108health.com : สุขภาพ ผู้หญิง การลดน้ำหนัก อาหารเพื่อสุขภาพ แฟชั่น ครอบครัว ท่องเที่ยว
  สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ  
 
คลิปวีดีโอ คลิปวีดีโอ ฟังวิทยุ ฟังวิทยุ โปรโมชั่นแนะนำ โปรโมชั่นแนะนำ Blog Blog gallery gallery เกี่ยวกับเรา เกี่ยวกับเรา
     nana dot หน้าแรก » โรคภัยไข้เจ็บ » โรคเกี่ยวกับระบบโลหิต » ระบบการแข็งตัวของเลือด
         โรคเกี่ยวกับระบบโลหิต
   

ระบบการแข็งตัวของเลือด

โดย : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
เมื่อเกิดบาดแผลฉีกขาดมีเลือดออก สักครู่เลือดจะแข็งตัวและหยุดไหลได้เองซึ่งเป็นการรักษาตัวเองตามธรรมชาติ ผู้ที่สูญเสียกลไกนี้ไปจะมีอาการเลือดออกผิดปกติหรือเลือดแข็งตัวช้านั่นเอง ทางตรงกันข้ามผู้ป่วยบางคนกลับมีเลือดแข็งตัวผิดปกติจนเป็นลิ่มเลือดไปอุดตันหลอดเลือดสำคัญๆ ของร่างกาย
         เมื่อเกิดบาดแผลฉีกขาดมีเลือดออก สักครู่เลือดจะแข็งตัวและหยุดไหลได้เองซึ่งเป็นการรักษาตัวเองตามธรรมชาติ ผู้ที่สูญเสียกลไกนี้ไปจะมีอาการเลือดออกผิดปกติหรือเลือดแข็งตัวช้านั่นเอง ทางตรงกันข้ามผู้ป่วยบางคนกลับมีเลือดแข็งตัวผิดปกติจนเป็นลิ่มเลือดไปอุดตันหลอดเลือดสำคัญๆ ของร่างกาย

 การห้ามเลือดเป็นขบวนการทางชีวเคมีที่สำคัญของร่างกายเพื่อควบคุมให้เลือดคงสภาพเป็นของเหลวไหลเวียนเป็นปกติอยู่ภายในหลอดเลือด และเปลี่ยนสภาพเป็นลิ่มเลือด เพื่อให้เลือดหยุดเมื่อมีการทำลายของหลอดเลือด ทั้งนี้จะต้องอาศัยความสมดุลระหว่าง 2 ขบวนการสำคัญ ได้แก่ ขบวนการแข็งเป็นลิ่มของเลือด และขบวนการสลายลิ่มเลือด การควบคุมการไหลเวียนเลือดให้เป็นปกตินั้น ประกอบด้วยระบบการทำงานที่สำคัญดังต่อไปนี้ คือ ระบบหลอดเลือดและการซ่อมแซมในตำแหน่งที่ได้รับอันตราย ระบบเกล็ดเลือด การสร้างลิ่มเลือดและระบบควบคุม การสลายลิ่มเลือดและระบบควบคุม ขบวนการเหล่านี้ต้องทำงานร่วมกันเป็นระบบจึงจะมีประสิทธิภาพ และต้องอยู่ในภาวะสมดุล ถ้าเกิดการเสียสมดุลจะทำให้เกิดความผิดปกติ เช่น ถ้าเกิดการเสียสมดุลของการทำงานของระบบห้ามเลือด ก็จะทำให้มีภาวะเลือดออกง่ายผิดปกติ หรือ มีภาวะการแข็งตัวของเลือดในหลอดเลือดได้

โครงสร้างของหลอดเลือดแบ่งเป็น 3 ชั้น ได้แก่ ชั้นใน ชั้นกลาง และชั้นนอก ชั้นในประกอบไปด้วยเซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือดที่เรียงตัวเป็นชั้นเดียวยึดติดกัน ทำหน้าที่สร้างและปล่อยสารต่างๆ เข้าสู่กระแสเลือด และกั้นไม่ให้เลือดและส่วนประกอบของเลือดออกไปนอกหลอดเลือด ชั้นกลางประกอบไปด้วยเซลล์กล้ามเนื้อเรียบเป็นส่วนใหญ่ และความหนาของชั้นนี้จะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดของหลอดเลือด ชั้นนอกประกอบไปด้วยเยื่ออีลาสติกและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ที่สำคัญคือคอลลาเจน อีลาสติน และไมโครไฟบริล ในภาวะปกติ หลอดเลือดจะมีส่วนสำคัญในการควบคุมเลือดให้ไหลเวียนอยู่ในหลอดเลือดได้อย่างปกติ โดยจะมีหน้าที่ควบคุมการหดตัวของหลอดเลือด ทำให้เลือดสามารถไหลเวียนภายในระบบไหลเวียนเลือดได้อย่างปกติ ทำหน้าที่กั้นไม่ให้เลือดผ่านออกไปนอกหลอดเลือด จากการที่ผนังของหลอดเลือดมีความแข็งแรง ทำให้เลือดไม่สามารถซึมออกนอกหลอดเลือดได้ ชั้นที่ทำให้หลอดเลือดแข็งแรง ไม่เปราะแตกง่าย คือ ชั้นนอก หลอดเลือดกั้นไม่ให้โปรตีนที่ใช้ในขบวนการแข็งตัวของเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดถูกกระตุ้น และสร้างสารที่เกี่ยวข้องกับการเกาะกันของเกล็ดเลือดและการแข็งเป็นลิ่มของเลือด เมื่อหลอดเลือดได้รับอันตราย เกิดการฉีกขาดและเกิดรอยรั่ว หลอดเลือดจะหดตัว เป็นการจำกัดจำนวนเลือดไม่ให้สูญเสียออกไป ขบวนการนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและทันทีที่หลอดเลือดได้รับอันตราย และถูกควบคุมโดยระบบประสาทและฮอร์โมน

ระบบเกล็ดเลือด (Platelet)

เกล็ดเลือดที่อยู่ในระบบไหลเวียนเลือดของร่างกาย มีรูปร่างกลม ขนาด 1.5-3 นาโนเมตร เป็นเซลล์ที่ไม่มีนิวเคลียส สร้างมาจากซัยโตพลาสซึมของเซลล์เมกะคาริโอซัยท์ มีอายุประมาณ 9-10 วัน ในระบบไหลเวียนเลือด ในคนปกติจะมีประมาณ 150-400 พันล้านตัวต่อเลือด 1 ลิตร ประมาณหนึ่งในสามของเกล็ดเลือดจะอยู่ในม้าม ในภาวะปกติเกล็ดเลือดจะลอยอยู่ในกระแสเลือด ไม่เกาะกันเอง หรือกับเซลล์เม็ดเลือดอื่นๆ และไม่เกาะติดกับผนังของหลอดเลือด โครงสร้างของเกล็ดเลือดจะแบ่งออกเป็นสามส่วน ได้แก่ ส่วนนอก ส่วนสารเจล และส่วนอวัยวะชิ้นย่อย

ส่วนนอกประกอบด้วยเยื่อหุ้มเกล็ดเลือด ประกอบด้วยเยื่อบุชั้นนอกที่มีกลัยโคโปรตีนเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ และประกอบเป็นโปรตีนตัวรับเกล็ดเลือดชนิดต่างๆ โปรตีนเหล่านี้ทำให้เกล็ดเลือดมีประจุลบ ซึ่งเป็นแรงผลัก ทำให้เกล็ดเลือดไม่เกาะกันเอง และไม่เกาะกับเยื่อบุหลอดเลือดที่ไม่ฉีกขาด ส่วนเยื่อบุที่อยู่ใต้ชั้นนอกประกอบไปด้วยสารไขมันฟอสโฟไลปิด มีความสำคัญโดยเป็นพื้นผิวสำหรับปฏิกิริยาของขบวนการแข็งเป็นลิ่มของเลือด สำหรับส่วนสารเจลเป็นส่วนของซัยโตพลาสซึมของเกล็ดเลือด ประกอบไปด้วยเส้นใยต่างๆ และทำให้เกล็ดเลือดคงรูปร่างอยู่ได้  ที่สำคัญได้แก่ ไมโครทูบุลและไมโครฟิลาเมนท์ รวมทั้งระบบท่อเล็กที่มีสาร ADP และแคลเซียมประกอบอยู่ โปรตีนที่ทำหน้าที่ในการยืดหดตัวคือ thrombosthenin มีลักษณะคล้ายกับโปรตีน actomyosin ส่วนสารเจลประกอบด้วยโปรตีนร้อยละ 30-50 ของโปรตีนในเกล็ดเลือดทั้งหมด ทำหน้าที่สำคัญในการเกิดรูปร่างเฉพาะ ส่วนขาเทียม และกระบวนการหลั่งสารของเกล็ดเลือด

ส่วนอวัยวะชิ้นย่อยประกอบไปด้วยแกรนูลชนิด dense granules ไมโตคอนเดรีย ลัยโซโซม เพอรอกซิโซม และออร์แกนเนลอื่นๆ ทั้งยังเป็นแหล่งเก็บสารและเอนไซม์ต่างๆ รวมทั้งเป็นแหล่งที่มีเมตะบอลิสมของสารต่างๆ แกรนูลมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 300-500 นาโนเมตร ประกอบไปด้วยโปรตีนและกลัยโคโปรตีนหลายชนิด เกล็ดเลือดมีหน้าที่ช่วยในการห้ามเลือด โดยเสริมความแข็งแรงของหลอดเลือด ทำให้เม็ดเลือดไม่สามารถลอดแทรกผนังหลอดเลือดออกมาภายนอกหลอดเลือดได้ และเมื่อหลอดเลือดได้รับอันตราย เกล็ดเลือดจะรวมตัวกันสร้างชิ้นส่วนมาอุดตรงบริเวณหลอดเลือดที่มีการฉีกขาด ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งในสองอันแรกของร่างกายที่จะทำให้เลือดหยุดไหล

กลไกปฐมภูมิ

  1. ค.ศ. 1924 Erik Adolf von Willebrand (1870 -1949) แพทย์ชาวฟินแลนด์รายงานผู้ป่วยเลือดออกผิดปกติและถ่ายทอดทางพันธุกรรม จุดตั้งต้นเริ่มจากเขาพบเด็กหญิงวัย 5 ขวบชาวเกาะเอแลนด์ในแถบสแกนดิเนเวีย จากการสืบค้นเขาพบว่าสมาชิกผู้หญิง 23 จากทั้งหมด 66 ครอบครัวมีเลือดออกผิดปกติเช่นเดียวกัน แต่เนื่องจากอาการไม่เหมือนโรคฮีโมฟีเลีย เขาจึงจำแนกออกมาเป็นอีกโรคหนึ่ง
  2. เกล็ดเลือดเป็นตัวเอกของกลไกปฐมภูมิ เมื่อเกิดการฉีกขาดของหลอดเลือด ไฟบริโนเจนจะจับกับตัวรับบนเกล็ดเลือดที่ชื่อ GP IIb/IIIa กระตุ้นให้เกล็ดเลือดมารวมตัวกัน เกล็ดเลือดที่มาชุมนุมกันนี้จะเชื่อมติดกันโดยการกระตุ้นของโปรตีนตัวหนึ่งซึ่งพบในคนปกติ แต่ไม่พบในผู้ป่วยที่ von Willebrand เคยบรรยายไว้ โปรตีนชนิดนี้จึงมีชื่อว่า von Willebrand factor ส่วนโรคดังกล่าวก็ได้รับการตั้งชื่อว่า von Willebrand's disease เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ค้นพบ นอกจากนี้กลไกปฐมภูมิยังมีสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกหลายตัว ที่สำคัญคือ อะดิโนซีนไดฟอสเฟต (ADP) ไฟโบรเนคติน และธรอมบ็อกเซน เป็นต้น
  3. กลไกห้ามเลือดที่จะเกิดขึ้นเป็นอันดับแรกเมื่อหลอดเลือดได้รับอันตราย เป็นกลไกที่เกี่ยวกับระบบหลอดเลือดและเกล็ดเลือด โดยที่หลอดเลือดที่ได้รับอันตรายจะมีการหดตัว ทำให้เลือดผ่านหลอดเลือดมาที่บริเวณนั้นได้น้อยลง เป็นการป้องกันการเสียเลือด การหดตัวของหลอดเลือดนี้ถูกควบคุมโดยระบบประสาท และระบบฮอร์โมน  รวมทั้งสารเคมีที่สร้างจากเกล็ดเลือดด้วย เช่น ซีโรโทนิน และ TXA2  นอกจากหลอดเลือดจะหดตัวแล้วเกล็ดเลือดที่อยู่ในกระแสเลือดจะรวมตัวกันอุดที่รอยรั่วนั้น
  4. การที่เกล็ดเลือดที่ลอยอยู่ในกระแสเลือด มาติดอยู่กับผนังของหลอดเลือดที่มีรอยฉีกขาด เนื่องจากการฉีกขาดของผนังหลอดเลือดทำให้คอลลาเจนสัมผัสกับเกล็ดเลือด ที่ด้านนอกของเซล์พบมีตัวรับธรอมบินอยู่ เมื่อตัวรับสัมผัสกับเลือด จะถูกกระตุ้นโดยสารธรอมบินที่อยู่บริเวณนั้น ทำให้เกล็ดเลือดมาจับที่โปรตีนตัวรับที่ถูกกระตุ้น โดยมีการใช้ vWF มาเป็นตัวเชื่อมระหว่างเกล็ดเลือดและเนื้อเยื่อใต้เยื่อบุ โดย vWF สามารถจับได้กับ GPIb เมื่อมีแคลเซียมอยู่ด้วย และสามารถจับกับ GPIIb/IIIa ได้เช่นกัน
  5. การที่เกล็ดเลือดเปลี่ยนแปลงรูปร่างเมื่อได้รับการกระตุ้น โดยเปลี่ยนไปเป็นเซลล์ที่มีแขนขายื่นออกมา เกี่ยวข้องกับสาร ADP เชื่อว่าทำให้เกิดปฎิกิริยาของ light chain ของโปรตีนมัยโอซินในซัยโตพลาสซึมของเกล็ดเลือด เมื่อคอลลาเจนจับกับโปรตีนตัวรับที่ผิวของเกล็ดเลือด จะกระตุ้นเอนไซม์ฟอสโฟไลเปส C และฟอสโฟไลเปส A2
  6. การที่เกล็ดเลือดหลั่งสารออกมาจากแกรนูล ภายหลังจากที่ได้รับการกระตุ้นและมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างแล้ว โดยเกล็ดเลือดจะหลั่งสารที่อยู่ในแกรนูลออกมา เช่น แคลเซี่ยม ADP ซีโรโทนิน vWF ไฟโบรเนคติน ธรมโบสปอนดิน PF4 และสารฟอสโฟไลปิดบางชนิด รวมทั้งโปรตีนที่ช่วยในขบวนการแข็งเป็นลิ่มของเลือดและซ่อมแซมผนังหลอดเลือด ส่วน vWF จะถูกปล่อยออกมาในบริเวณที่มีอันตราย และทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างเกล็ดเลือดกับผนังหลอดเลือด นอกจากนั้นแล้วยังมีการกระตุ้นให้มีการสร้าง phosphatidyl inositol และ TXA2 เกิดการกระตุ้นการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดต่อไป
  7. การเกาะกลุ่มกันของเกล็ดเลือด เกิดหลังจากที่มีการปล่อยสารเคมีออกมาจากแกรนูลของเกล็ดเลือดแล้ว  สารที่สำคัญคือ ADP และ TXA2 จะไปกระตุ้นเกล็ดเลือดตัวอื่นที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างและหลั่งสารต่างๆออกมาอีก เกิดเป็นปฏิกิริยาต่อต้าน นอกจากนั้น ADP ที่ถูกปล่อยออกมาจะไปทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผนังของเกล็ดเลือด ทำให้ไฟบริโนเจนสามารถจับกับตัวรับเกล็ดเลือดได้  โดยที่ไฟบริโนเจน 1 โมเลกุลสามารถจับกับตัวรับเกล็ดเลือดได้ 2 โมเลกุล ดังนั้นไฟบริโนเจนจึงทำหน้าที่เชื่อมระหว่างเกล็ดเลือด 2 ตัว เมื่อเกล็ดเลือดมาเกาะกลุ่มรวมกันมากขึ้น จะอุดบริเวณหลอดเลือดที่มีการฉีกขาดนั้น

กลไกทุติยภูมิ

  1. ปลายศตวรรษที่ 19 เชื่อกันว่ากลไกการแข็งตัวของเลือดไม่ซับซ้อน โดยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องเพียง 4 ปัจจัยคือ fibrin, prothrombin, thromboplastin และ calcium แต่ความเชื่อดังกล่าวถูกทำลายลงในปีค.ศ. 1947 เมื่อ Paul Owren (1905-1990) ค้นพบปัจจัยเพิ่มเติมคือ proaccelerin และ accelerin ต่อมาค.ศ. 1949 ปัจจัยอีกอย่างหนึ่งคือ proconvertin ก็ถูกค้นพบ
  2. ค.ศ. 1950 ระบบยิ่งดูซับซ้อนขึ้นไปอีกเมื่อพบว่าผู้ป่วยโรคเลือดออกผิดปกติฮีโมฟีเลียเอ ขาดสารบางอย่างที่ไม่ใช่หนึ่งในปัจจัยข้างต้น สารนี้ถูกเรียกว่า antihemophilic globulin. ต่อมา ค.ศ. 1952 Rosemary Biggs และ R. Gwyn MacFarlane สองแพทย์ชาวอังกฤษที่มหาวิทยาลัย Oxford พบว่าผู้ป่วยชื่อ Stephen Christmas (1947-1993) ที่ป่วยเป็นโรคเลือดออกผิดปกติฮีโมฟีเลียบี ขาดสารอีกชนิดหนึ่งและตั้งชื่อว่า Christmas Factor
  3. เนื่องจากมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือดหลายชนิด แต่ละชนิดต่างก็ตั้งชื่อกระจัดกระจายกันไป ค.ศ. 1955 ที่ประชุมของผู้เชี่ยวชาญด้านนี้จึงกำหนดให้ใช้เลขโรมันแทนชื่อปัจจัยต่างๆ ดังนี้
    Factor I = Fibrin
    Factor II = Prothrombin
    |Factor III = Thromboplastin
    Factor IV = Calcium
    Factor V = Proaccelerin
    Factor VI = Accelerin
    Factor VII = Proconvertin
    Factor VIII = Antihemophilic globulin (AHG)
    Factor IX = Christmas Factor
  4. ต่อมามีการค้นพบ Factor X, XI, XII ในเวลาต่อมา และเมื่อ Factor XIII ถูกค้นพบในปีค.ศ. 1961 ระบบการใช้เลขโรมันจึงถูกระงับไว้แค่นั้น ปัจจัยที่ถูกค้นพบเพิ่มเติมหลังค.ศ. 1961 จึงมีชื่อเรียกไปตามชื่อสารนั้นซึ่งมีด้วยกันหล�
    เข้าชม : 7636 ครั้ง
    ที่มา : ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ
โลหิตจาง (anemia)
โลหิตจาง (anemia) โลหิตจาง (anemia)
หัวข้อ : โรคเกี่ยวกับระบบโลหิต
เข้าชม : 35257 ครั้ง
dot
โลหิตจาง (anemia) เป็นเครื่องบอกเหตุว่ามีโรคหรือสาเหตุซ่อนอยู่ ซึ่งต้องค้นหาดูว่าเป็นอะไร แล้วจึงจะทำการรักษาที่ถูกต้อง โรคที่ทำให้เกิดภาวะโลหิตจางพบบ่อยในบ้านเรา
อ่านต่อ
การรักษาโรคเมลิออยโดสิส
การรักษาโรคเมลิออยโดสิส การรักษาโรคเมลิออยโดสิส
หัวข้อ : โรคเกี่ยวกับระบบโลหิต
เข้าชม : 9691 ครั้ง
dot
นับเป็นปัญหาสาธารณสุขของไทยเนื่องจากพบมีอัตราป่วยตายสูง โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสโลหิตซึ่งมีอัตราป่วยตายประมาณร้อยละ 60 และมักพบอาการรุนแรงถึงเสียชีวิตในคนที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคไต...
อ่านต่อ
คอเลสเตอรอล ไขมันแห่งชีวิต
คอเลสเตอรอล ไขมันแห่งชีวิต คอเลสเตอรอล ไขมันแห่งชีวิต
หัวข้อ : โรคเกี่ยวกับระบบโลหิต
เข้าชม : 6057 ครั้ง
dot
คอเลสเตอรอล คือ ไขมันประเภทหนึ่ง มีลักษณะกึ่งแข็งกึ่งเหลว พบได้ในเซลล์ของอวัยวะทั่วไปในร่างกาย จินตนาการง่ายๆ ว่าส่วนประกอบที่เป็นของเหลวในตัวเรา ล้วนมีคอเลสเตอรอลแทรกซึมเป็นเจ้าถิ่นอยู่ทุกอณู ไม่เว้นแม้แต่ส่วนสำคัญที่สุดอย่างก้อนไขมันทรงประสิทธิภาพที่เรียกว่า สมอง
อ่านต่อ
โรคเหงื่อเลือด
โรคเหงื่อเลือด โรคเหงื่อเลือด
หัวข้อ : โรคเกี่ยวกับระบบโลหิต
เข้าชม : 29678 ครั้ง
dot
โรคเหงื่อเลือด กรณีผู้ป่วยน้องแสตมป์ อายุ 11 ปี ปรากฏเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ว่าป่วยเป็นโรคประหลาด มีเลือดไหลออกมาทางตา จมูก และปาก นานกว่า 2 ปีแล้ว
อ่านต่อ
เม็ดเลือดแดงนาโน
เม็ดเลือดแดงนาโน เม็ดเลือดแดงนาโน
หัวข้อ : โรคเกี่ยวกับระบบโลหิต
เข้าชม : 7311 ครั้ง
dot
เม็ดเลือดแดงนาโน หรือที่เรียกว่า "respirocyte" เป็นนวัตกรรมที่ถูกกล่าวขวัญมากที่สุดในบรรดาสิ่งประดิษฐ์นาโนเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ถือกำเนิดขึ้นในยุคปัจจุบัน และดูเหมือนว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำมาใช้ได้จริงในอนาคต
อ่านต่อ
อาการชี้แนะว่าเป็น..โรคโลหิตจาง
อาการชี้แนะว่าเป็น..โรคโลหิตจาง อาการชี้แนะว่าเป็น..โรคโลหิตจาง
หัวข้อ : โรคเกี่ยวกับระบบโลหิต
เข้าชม : 11953 ครั้ง
dot
ในภาวะโลหิตจางร่างกายจะมีจำนวนเม็ดเลือดแดงลดลง แต่ละเพศและวัยมีค่านี้แตกต่างกัน เมื่อไรพบว่า ค่าต่ำกว่าพิกัดต่ำสุดของประชากรเพศและวัยนั้นก็ถือว่าโลหิตจาง"...
อ่านต่อ
ความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง
ความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง ความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง
หัวข้อ : โรคเกี่ยวกับระบบโลหิต
เข้าชม : 19294 ครั้ง
dot
ความผิดปกติของเม็ดเลือดแดงมีหลายชนิด เช่น เม็ดเลือดแดงขนาดผิดปกติ เม็ดเลือดแดงติดสีผิดปกติ เม็ดเลือดแดงรูปร่างผิดปกติ เม็ดเลือดแดงมีสิ่งผิดปกติอยู่ภายในเซลล์ และเม็ดเลือดแดงเรียงตัวผิดปกติ การตรวจรูปร่างลักษณะของเม็ดเลือดแดงโดยกล้องจุลทรรศน์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง...
อ่านต่อ
Stem Cell เม็ดเลือดคืออะไร?
Stem Cell เม็ดเลือดคืออะไร? Stem Cell เม็ดเลือดคืออะไร?
หัวข้อ : โรคเกี่ยวกับระบบโลหิต
เข้าชม : 5067 ครั้ง
dot
มนุษย์เราทุกคนต้องมีเลือดอยู่ในร่างกาย มีจำนวนและชนิดของเซลล์เม็ดเลือดมากมายในเลือด เซลล์เม็ดเลือดทุกเซลล์มีกำเนิดมาจากเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดที่สร้างและผลิตในไขกระดูก...
อ่านต่อ
โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย
โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย
หัวข้อ : โรคเกี่ยวกับระบบโลหิต
เข้าชม : 9874 ครั้ง
dot
โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย พบประเทศไทยเป็นพาหะโรคธาลัสซียเมียมากถึงร้อยละ 30-40 ของประชากรหรือประมาณ 18-24 ล้านคน และมีผู้เป็นโรคประมาณร้อยละ 1 หรือประมาณ 6 แสนคนของประชากรทั้งหมด
อ่านต่อ
ลิวคีเมีย
ลิวคีเมีย ลิวคีเมีย
หัวข้อ : โรคเกี่ยวกับระบบโลหิต
เข้าชม : 8702 ครั้ง
dot
ในร่างกายคนปกติมีเลือดประมาณ 70 ซีซี ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ประมาณ 55-60% ของเลือดเป็นส่วนที่เรียกว่า พลาสมา หรือน้ำเลือด ที่เหลือเป็นส่วนของเม็ดเลือดในส่วนที่เป็นเม็ดเลือดยังแบ่งออกเป็นชนิดใหญ่ๆ ได้ 3 ชนิด คือ
อ่านต่อ
ระบบการแข็งตัวของเลือด
ระบบการแข็งตัวของเลือด  ระบบการแข็งตัวของเลือด
หัวข้อ : โรคเกี่ยวกับระบบโลหิต
เข้าชม : 7637 ครั้ง
dot
เมื่อเกิดบาดแผลฉีกขาดมีเลือดออก สักครู่เลือดจะแข็งตัวและหยุดไหลได้เองซึ่งเป็นการรักษาตัวเองตามธรรมชาติ ผู้ที่สูญเสียกลไกนี้ไปจะมีอาการเลือดออกผิดปกติหรือเลือดแข็งตัวช้านั่นเอง ทางตรงกันข้ามผู้ป่วยบางคนกลับมีเลือดแข็งตัวผิดปกติจนเป็นลิ่มเลือดไปอุดตันหลอดเลือดสำคัญๆ ของร่างกาย
อ่านต่อ
ความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง
ความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง  ความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง
หัวข้อ : โรคเกี่ยวกับระบบโลหิต
เข้าชม : 9751 ครั้ง
dot
ความผิดปกติของเม็ดเลือดแดงมีหลายชนิด เช่น เม็ดเลือดแดงขนาดผิดปกติ เม็ดเลือดแดงติดสีผิดปกติ เม็ดเลือดแดงรูปร่างผิดปกติ เม็ดเลือดแดงมีสิ่งผิดปกติอยู่ภายในเซลล์ และเม็ดเลือดแดงเรียงตัวผิดปกติ
อ่านต่อ
บทความใหม่
รีวิวล่าสุด
ยอดนิยม
โปรโมชั่น
Breast Cancer Awareness 2013 Breast Cancer Awareness 2013
หัวข้อ : ข่าวสุขภาพ รวมเหตุการณ์น่าสนใจ
เข้าชม : 2922 ครั้ง
เครื่องสำอางคลีนิกข์ หนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางภายใต้บริษัท เอลก้า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมสนับสนุนการร...
เครื่องรีดไอน้ำถนอมผ้า @Home รุ่น Activa Care Plus เครื่องรีดไอน้ำถนอมผ้า @Home รุ่น Activa Care Plus
หัวข้อ : ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
เข้าชม : 10850 ครั้ง
วันนี้ขอมาโชว์รีวิวในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ประจำบ้านของคุณผู้หญิงสมัยใหม่กันสักหน่อยแบบว่าแม่บ้า...
ชาขาวผสมสมุนไพร ตราไวท์เนเจอร์ เพื่อสุขภาพ ชาขาวผสมสมุนไพร ตราไวท์เนเจอร์ เพื่อสุขภาพ
หัวข้อ : อาหารสุขภาพ
เข้าชม : 4904 ครั้ง
ขับของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย ลดระดับน้ำตาล และไขมันในเส้นเลือด ด้วยชาขาวผสมสมุนไพร เหมาะสำหรับผู...
วิธีการสะสมคะแนน
สมัครสมาชิก
ฝากข่าวประชาสัมพันธ์
facebook twitter