108health.com : สุขภาพ ผู้หญิง การลดน้ำหนัก อาหารเพื่อสุขภาพ แฟชั่น ครอบครัว ท่องเที่ยว
  สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ  
 
คลิปวีดีโอ คลิปวีดีโอ ฟังวิทยุ ฟังวิทยุ โปรโมชั่นแนะนำ โปรโมชั่นแนะนำ Blog Blog gallery gallery เกี่ยวกับเรา เกี่ยวกับเรา
      หน้าแรก » บล็อกหมอเอ้
บล็อก <?=หมอเอ้?> บล็อกหมอเอ้
ทุกปัญหาปรึกษาหมอเอ้, because I am the Man with the Plan.
ปรับปรุงล่าสุด : 2013-07-23
โดย : คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส | จำนวนบทความ : 25 บทความ | หมวด : ปรึกษาคุณหมอ
อย่างนี้จะท้องมั๊ยค่ะ?

อย่างนี้จะท้องไหมค่ะ ?? เป็นคำถามที่พบได้บ่อยมากตามกระทู้ต่าง ๆ แทบจะนับได้เลยว่า วัน ๆ หนึ่ มีคนโพสต์เข้ามาถามกันมากมาย นี่ไม่รวมถึงผู้ที่เข้ามาอ่านด้วยนะครับ ซึ่งหากมองให้ดีแล้ว เราก็สามารถที่จะมองได้หลายมุม อาทิ

?         คนสมัยนี้เริ่มที่จะมีเพศสัมพันธ์กันมากขึ้น (ดูจากจำนวนผู้ที่เข้ามาโพสต์)

?         คนสมัยนี้เริ่มที่จะสนใจในเรื่องเพศมากขึ้น (ดูจากจำนวนผู้ที่เข้ามาอ่าน)

?         มีเพศสัมพันธ์โดยยังไม่พร้อมที่จะมีบุตร (ทำให้ตื่นเต้น ตกใจ และไม่ยอมรับ)

?         มีเพศสัมพันธ์โดยขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการป้องกัน (ภาคการศึกษาต้องเข้ามามีส่วนร่วม)

?         มีเพศสัมพันธ์กันตั้งแต่อายุยังน้อย (ปัญหาสังคมที่ต้องช่วยกันแก้ไข)

?         และอีกหลายมุมมอง

 

ถามว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่ดีไหม หมอเอ้ก็ตอบได้เลยครับว่า ?ดี? แต่ถ้ามองในแง่ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในสังคมแน่นอนว่า ?แย่มากถึงมากที่สุด?

แล้วคำถามนี้ ?ดี? อย่างไร ?

ก็ดีในแง่ที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เข้ามาอ่าน เพราะจะได้รู้ถึงวิธีการป้องกันที่ถูกต้อง หรือไม่ถ้าผู้ใดกำลังประสบปัญหาเดียวกับเจ้าของกระทู้ เมื่ออ่านแล้วก็อาจจะสบายใจขึ้นหรือไม่ก็คลั่งตายไปเลย

ตัวอย่างลักษณะของคำถามก็จะแตกต่างกันออกไปเช่น

1.       ถ้าหนูมีเพศสัมพันธ์ในวันก่อนหรือหลังการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย จะมีโอกาสท้องไหม?

2.       ถ้าแฟนหนู เขาไม่ได้ใส่ถุงยางอนามัยแล้วจะมีโอกาสท้องหรือเปล่าค่ะ?

3.       ถ้าแฟนหนูหลั่งข้างใน ก่อนมีประจำเดือนจำนวนเท่านี้วัน แล้วหนูจะท้องหรือเปล่าค่ะ?

4.       หลังจากมีเพศสัมพันธ์แล้ว ทานยาคุมกำเนิด จะท้องหรือเปล่าค่ะ?

5.       ประจำเดือนหนูไม่มาสองเดือนแล้ว ไม่รู้ว่าหนูจะท้องหรือเปล่าค่ะ?

6.       และคำถามอื่น ๆ อีกมากมาย

ซึ่งคำถามเหล่านี้ บางคำถามหมอเอ้มองว่า หลายคนยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการป้องกันและการตั้งครรภ์ที่ถูกต้อง ดังนั้นอย่างไรก็ตามหมอเอ้จะขออธิบายแบบคร่าว ๆ เกี่ยวกับการป้องกันและการตั้งครรภ์ก็แล้วกันนะครับ

 

การตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้อย่างไร?

การตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยองค์ประกอบ 3อย่าง ได้แก่ อสุจิ ไข่ และมดลูก

เริ่มต้นจากอสุจิจากฝ่ายชายต้องมีปริมาณมากพอและแข็งแรงพอ เดินทางมาในช่องคลอด ผ่านปากมดลูก เข้าตัวมดลูก ผ่านท่อนำไข่แล้วทำการผสมกับไข่  ส่วนไข่ของฝ่ายหญิง ก็ต้องเป็นช่วงระยะเวลาที่สุกพอดี และพร้อมที่จะได้รับการผสมและพัฒนาไปเป็นตัวอ่อน ดังนั้นถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าทุกองค์ประกอบต้องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด

การป้องกันการตั้งครรภ์(การคุมกำเนิด) มีหลายวิธีด้วยกัน ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป

1.       การหลั่งภายนอก :หมายถึงการหลั่งน้ำอสุจิภายนอกช่องคลอด การคุมกำเนิดวิธีนี้ได้ผลแค่ 60-80 %เท่านั้น ดังนั้นถ้าไม่พร้อมจะมีลูก ไม่แนะนำให้ใช้วิธีนี้

2.       การใช้ถุงยางอนามัย : เชื่อว่าผู้ชายทุกคนน่าจะรู้จักกันทุกคน แต่ก็ไม่นิยมที่จะใช้กันเนื่องจากเหตุผลต่าง ๆ นา ๆ เช่น อายไม่กล้าซื้อ หรือไม่ค่อยได้ความรู้สึก และอื่น ๆ แต่ได้โปรดเถอะครับถ้าคุณยังไม่พร้อมที่จะเป็นพ่อคน กรุณาใช้มันด้วย เพราะนั่นแสดงถึงว่าคุณเป็นคนที่รับผิดชอบต่อตัวเองและสังคม อย่างไรก็ตามการใช้ถุงยางอนามัยนั้นสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 86%

3.       การนับวันปลอดภัย : หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า หน้า 7 หลัง 7 แต่ก็เพราะคำว่าหน้าๆหลังๆนี่แหละที่ทำให้งงกันเป็นพัลวัน สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการตั้งครรภ์ ตัวอย่างการนับที่ถูกต้องเช่น หากเรามีประจำเดือนในวันที่ 7-12 ช่วงที่ปลอดภัย หน้า 7 ได้แก่ วันที่ 1-7 ส่วน หลัง 7 ก็คือวันที่ 7-13 นะครับ อย่างไรก็ตามวิธีนี้สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 70-75% และจะใช้ได้ดีเฉพาะในผู้ที่มีประจำเดือนมาอย่างสม่ำเสมอ

4.       การใช้ยาหรือฮอร์โมนคุมกำเนิด แบ่งตามรูปแบบของผลิตภัณฑ์ ได้เป็น 3 ชนิด คือ

4.1    ยาคุมกำเนิดชนิดฉีด เป็นการฉีดยาเพียง 1 ครั้ง จะให้ผลคุมกำเนิดระยะยาว 2 ? 3 เดือน

       4.2 ยาคุมกำเนิดชนิดฝังใต้ผิวหนัง ชนิดนี้จะมีฤทธิ์อยู่นาน 3 ? 5 ปี

4.3    ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรับประทาน ยาชนิดนี้ยังแบ่งตามวิธีใช้ได้เป็น 2 ประเภท คือ

4.3.1           ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรับประทานเป็นประจำ (ต้องรับประทานอย่างต่อเนื่องถึงจะได้ผลดี)

4.3.2           ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน ซึ่งใช้เฉพาะในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น

           สำหรับการคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ถึง 95%

5.       การทำหมัน :สามารถทำได้ทั้งในเพศชายและเพศหญิง นับว่าเป็นวิธีที่อาจจะได้ผลดีที่สุดคือ 99.9% แต่มักจะทำในผู้ที่มีลูกแล้ว และไม่ต้องการที่จะมีอีก

 

หมอเอ้ก็อธิบายวิธีการคุมกำเนิดมาตั้งหลายวิธี ก็หวังว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่อ่านบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ อย่างไรก็ตามหมอเอ้ขอฝากไว้สำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมจะมีลูกนะครับ โดยเฉพาะน้อง ๆ ที่อยู่ในวัยเรียนทั้งชายและหญิงว่าหากยังไม่พร้อม ก็อย่าพยายามหาเรื่องใส่ตัวเลยครับ เพราะแค่อารมณ์เพียงชั่ววูบไม่กี่นาที ก็อาจทำให้อนาคตของทั้งคู่ดับสนิทเลยก็ว่าได้ คิดเยอะ ๆ ครับว่า สมควรแล้วเหรอที่จะทำ หากต้องการจริง ๆ ก็ช่วยเหลือตัวเองไปก่อน แต่ถ้าหยุดไม่ได้แล้วมันต้องการโครต ๆ ถ้าไม่ทำต้องตายแน่ ๆ  ก็ต้องหาวิธีป้องกันครับ หัดไว้ครับ หัดรับผิดชอบต่อสังคมบ้างไม่ใช่เอาแค่ตัวเองมีความสุข แต่สุดท้ายสร้างปัญหาให้กับสังคม เพราะแค่ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมทุกวันก็จะแก้กันไม่ไหวอยู่แล้ว สุดท้ายพวกคุณก็จะได้ไม่ต้องเข้ามาโพสต์ถามว่า ?อย่างนี้จะท้องหรือเปล่า?

Share |
เมื่อวันที่ : 2010-04-17 | อ่าน : 47477 ครั้ง | ความเห็น : 58 ความเห็น
ความคิดเห็นที่ 38
อยากทราบว่าทานยาคุมกับยาลดความอ้วนคู่กันได้มั้ยค่ะ แต่ทานคนละเวลานะคะ แล้วจะทำให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดลดลงมั้ยคะ ขอบพระคุณค่ะ...

โดย : | วันที่ : 2010-09-24 | เวลา : 00:00:00 | IP : 115.67.124.xxx
ความคิดเห็นที่ 37
ตอบคุณ SS ก็มีความเป็นไปได้ทั้งหมดแหล่ะครับ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนสภาพของฮอร์โมนในร่างกาย อย่างไรก็ตามหากมีความผิดปกติที่มากเกินกว่า 1 เดือน ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์จะดีที่สุดครับ

โดย : | วันที่ : 2010-08-24 | เวลา : 00:00:00 | IP : 58.8.124.xxx
ความคิดเห็นที่ 36
ขอถามคุณหมอได้ไหมคะ คือ เมื่อก่อนหนุทานยาุคุมเป็นปี แล้วทีนี้หนูกับแฟนก็ไม่ค่อยมีเพศสัมพันธ์กันน่ะค่ะ แต่ช่วงนั้น(ที่ไม่ค่อยมีเพศสัมพันธ์น่ะค่ะ) ก็ยังทานยาคุมต่อไปน่ะค่ะ แต่ตอนนี้แฟนบอกว่าให้หยุดสักเดือนนึงก่อน เพราะเขาอยากให้พักน่ะค่ะ เพราะว่ายังไงก็ไม่ค่อยจะมีเพศสัมพันธ์บ่อยน่ะค่ะ ก็เลยอยากจะถามคุณหมอว่า ในกรณีนี้ถ้าหยุดทานยาคุม 1 เดือนนะคะ ช่วงที่หยุดยาคุม1เดือนนี้มันเป็นเหตุที่ทำให้ประจำเดือนคลาดเคลื่อนรึเปล่าคะ? หรือว่ามันไม่เกี่ยว? เพราะตัวหนูเองจากที่ไม่เคยทานยาคุม ประจำเดือนหนูมาก็ไม่เคยตรงสักทีเลยน่ะค่ะ แต่พอมาทานยาคุมกลับมาตรงเป๊ะทุกครั้ง พอหยุดยาคุม 1 เดือนมันทำให้ส่งผลประจำเดือนคลาดเคลื่อนรึเปล่าคะคุณหมอ? กรุณาช่วยตอบด้วยนะคะ (ยิ่งเร็วยิ่งดีค่ะ)

โดย : | วันที่ : 2010-08-17 | เวลา : 00:00:00 | IP : 58.9.132.xxx
ความคิดเห็นที่ 35
ถึงคุณบบบ โทษทีครับตอบช้าไปหน่อย ประจำเดือนมาน้อยหรือมากก็ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของร่างกายแต่ละคน ดังนั้นเรื่องของการรับประทานอาหารก็เป็นสิ่งที่สำคัญ รวมถึงการรับประทานพวกวิตามินเสริมก็ช่วยให้ร่างกายมีความสมบูรณ์มากขึ้น ส่วนเรื่องการตั้งครรภ์ไม่ต้องกลัวหรอกครับถ้าเราไม่ได้มีเพศสัมพันธ์อีกครั้ง ใจเย็น ๆครับอย่าเครียด ยิ่งเครียดก็จะยิ่งทำให้มาช้านะครับ

โดย : | วันที่ : 2010-08-03 | เวลา : 00:00:00 | IP : 58.8.130.xxx
ความคิดเห็นที่ 34
คือเจาะเลือดตรวจโรค 2 ครั้งหมอก็ไม่ได้บอกว่าตั้งครรภ์ หรือเลือดตรวจการตั้งครรภ์ไม่ได้? แแล้วหมอที่ รพ.บอกว่า ที่เมนส์มาไม่ปกติเพนาะเลือดน้อย ลองนึกๆดูมันเกี่ยวหรอคะ? เมนส์มันคือเลือดเสียไม่ใช่หรอคะ?แล้วนีวันที่ 26 แล้วเมนส์ยังไม่มา มันเป็นอะไรรึเปล่าคะ รบกวนด้วยคะ ขอบคุนค่ะ

โดย : | วันที่ : 2010-07-26 | เวลา : 00:00:00 | IP : 180.180.13.xxx
ความคิดเห็นที่ 33
หมอคะ พอดีช่วงนี้ไม่สบายมากไปตรวจเลือดมา เป็นโรคซีดมากอะค่ะ ค.เข้มข้นเลือดแค่ 25% ธาตุเหล็กแค่ 11 แล้วเดือนที่แล้วเมนส์มาวันที่ 26 ค่ะ นี่ก็ 24 แล้วยังไม่มีทีท่าว่าจะมาเลย แล้วเปนไมเกรน หมอบอกเลือดต่ำ ประจำเดือนปกติก็มา 7วัน แต่เดือนนี้ยังไม่มา เป็นเพราะเลือดไม่ดีรึเปล่าคะ เครียดอีกแล้วเมนส์ไม่มาสักที มันจะเป็นอะไรรึเปล่าคะ ท้องรึเปล่า ขอโทดที่รบกวนนะคะ ขอบคุนค่ะ

โดย : | วันที่ : 2010-07-24 | เวลา : 00:00:00 | IP : 180.180.9.xxx
ความคิดเห็นที่ 32
เรียน คุณบบบ ครับ เพราะฉะนั้นมั่นใจได้แล้วครับว่าไม่ท้อง ผมรับรองเลยครับว่าไม่ท้อง เพราะชุดตรวจครรภ์ค่อนข้างจะให้ผลที่แม่นยำมากครับ สบายใจได้ครับ ถ้ามีปัญหาอะไรไม่สบายใจก็ถามได้เรื่อย ๆ ครับ ไม่ต้องเกรงใจ เพราะผมเข้าใจดีว่าทุกคนย่อมมีปัญหากันทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะหาทางออกของปัญหานั้นได้อย่างไร อย่างน้อยการระบายหรือการพูดคุยก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราหายวิตกกังวลได้ครับ โชคดี

โดย : | วันที่ : 2010-07-19 | เวลา : 00:00:00 | IP : 115.87.221.xxx
ความคิดเห็นที่ 31
ซื้อชุดตรวจครรภ์มาตรวจแล้วค่ะ 2 ยี่ห้อ ไม่ท้องทั้งคู่ แต่ใจก็ยังกังวล แม่เลยพาไปหาจิตแพทย์ เค้าบอกว่าฉันเป็นโรค อะไรสักอย่างแต่จะลงท้ายที่ซึมเศร้า แล้วที่ยังคิดว่าตัวเองท้องๆ เป็นเพราะฟุ้งซ่านหรือ คิดมากไปเอง ในเมื่อ ผลตรวจออกมาว่าไม่ท้อง คือ ดิฉัน ไม่ท้อง 100% ใช่มั้ยคะ 100% คือ โอกาสเป็น 0 ดิฉันยังจิตตกอยู่หน่อยๆ ขอโทษนะคะที่สุขภาพจิตดิฉันมารบกวนหมอ แต่ขอคำยืนยันอีกครั้ง 100% ใช่มั้ยคะ ขอบคุนที่ช่วยเหลือมาตลอด ขอบคุนนะคะ

โดย : | วันที่ : 2010-07-17 | เวลา : 00:00:00 | IP : 125.26.26.xxx
ความคิดเห็นที่ 30
ตอบ คุณบบบ ครับ คือจริง ๆ แล้วจะชัวร์หรือไม่ผมไม่สามารถบอกได้ครับ แต่ตั้งแต่คห.ที่ 24 ที่คุณบอกว่าเลือดมาแล้วแต่น้อย ผมคาดว่าน่าจะเป็นเลือดประจำเดือนเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ เพราะโดยปกติถ้าเป็นฤทธิ์ของยาคุมกำเนิดมันไม่น่าจะทำให้เลือดออกติดต่อกันนานถึงห้าวันหรอกครับ แต่ถ้าจะให้ชัวร์จริง ๆ ผมแนะนำว่าไปซื้อแผ่นตรวจครรภ์มาตรวจเถอะครับ เพราะมาถึงวันนี้แล้วแผ่นตรวจค่อนข้างชัวร์ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ อย่างไรก็ตามทำจิตใจให้สบายครับ เพราะหมเองก็ค่อนข้างที่จะเชื่อว่า "คุณไม่มีทางท้องครับ"

โดย : | วันที่ : 2010-07-12 | เวลา : 00:00:00 | IP : 58.8.116.xxx
ความคิดเห็นที่ 29
ไม่ท้องแน่นอนครับ เพราะถึงจะมาน้อยก็ยังดีกว่าไม่มาครับ แต่ถ้าไม่มาก็แสดงว่าท้องครับ ถึงจะผ่านมามันก็มา ทำใจให้สบายรอเดือนหน้ามาเยอะๆๆ อย่าเคลียดๆ

โดย : | วันที่ : 2010-07-12 | เวลา : 00:00:00 | IP : 58.8.116.xxx
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น
รายละเอียด
108บล็อกเกอร์
บล็อกที่แสนจะเต็มไปด้วยชีวิตชีวา