดูแลรักษา
   

 โรคมะเร็งเป็นโรคอันดับหนึ่งที่ฆ่าชีวิตผู้หญิง

 

 

          สุขภาพของผู้หญิงเรามีความเสี่ยงในเรื่องของโรคมะเร็งชนิดหนึ่ง ที่ทางฝ่ายชายไม่สามารถเป็นได้เลยนก็คือมะเร็งปากมดลูก ซึ่งสาเหตุหลักอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดมะเร็งชนิดนี้ คือการได้รับเชื้อไวรัส HPV โดยปกติแล้ว ผู้ที่ได้รับเชื้อ HPV ก็จะหายได้เอง คือร่างกายสามารถจัดการ กำจัดได้เอง แต่มีเพียงราว 10% เท่านั้นที่เชื้อไวรัสนี้สามารถเข้าไปสร้างความผิดปกติให้เยื่อบุปากมดลูก สุดท้ายทำให้เกิดการผิดปกติของการแบ่งเซลล์ และกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด ซึ่งกว่าที่จะเกิดการพัฒนากลายเป็นเซลล์มะเร็งได้นี้ จะใช้เวลาราวๆ 10-15 ปี

 

          ถ้าเราดูที่ตัวเลข ว่าความเสี่ยงมีไม่มาก (10%) แต่จากสถิติ จะเห็นได้ว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นสาเหตุการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งอันดับที่หนึ่งของผู้หญิงไทยเลยค่ะ คือราวๆ 7 คนต่อวัน นับว่าน่ากลัวไม่น้อยเลย

 

 

           ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก

 

          คราวนี้เรามาดูสาเหตุที่ทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปากมดลูกกันบ้าง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วพอสรุปได้ดังนี้นะคะ

               การมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อย


               การมีคู่นอนหลายคน


               การตั้งครรภ์ หรือมีลูกหลายคน


               มีประวัติโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะเชื้อไวรัสหูด (HPV)


               การรับประทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลานานๆ


               การสูบบุหรี่


               สตรีที่เป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ที่อาจจะไม่รักษาความสะอาดมากนัก


               ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ


               พันธุกรรม มีส่วนอยู่บ้าง


               การขาดสารอาหารบางชนิด

 

 

           วิธีป้องกัน

 

          ถึงแม้ว่ามะเร็งปากมดลูกจะฟังดูน่ากลัว แต่ก็ยังสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงลงได้มาก เราลองมาดูวิธีการป้องกันมะเร็งปากมดลูกกันดีกว่าค่ะ

               ฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก โดยที่วิธีนี้จะสามารถลดโอกาสการเกิดมะเร็งลงไปได้อีกประมาณ 70% การฉีดวัคซีนนี้ ถ้าให้ได้ผลดีควรจะฉีดเมื่อมีอายุระหว่าง 9-26 ปีค่ะ


               หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย


               กินผักและผลไม้ให้มากขึ้น


               งดสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงการอยู่ในห้องอับอากาศที่มีคนในห้องสูบบุหรี่เป็นประจำ  เมื่อได้รับควันบุหรี่ สารที่เรียกว่า “ทาร์” หรือน้ำมันดินจะถูกขับออกมาบริเวณปากมดลูกทำให้เกิดการระคายเคืองของปากมดลูก นานเข้าเซลส์เยื่อบุปากมดลูกอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลส์มะเร็งได้


               ทำการตรวจคัดกรองเพื่อหาเซลล์มะเร็งปากมดลูก (PAP Smear) เป็นประจำทุกๆ ปี

 

 

           การตรวจทำอย่างไร

          วิธีที่ดีที่สุดคือรับการตรวจหลังจากหมดประจำเดือนไปแล้วประมาณ 10-20 วัน และไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ก่อนไปตรวจ เพราะอาจเกิดแผลถลอกภายในทำให้ตรวจไม่ได้เต็มที่ ภายหลังการตรวจอาจมีเลือดออกมาเล็กน้อยค่ะ แต่ถ้าออกไม่หยุดล่ะก็รีบไปหาหมออีกรอบซะนะ โดยที่ในปัจจุบันการแพทย์ก้าวหน้าค่ะ มีวิธีตรวจหาอยู่ 2 วิธีใหญ่ๆ นะคะคือ

          1. Pap smear (แพพ สเมียร์)


          เป็นวิธีเก่าที่ใช้การป้ายตัวอย่างภายในช่องคลอดมาตรวจผ่านกล้องจุลทรรศน์ซึ่งให้ผลแม่นยำ แต่มีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น ต้องตรวจในวันที่ไม่มีประจำเดือนมาแน่ๆ ถ้ามีเลือดประจำเดือนเหลือค้างอยู่ก็จะตรวจไม่ได้เลย

          2. Thin Prep (ธิน เพรพ)


         เป็นวิธีใหม่ที่มีการศึกษาวิจัยจากสถาบันทั่วโลกพบว่าวิธีนี้ให้ผลละเอียดกว่าการตรวจแบบเก่าประมาณ 65 % โดยจะใช้วิธีขูดชิ้นเนื้อเยื่อภายในปากช่องคลอดไปทำการตรวจ ซึ่งวิธีนี้ จะแม่นยำกว่า และสะดวกกว่าไม่ต้องรอให้เลือดประจำเดือนหมดเกลี้ยงก็ตรวจได้ แต่ก็จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเล็กน้อย

 

 

           อาการแบบไหนถึงควรรีบไปตรวจ

          มะเร็งปากมดลูกมักพบในสตรีอายุ 45 - 55 ปี แต่ตอนนี้มักตรวจพบมะเร็งปากมดลูกก่อนวัยอันควร และปัจจุบันก็พบในอายุน้อยลง เซลล์ปากมดลูกผิดปกติมักพบในวัยเจริญพันธุ์ หากมีอาการเตือนต่างๆ ดังด้านล่างนี้ ก็ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็วนะคะ เพราะอาจจะไม่ได้เป็นก็ได้ เพียงแต่ถ้าไปพบการติดเชื้ออย่างอื่นก็จะได้รับการรักษาให้ถูกต้องได้เลย

          1. ตกขาวสีเหลือง มีกลิ่น ปนเลือด


          2. เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด (อาจพบหลังมีเพศสัมพันธ์)


          3. ปวดท้องน้อย (พบในกรณีมะเร็งลุกลามเนื้อเยื้อในช่องเชิงกราน)


          4. ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะเป็นเลือด (พบในกรณีมีการลุกลามไปกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย)


          5. เบื่ออาหาร ,น้ำหนักลด


          6. ขาบวม (มะเร็งลุกลามไปที่ต่อมน้ำเหลือง)

 

 

          การรักษา

          ระยะต้นการรักษาสามารถทำได้ง่ายโดยการจี้ด้วยความเย็น, ตัดปากมดลูกเป็นรูปกรวย ซึ่งปัจจุบัน สามารถรักษาได้ แบบผู้ป่วยนอก ไม่ต้องดมยาสลบหรือนอนพักในโรงพยาบาล ถ้าพบในระยะ ท้าย ๆ ต้องรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา

          มะเร็งปากมดลูก สามารถป้องกันได้ และหากตรวจพบได้เร็ว ก็มีโอกาสรักษาให้หายขาดได้ ดังนั้นการตรวจคัดกรองเป็นประจำทุกปี เป็นสิ่งที่จำเป็นกับผู้หญิงนะคะ

 

 

 

  

 
 
Share |
เมื่อวันที่ : 2013-07-17 | อ่าน : 739 ครั้ง | ความเห็น : 0 ความเห็น
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น
รายละเอียด
108บล็อกเกอร์
บล็อกที่แสนจะเต็มไปด้วยชีวิตชีวา