108health.com : สุขภาพ ผู้หญิง การลดน้ำหนัก อาหารเพื่อสุขภาพ แฟชั่น ครอบครัว ท่องเที่ยว
  สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ  
 
คลิปวีดีโอ คลิปวีดีโอ ฟังวิทยุ ฟังวิทยุ โปรโมชั่นแนะนำ โปรโมชั่นแนะนำ Blog Blog gallery gallery เกี่ยวกับเรา เกี่ยวกับเรา
     nana dot หน้าแรก » ความรู้ทางการแพทย์ » แพทย์แผนปัจจุบัน » ผลของยาอื่น ๆ ต่อยาเม็ดคุมกำเนิด
         แพทย์แผนปัจจุบัน
   

ผลของยาอื่น ๆ ต่อยาเม็ดคุมกำเนิด

โดย : http://www.bangkokhealth.com
ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรับประทาน (Oral Contraceptives) คงเป็นที่รู้จักกันดี และคงมีหลายๆคนเคยได้ใช้มาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้สำหรับคุมกำเนิด, ใช้ลดความมันบนใบหน้าเพื่อลดสิว หรือการใช้เพื่อปรับระดับฮอร์โมนในร่างกายให้สมดุล
         ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรับประทาน (Oral Contraceptives) คงเป็นที่รู้จักกันดี และคงมีหลายๆคนเคยได้ใช้มาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้สำหรับคุมกำเนิด, ใช้ลดความมันบนใบหน้าเพื่อลดสิว หรือการใช้เพื่อปรับระดับฮอร์โมนในร่างกายให้สมดุล

ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรับประทาน (Oral Contraceptives) คงเป็นที่รู้จักกันดี และคงมีหลายๆคนเคยได้ใช้มาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้สำหรับคุมกำเนิด, ใช้ลดความมันบนใบหน้าเพื่อลดสิว หรือการใช้เพื่อปรับระดับฮอร์โมนในร่างกายให้สมดุล

แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า การทานยาอื่นๆ ในขณะที่ทานยาคุมกำเนิดอยู่ทุกวัน อาจส่งผลให้ฤทธิ์ของยาคุมกำเนิดลดลงจนอาจถึงขั้นไม่สามารถป้องกันการเกิดการตั้งครรภ์ได้ ดังนั้นในครั้งนี้เราจะมาว่ากันถึงยาที่มีผลทำให้ฤทธิ์ของยาคุมกำเนิดเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งสำคัญสำหรับผู้ที่ทานยาคุมกำเนิดชนิด 21 เม็ด หรือ 28 เม็ด โดยที่หวังผลคุมกำเนิด แต่ไม่ได้ครอบคลุมถึงผู้ที่ทานยาคุมกำเนิดชนิด 21 เม็ด หรือ 28 เม็ด เพื่อหวังผลลดสิว, ปรับฮอร์โมนในร่างกาย หรือผลอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับการคุมกำเนิด

โดยปกติยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรับประทาน สามารถแบ่งได้หลายประเภทแล้วแต่วิธีการแบ่ง แต่หากแบ่งตามวัตถุประสงค์ในการใช้คุมกำเนิด จะแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

  1. ยาคุมกำเนิดที่รับประทานเป็นช่วงเวลาแน่นอน จะเป็นรูปแบบแผง ทานทุกวัน หรือทานหมดแผงแล้วหยุด 7 วัน จะใช้คุมกำเนิดแบบที่มีการวางแผนคุมกำเนิดไว้แล้ว
  2. ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน หรือยาคุมกำเนิดหลังมีเพศสัมพันธ์ (Postcoital Contraceptives) ซึ่งจะใช้คุมกำเนิดเฉพาะกรณีที่มีเพศสัมพันธ์โดยที่ไม่มีการวางแผนมาก่อน, หรือใช้ป้องกันการตั้งครรภ์กรณีเกิดความผิดพลาดจากวิธีการคุมกำเนิดอื่นๆ เช่น ถุงยางอนามัยรั่ว, ลืมทานยาเม็ดคุมกำเนิด เป็นต้น ซึ่งยาคุมประเภทนี้จะให้ผลในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้น้อยกว่าประเภทที่ทานเป็นช่วงเวลาแน่นอน และถึงแม้จะใช้ยาอย่างถูกวิธีทุกประการ ก็ยังอาจเกิดการตั้งครรภ์ได้ ดังนั้นจึงไม่ควรใช้ยาคุมกำเนิดประเภทนี้ตลอด จะใช้เฉพาะกรณีที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น และในที่นี้จะไม่ได้กล่าวถึงผลของยาอื่นๆที่มีผลกระทบต่อฤทธิ์ของยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน

ยาเม็ดคุมกำเนิดทั้งหมดจะประกอบด้วยฮอร์โมน ซึ่งอาจเป็นฮอร์โมนหนึ่ง หรือสองชนิด (แล้วแต่ชนิด และยี่ห้อของยาเม็ดคุมกำเนิด) โดยเมื่อรับประทานเข้าสู่ร่างกาย จะทำให้มีระดับฮอร์โมนในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดการป้องกันการตั้งครรภ์ แต่ถ้าหากมีปัจจัยใดก็ตามที่ทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกาย (จากยาเม็ดคุมกำเนิด) ไม่สูงขึ้นอย่างเพียงพอหลังจากทานยาเม็ดคุมกำเนิดแต่ละเม็ด ก็จะทำให้ฤทธิ์ในการป้องกันการเกิดการตั้งครรภ์ของยาลดลงไปด้วย

มียาหลายชนิดที่เมื่อได้รับในระหว่างที่รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดอยู่ จะทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายจากยาเม็ดคุมกำเนิดเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยาเม็ดคุมกำเนิด และประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบได้ตั้งแต่มีเลือดออกกะปริบกะปรอย ไปจนถึงเกิดการตั้งครรภ์ได้ ซึ่งได้รวบรวมไว้ดังตาราง

รายการยาที่มีผลทำให้ฤทธิ์ของยาคุมกำเนิดลดลง

ชื่อยา หรือกลุ่มยาที่ให้ร่วมกันกลไกที่ทำให้ฤทธิ์ของยาเม็ดคุมกำเนิดลดลงหมายเหตุ
1. Carbamazepine (Tegretol)เหนี่ยวนำให้เอนไซม์ที่ทำหน้าที่ขับยาฮอร์โมนออกจากร่างกายมีปริมาณมากขึ้น ทำให้มียาฮอร์โมนที่ถูกขับออกจากร่างกายมากขึ้นผลเหนี่ยวนำที่ทำให้เอนไซม์เพิ่มขึ้นอาจยังคงอยู่แม้จะหยุดยาที่เหนี่ยวนำไปแล้ว 4 สัปดาห์
2. Oxcarbazepine (Trileptal)เหนี่ยวนำให้เอนไซม์ที่ทำหน้าที่ขับยาฮอร์โมนออกจากร่างกายมีปริมาณมากขึ้น ทำให้มียาฮอร์โมนที่ถูกขับออกจากร่างกายมากขึ้นผลเหนี่ยวนำที่ทำให้เอนไซม์เพิ่มขึ้นอาจยังคงอยู่แม้จะหยุดยาที่เหนี่ยวนำไปแล้ว 4 สัปดาห์
3. Phenytoin (Dilantin)เหนี่ยวนำให้เอนไซม์ที่ทำหน้าที่ขับยาฮอร์โมนออกจากร่างกายมีปริมาณมากขึ้น ทำให้มียาฮอร์โมนที่ถูกขับออกจากร่างกายมากขึ้น ผลเหนี่ยวนำที่ทำให้เอนไซม์เพิ่มขึ้นอาจยังคงอยู่แม้จะหยุดยาที่เหนี่ยวนำไปแล้ว 4 สัปดาห์
4. Phenobarbitalเหนี่ยวนำให้เอนไซม์ที่ทำหน้าที่ขับยาฮอร์โมนออกจากร่างกายมีปริมาณมากขึ้น ทำให้มียาฮอร์โมนที่ถูกขับออกจากร่างกายมากขึ้น และทำให้โปรตีนในเลือดมีความสามารถจับกับยาฮอร์โมนได้เพิ่มมากขึ้น ทำให้มีฮอร์โมนอิสระที่ออกฤทธิ์ได้ลดลงผลเหนี่ยวนำที่ทำให้เอนไซม์เพิ่มขึ้นอาจยังคงอยู่แม้จะหยุดยาที่เหนี่ยวนำไปแล้ว 4 สัปดาห์
5. Primidoneเหนี่ยวนำให้เอนไซม์ที่ทำหน้าที่ขับยาฮอร์โมนออกจากร่างกายมีปริมาณมากขึ้น ทำให้มียาฮอร์โมนที่ถูกขับออกจากร่างกายมากขึ้นผลเหนี่ยวนำที่ทำให้เอนไซม์เพิ่มขึ้นอาจยังคงอยู่แม้จะหยุดยาที่เหนี่ยวนำไปแล้ว 4 สัปดาห์
6. Topiramate (Topamax)เหนี่ยวนำให้เอนไซม์ที่ทำหน้าที่ขับยาฮอร์โมนออกจากร่างกายมีปริมาณมากขึ้น ทำให้มียาฮอร์โมนที่ถูกขับออกจากร่างกายมากขึ้นผลเหนี่ยวนำที่ทำให้เอนไซม์เพิ่มขึ้นอาจยังคงอยู่แม้จะหยุดยาที่เหนี่ยวนำไปแล้ว 4 สัปดาห์
7. Rifampicinเหนี่ยวนำให้เอนไซม์ที่ทำหน้าที่ขับยาฮอร์โมนออกจากร่างกายมีปริมาณมากขึ้น ทำให้มียาฮอร์โมนที่ถูกขับออกจากร่างกายมากขึ้นผลเหนี่ยวนำที่ทำให้เอนไซม์เพิ่มขึ้นอาจยังคงอยู่แม้จะหยุดยาที่เหนี่ยวนำไปแล้ว 4 สัปดาห์
8. Griseofulvinเหนี่ยวนำให้เอนไซม์ที่ทำหน้าที่ขับยาฮอร์โมนออกจากร่างกายมีปริมาณมากขึ้น ทำให้มียาฮอร์โมนที่ถูกขับออกจากร่างกายมากขึ้นผลเหนี่ยวนำที่ทำให้เอนไซม์เพิ่มขึ้นอาจยังคงอยู่แม้จะหยุดยาที่เหนี่ยวนำไปแล้ว 4 สัปดาห์
9. ยาฆ่าเชื้อรากลุ่ม Azole เช่น Fluconazole (Diflucan), Itraconazole (Sporal), Ketoconazole (Nizoral)ไม่ทราบกลไกที่แน่ชัดพบว่าอาจทำให้เกิดเลือดออกกะปริบกะปรอยได้
10. ยาต้านไวรัสกลุ่ม Protease Inhibitors บางตัว เช่น Ritonavir (Norvir), Nelfinavir (Viracept), Lopinavir (Kaletra), Saquinavir (Fortovase)เหนี่ยวนำให้เอนไซม์ที่ทำหน้าที่ขับยาฮอร์โมนออกจากร่างกายมีปริมาณมากขึ้น ทำให้มียาฮอร์โมนที่ถูกขับออกจากร่างกายมากขึ้นผลเหนี่ยวนำที่ทำให้เอนไซม์เพิ่มขึ้นอาจยังคงอยู่แม้จะหยุดยาที่เหนี่ยวนำไปแล้ว 4 สัปดาห์
11. Nevirapine (Viramune)เหนี่ยวนำให้เอนไซม์ที่ทำหน้าที่ขับยาฮอร์โมนออกจากร่างกายมีปริมาณมากขึ้น ทำให้มียาฮอร์โมนที่ถูกขับออกจากร่างกายมากขึ้นผลเหนี่ยวนำที่ทำให้เอนไซม์เพิ่มขึ้นอาจยังคงอยู่แม้จะหยุดยาที่เหนี่ยวนำไปแล้ว 4 สัปดาห์
12. สมุนไพร St John’s Wortเหนี่ยวนำให้เอนไซม์ที่ทำหน้าที่ขับยาฮอร์โมนออกจากร่างกายมีปริมาณมากขึ้น ทำให้มียาฮอร์โมนที่ถูกขับออกจากร่างกายมากขึ้นแม้จะไม่มีข้อมูลที่มีคุณภาพดี ที่ยืนยันผลของ St John’s Wort ที่มีต่อฤทธิ์ยาคุมกำเนิด แต่แนะนำให้ระมัดระวังเช่นเดียวกับยาที่มีผลเหนี่ยวนำเอนไซม์
13. ยากลุ่ม Penicillins เช่น Ampicillin, Amoxicillin ฯลฯรบกวนเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ที่มีหน้าที่เพิ่มการดูดซึมกลับของยาฮอร์โมนจากลำไส้ใหญ่เข้าสู่กระแสเลือดอีกครั้ง ทำให้ระดับยาฮอร์โมนในร่างกายลดลงมีผลต่อยาคุมกำเนิดชนิดที่เป็นยาผสมระหว่างเอสโตรเจน และโปรเจสโตเจนเท่านั้น (ไม่มีผลต่อยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนโปรเจสโตเจนเดี่ยวๆ)
14. ยากลุ่ม Tetracyclines เช่น Tetracycline, Doxycyclineรบกวนเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ที่มีหน้าที่เพิ่มการดูดซึมกลับของยาฮอร์โมนจากลำไส้ใหญ่เข้าสู่กระแสเลือดอีกครั้ง ทำให้ระดับยาฮอร์โมนในร่างกายลดลงมีผลต่อยาคุมกำเนิดชนิดที่เป็นยาผสมระหว่างเอสโตรเจน และโปรเจสโตเจนเท่านั้น (ไม่มีผลต่อยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนโปรเจสโตเจนเดี่ยวๆ)

รายการยาที่มีผลทำให้ฤทธิ์ของยาคุมกำเนิดเพิ่มขึ้น

ชื่อยา หรือกลุ่มยาที่ให้ร่วมกันกลไกที่ทำให้ฤทธิ์ของยาเม็ดคุมกำเนิดเพิ่มขึ้นหมายเหตุ
1. Ascorbic acid (Vitamin C)เกิดการแข่งขันแย่งกันทำปฏิกิริยาซึ่งทำให้ยาฮอร์โมนหมดฤทธิ์ ทำให้มียาฮอร์โมนที่เกิดปฏิกิริยาแล้วหมดฤทธิ์ในร่างกายมีน้อยลง และมีฮอร์โมนที่ยังอยู่ในรูปที่ออกฤทธิ์สูงมากขึ้นไม่มีความสำคัญในแง่ฤทธิ์ยา แต่มีความสำคัญคืออาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงจากยาฮอร์โมนที่มีระดับเพิ่มขึ้นได้ เช่น คลื่นไส้, อาเจียน, เวียนศีรษะ
2. Acetaminophen (Paracetamol)เกิดการแข่งขันแย่งกันทำปฏิกิริยาซึ่งทำให้ยาฮอร์โมนหมดฤทธิ์ ทำให้มียาฮอร์โมนที่เกิดปฏิกิริยาแล้วหมดฤทธิ์ในร่างกายมีน้อยลง และมีฮอร์โมนที่ยังอยู่ในรูปที่ออกฤทธิ์สูงมากขึ้นไม่มีความสำคัญในแง่ฤทธิ์ยา แต่มีความสำคัญคืออาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงจากยาฮอร์โมนที่มีระดับเพิ่มขึ้นได้ เช่น คลื่นไส้, อาเจียน, เวียนศีรษะ
3. Atazanavir (Reyataz)เกิดการยับยั้งเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ขับยาฮอร์โมนออกจากร่างกาย ทำให้มีระดับยาฮอร์โมนในร่างกายสูงขึ้นไม่มีความสำคัญในแง่ฤทธิ์ยา แต่มีความสำคัญคืออาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงจากยาฮอร์โมนที่มีระดับเพิ่มขึ้นได้ เช่น คลื่นไส้, อาเจียน, เวียนศีรษะอาจต้องพิจารณาเปลี่ยนเป็นยาฮอร์โมนโดสต่ำ ๆ หรือเลือกใช้การคุมกำเนิดวิธีอื่นแทน

แนวทางในการปฏิบัติเมื่อจำเป็นต้องใช้ยาที่มีผลทำให้ฤทธิ์ของยาเม็ดคุมกำเนิดลดลง

  • ให้ใช้วิธีการคุมกำเนิดอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ถุงยางอนามัย
  • กรณีที่จะต้องใช้ยาที่ทำให้ฤทธิ์ยาคุมกำเนิดลดลง ติดต่อกันเป็นเวลานานไม่สามารถเปลี่ยนยาได้ แนะนำให้เปลี่ยนวิธีการคุมกำเนิดเป็นวิธีที่ไม่ได้รับผลกระทบจากยา เช่น ห่วงคุมกำเนิด แต่ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อน
  • ในกรณีที่ยาที่มีผลทำให้ฤทธิ์ของยาคุมกำเนิดลดลง เป็นกลไกเกี่ยวกับการเหนี่ยวนำเอนไซม์ให้ขับยาฮอร์โมนออกจากร่างกายเพิ่มขึ้น (ยากันชักเข่น Carbamazepine, Oxcarbazepine, Phenytion, Phenobarbital, Primidone, Topiramate, ยาต้านไวรัสกลุ่ม Protease เช่น Ritonavir, Nelfinavir, Lopinavir, Saquinavir, ยาต้านเชื้อไวรัส Nevirapine, ยาต้านเชื้อรา Griseofulvin, ยาต้านเชื้อ Rifampicin) ผลของการเหนี่ยวนำเอนไซม์อาจยั�
    เข้าชม : 14231 ครั้ง
    ที่มา : http://www.bangkokhealth.com
ข้อน่ารู้ เสริมจมูก ศัลยกรรมเพื่อสุขภาพ
ข้อน่ารู้ เสริมจมูก ศัลยกรรมเพื่อสุขภาพ ข้อน่ารู้ เสริมจมูก ศัลยกรรมเพื่อสุขภาพ
หัวข้อ : แพทย์แผนปัจจุบัน
เข้าชม : 9681 ครั้ง
dot
วันนี้เทคโนโลยีและวิวัฒนการทางการแพทย์ศัลยกรรมได้เติบโตและทำให้คนที่สนใจทำสวยได้เข้ามาทำศัลยกรรมกันมากขึ้นโดยไม่กลัวเรื่องสุขภาพอีกต่อไป
อ่านต่อ
การปลูกถ่ายอวัยวะ
การปลูกถ่ายอวัยวะ การปลูกถ่ายอวัยวะ
หัวข้อ : แพทย์แผนปัจจุบัน
เข้าชม : 12214 ครั้ง
dot
การปลูกถ่ายอวัยวะ (organ transplantation) อาจจะเป็นคำใหม่ที่ท่านจะเคยได้ยินครั้งนี้เป็นครั้งแรก แต่ในอนาคตคนไทยทุกคน หรือทั่วโลกจะต้องรู้จักกันมากยิ่งขึ้น เพราะวิวัฒนาการทางการแพทย์เพื่อเอาชนะโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นกับอวัยวะต่างๆ ในร่างกายคนเรา
อ่านต่อ
ยีนบำบัด
ยีนบำบัด ยีนบำบัด
หัวข้อ : แพทย์แผนปัจจุบัน
เข้าชม : 11328 ครั้ง
dot
ยีนบำบัด อวัยวะต่างๆ ในร่างกายของมนุษย์ประกอบด้วยเซลล์เป็นจำนวนมาก ในเซลล์ประกอบด้วยยีนมากกว่า 30,000 ชนิด ซึ่งยีนแต่ละชนิดทำหน้าที่แตกต่างกันไป
อ่านต่อ
มหัศจรรย์เกลือ สีชมพู บำบัดโรคได้จริงหรือ?
มหัศจรรย์เกลือ สีชมพู บำบัดโรคได้จริงหรือ? มหัศจรรย์เกลือ สีชมพู บำบัดโรคได้จริงหรือ?
หัวข้อ : แพทย์แผนปัจจุบัน
เข้าชม : 7121 ครั้ง
dot
“เกลือ” ยิ่งเค็มยิ่งดี และรักษาโรคได้จริงหรือ? คนรุ่นใหม่มักจะคิดว่าการรับประทานอาหารที่มีรสเค็มนั้นส่งผลร้ายต่อร่างกาย ก่อให้เกิดโรคร้ายต่างๆ ตามมา
อ่านต่อ
ผลของยาอื่น ๆ ต่อยาเม็ดคุมกำเนิด
ผลของยาอื่น ๆ ต่อยาเม็ดคุมกำเนิด ผลของยาอื่น ๆ ต่อยาเม็ดคุมกำเนิด
หัวข้อ : แพทย์แผนปัจจุบัน
เข้าชม : 14232 ครั้ง
dot
ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรับประทาน (Oral Contraceptives) คงเป็นที่รู้จักกันดี และคงมีหลายๆคนเคยได้ใช้มาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้สำหรับคุมกำเนิด, ใช้ลดความมันบนใบหน้าเพื่อลดสิว หรือการใช้เพื่อปรับระดับฮอร์โมนในร่างกายให้สมดุล
อ่านต่อ
ตัดรังไข่ ไม่เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรค
ตัดรังไข่ ไม่เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรค ตัดรังไข่ ไม่เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรค
หัวข้อ : แพทย์แผนปัจจุบัน
เข้าชม : 4783 ครั้ง
dot
ข่าวดีสำหรับคุณผู้หญิงที่กำลังเป็นห่วงว่าหากเราไม่มีรังไข่จะเสี่ยงต่อโรคอะไรรึเปล่า เรามีคำตอบสำหรับคุณผู้หญิงที่รักสุขภาพและยังกังวลเรื่องนี้อยู่ค่ะ
อ่านต่อ
ธาตุทั้ง 4 กับแพทย์แผนไทย
ธาตุทั้ง 4 กับแพทย์แผนไทย ธาตุทั้ง 4 กับแพทย์แผนไทย
หัวข้อ : แพทย์แผนปัจจุบัน
เข้าชม : 28006 ครั้ง
dot
การแพทย์แผนไทยจะกล่าวถึงสาเหตุของโรคว่า ในตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ “ฉบับหลวง” และตำราเวชศึกษา ได้ระบุเกี่ยวกับทฤษฎียาว่า องค์ประกอบของร่างกายมนุษย์ ประกอบด้วยธาตุ 4 ธาตุ คือ
อ่านต่อ
พูดติดอ่าง รักษาได้แค่มั่นใจตัวเอง
พูดติดอ่าง รักษาได้แค่มั่นใจตัวเอง พูดติดอ่าง รักษาได้แค่มั่นใจตัวเอง
หัวข้อ : แพทย์แผนปัจจุบัน
เข้าชม : 5343 ครั้ง
dot
อาการติดอ่าง (Stuttering) เป็นหนึ่งในความผิดปกติของการจังหวะการพูด ที่ทำให้ผู้พูดตะกุกตะกัก ติด ๆ ขัด ๆ และพูดซ้ำคำเดิม
อ่านต่อ
การฉายแสง
การฉายแสง การฉายแสง
หัวข้อ : แพทย์แผนปัจจุบัน
เข้าชม : 15536 ครั้ง
dot
การฉายแสง รังสีพลังงานสูงมีคุณสมบัติทำลายเซลล์มะเร็งได้ดี และมีผลต่อเซลล์ธรรมดาบ้าง นอกจากนี้รังสีรักษายังสามารถใช้รักษาโรคอื่นๆ ที่ไม่ใช่มะเร็งได้ด้วย การฉายรังสี หรือเรียกโดยคนทั่วไปว่า ฉายแสง คือ
อ่านต่อ
โคเลสเตอรอล
โคเลสเตอรอล โคเลสเตอรอล
หัวข้อ : แพทย์แผนปัจจุบัน
เข้าชม : 8071 ครั้ง
dot
โคเลสเตอรอล เป็นสารไขมันชนิดหนึ่งคล้ายขี้ผึ้ง ปรากฏอยู่ในทุกเซลล์ของร่างกาย ทำหน้าที่สำคัญหลายชนิดภายในร่างกาย
อ่านต่อ
การผ่าตัด
การผ่าตัด การผ่าตัด
หัวข้อ : แพทย์แผนปัจจุบัน
เข้าชม : 19155 ครั้ง
dot
การผ่าตัด แพทย์จะใช้วิธีผ่าตัดรักษาก็ต่อเมื่อไม่สามารถรักษาด้วยวิธีธรรมดาให้หายได้แล้ว เนื่องจากการทำผ่าตัด นอกจากจะต้องสิ้นเปลืองเงินทองมากกว่าแล้ว ยังต้องมีการเตรียมคนไข้ และต้องอาศัยทีมงานแพทย์พยาบาลที่พรั่งพร้อม
อ่านต่อ
เสียงเพลงดีเอ็นเอ
เสียงเพลงดีเอ็นเอ เสียงเพลงดีเอ็นเอ
หัวข้อ : แพทย์แผนปัจจุบัน
เข้าชม : 8282 ครั้ง
dot
เป็นที่ทราบกันดีว่า ดีเอ็นเอ รหัสแห่งชีวิตประกอบด้วยโครงสร้าง 4 ตัว คือ เอ (อะดินีน) adenine ที (ไธมีน) thymine ซี (ไซโตซีน) cytosine และจี (กัวนีน) guanine
อ่านต่อ
บทความใหม่
รีวิวล่าสุด
ยอดนิยม
โปรโมชั่น
Breast Cancer Awareness 2013 Breast Cancer Awareness 2013
หัวข้อ : ข่าวสุขภาพ รวมเหตุการณ์น่าสนใจ
เข้าชม : 2807 ครั้ง
เครื่องสำอางคลีนิกข์ หนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางภายใต้บริษัท เอลก้า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมสนับสนุนการร...
เครื่องรีดไอน้ำถนอมผ้า @Home รุ่น Activa Care Plus เครื่องรีดไอน้ำถนอมผ้า @Home รุ่น Activa Care Plus
หัวข้อ : ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
เข้าชม : 10686 ครั้ง
วันนี้ขอมาโชว์รีวิวในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ประจำบ้านของคุณผู้หญิงสมัยใหม่กันสักหน่อยแบบว่าแม่บ้า...
ชาขาวผสมสมุนไพร ตราไวท์เนเจอร์ เพื่อสุขภาพ ชาขาวผสมสมุนไพร ตราไวท์เนเจอร์ เพื่อสุขภาพ
หัวข้อ : อาหารสุขภาพ
เข้าชม : 4822 ครั้ง
ขับของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย ลดระดับน้ำตาล และไขมันในเส้นเลือด ด้วยชาขาวผสมสมุนไพร เหมาะสำหรับผู...
วิธีการสะสมคะแนน
สมัครสมาชิก
ฝากข่าวประชาสัมพันธ์
facebook twitter