108health.com : สุขภาพ ผู้หญิง การลดน้ำหนัก อาหารเพื่อสุขภาพ แฟชั่น ครอบครัว ท่องเที่ยว
  สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ  
 
คลิปวีดีโอ คลิปวีดีโอ ฟังวิทยุ ฟังวิทยุ โปรโมชั่นแนะนำ โปรโมชั่นแนะนำ Blog Blog gallery gallery เกี่ยวกับเรา เกี่ยวกับเรา
     nana dot หน้าแรก » ความรู้ทางการแพทย์ » เรื่องของยา » Proton-pump Inhibitors (PPIs)
         เรื่องของยา
   

Proton-pump Inhibitors (PPIs)

โดย : ภก. สมเจตน์ สุวรรณศิริพัฒน์
จากชีวิตประจำวันที่ต้องเร่งรีบ และแข่งขันกับเวลา คนไทยจึงเลือกที่จะงดรับประทานอาหารบางมื้อ หรือ รับประทานนอกเวลาปกติ ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการมีภาวะแผลในกระเพาะอาหาร โรคกระเพาะอาหารอักเสบที่ค่อนข้างสูง
         จากชีวิตประจำวันที่ต้องเร่งรีบ และแข่งขันกับเวลา คนไทยจึงเลือกที่จะงดรับประทานอาหารบางมื้อ หรือ รับประทานนอกเวลาปกติ ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการมีภาวะแผลในกระเพาะอาหาร โรคกระเพาะอาหารอักเสบที่ค่อนข้างสูง

หรือที่คนทั่วไปมักจะมีอาการที่เรียกว่า หิวก้อปวด อิ่มก้อปวด แสบยอดอก หรือ เรอเหม็นเปรี้ยว เป็นต้น ซึ่งเป็นอาการเริ่มต้นที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารและคนส่วนใหญ่มักคิดว่า เล็กน้อยจึงมักจะซื้อยาลดกรดมารับประทานเอง หากอาการกำเริบและเรื้อรังมากกว่านั้นถึงขั้นต้องไปพบแพทย์ แพทย์มักจะสั่งจ่ายยากลุ่ม Proton-pump Inhibitors ร่วมกับการใช้ยาลดกรดด้วย ดังนั้นเพื่อความเข้าใจที่ดีเกี่ยวกับการรักษา จึงควรมาทำความรู้จักกับยากลุ่มนี้ ซึ่งยากลุ่มนี้จะมีทั้งในรูปแบบรับประทานและรูปแบบฉีด แต่ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะในรูปแบบรับประทานเท่านั้น

กลไกการออกฤทธิ์ยากลุ่ม Proton-pump Inhibitors

ยากลุ่มนี้จะต้านการหลั่งกรดโดยยับยั้งเอนไซม์ H+/ K+ ATPase ที่เซลล์ผนังกระเพาะอาหาร จึงเสมือนเป็นตัวยับยั้งการปั๊มกรดเข้าสู่กระเพาะอาหาร

ข้อบ่งใช้

เนื่องจากกลไกการออกฤทธิ์ที่ต้านการหลั่งกรด ยากลุ่มนี้จึงมีข้อบ่งใช้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดอาหารอักเสบชนิดปานกลางถึงรุนแรง (Moderate to severe reflux esophagitis) แผลในกระเพาะอาหาร (Gastric Ulcers) แผลในลำไส้เล็กส่วนต้น (Duodenal ulcers) ภาวะที่ร่างกายมีการหลั่งกรดสูง (Hypersecretion) โรค Zollinger-Ellison-Syndrome นอกจากนี้ยากลุ่มนี้จะใช้ร่วมกับยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมอีก 2 ชนิด เพื่อกำจัดเชื้อ Helicobacter pylori ซึ่งเป็นสาเหตุของการกลับเป็นซ้ำของแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้น รวมถึงบรรเทาอาการการไหลย้อนกลับของกรด เช่น แสบยอดอก หรือ GERD (Gastroesophageal Reflux Disease) และป้องกันอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยากลุ่ม NSAIDs เป็นระยะเวลานาน

ยากลุ่ม Proton-pump Inhibitors ที่มีใช้อยู่ในปัจจุบันมีทั้งหมด 5 ชนิด ได้แก่

  1. Omeprazole ยาตัวนี้ในท้องตลาดมีชื่อการค้าหลายชื่อ ได้แก่ Miracid, Losec MUPS, O-sid เป็นต้น ขนาดยาที่มีจำหน่ายคือ 20 mg โดยมีข้อบ่งใช้ตั้งแต่เด็กอายุ 2 ปีขึ้นไป ขนาดยาที่รับประทานจะขึ้นกับโรคและความรุนแรงของอาการ ตั้งแต่วันละ 10 mg จนถึง 80 mg เป็นเวลาติดต่อกันนาน 4-8 สัปดาห์ หรือตามแพทย์สั่ง
  2. Esomeprazole มีชื่อการค้าคือ Nexium MUPS ขนาดยาที่มีจำหน่ายคือ 20mg และ 40 mg ยานี้ไม่แนะนำให้ใช้ในเด็กเนื่องจากยังไม่มีการทดลอง ขนาดยาที่รับประทานขึ้นกับโรคและความรุนแรงของอาการเช่นกัน ขนาดยาที่แนะนำคือวันละ 20-40 mg เป็นเวลาติดต่อกันนาน 4-8 สัปดาห์ หรือตามแพทย์สั่ง เม็ดยา Nexium ทำอยู่ในรูปแบบ Multiple Unit Pellet System (MUPS) ซึ่งจะทำให้สามารถนำเม็ดยามาละลายในน้ำก่อนรับประทานได้ ทำให้สามารถใช้กับผู้ที่ไม่สามารถกลืนยาเม็ดได้ ซึ่งจะให้โดยนำไปละลายน้ำจำนวนเล็กน้อยแล้วจึงค่อยรับประทาน แต่ยาในรูปแบบนี้ห้ามบดเม็ดยาเพราะจะทำให้รูปแบบยาและการออกฤทธิ์เสียไป
  3. Lansoprazole มีชื่อการค้าคือ Prevacid FDT ขนาดยาที่มีจำหน่ายคือ 15 mg และ 30 mg ยาตัวนี้มีข้อบ่งใช้ในเด็กตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป โดยมีขนาดในการรับประทานยาดังนี้
    • เด็กอายุ 1-11 ปี น้ำหนักน้อยกว่าหรือเท่ากับ 30 กิโลกรัม รับประทานวันละ 15 mg
    • น้ำหนักมากกว่า 30 กิโลกรัม รับประทานวันละ 30 mg
    • เด็ก 12-17 ปี รับประทานวันละ 15-30 mg เป็นเวลาติดต่อกันนาน 8 สัปดาห์
    • ผู้ใหญ่มีขนาดรับประทานตั้งแต่ 15-30 mg เป็นเวลาติดต่อกันนาน 4-12 สัปดาห์
    • ขนาดยาและระยะเวลาในการรักษาอาจปรับได้ตามโรค และความรุนแรงของอาการ ซึ่งขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์

    เม็ดยา Prevacid ทำอยู่ในรูปแบบ Fast Disintegrating Tablet (FDT) เม็ดยาจะมีลักษณะอ่อน กร่อนได้ง่าย บนเม็ดยาจะมีจุดสีส้มถึงน้ำตาลเข้มเล็กๆกระจายอยู่เต็ม ยารูปแบบนี้สามารถวางบนลิ้นอมให้เม็ดยาแตกตัวในปากแล้วจึงค่อยกลืนได้ นอกจากนี้ยังสามารถนำเม็ดยามาใส่ในน้ำจำนวนเล็กน้อยให้เม็ดยาแตกตัว แล้วจึงนำมารับประทานได้ เหมาะสำหรับผู้ป่วยเด็ก หรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถกลืนเม็ดยาได้ ยามีการแต่งกลิ่นและรสให้สามารถอมให้แตกตัวในปากได้ อย่างไรก็ตามยารูปแบบนี้ห้ามนำไปบด หรือเคี้ยวเม็ดยาในขณะที่อมเม็ดยาอยู่ เพราะจะทำให้ยาสูญเสียการออกฤทธิ์ได้ นอกจากนี้ยายังไวต่อความชื้นและมีความเปราะบาง เมื่อแกะเม็ดยาออกจากแผงแล้วควรใช้ยาทันที

  4. Pantoprazole มีชื่อการค้าคือ Controloc ขนาดยาที่มีจำหน่ายคือ 20 mg และ 40 mg ไม่แนะนำให้ใช้ในเด็กเนื่องจากยังไม่มีการทดลอง ขนาดยาที่รับประทานขึ้นกับโรค และความรุนแรงของอาการ ขนาดยาที่แนะนำคือวันละ 20-80 mg ติดต่อกัน 2-8 สัปดาห์ หรือตามแพทย์สั่ง เม็ดยา Controloc ทำอยู่ในรูปแบบเม็ดเคลือบด้วยสารที่ทนต่อกรดในกระเพาะอาหาร (Gastro-resistant Tablet) เม็ดยาจะแตกตัวในลำไส้ ดังนั้นจึงห้ามบดหรือตัดเม็ดยาเนื่องจากจะทำให้สารที่เคลือบเม็ดยาเสียคุณสมบัติและยาสูญเสียการออกฤทธิ์ได้
  5. Rabeprazole มีชื่อการค้าคือ Pariet ขนาดยาที่มีจำหน่ายคือ 10 mg และ 20 mg ไม่แนะนำให้ใช้ในเด็กเนื่องจากยังไม่มีการทดลอง และมีขนาดรับประทาน วันละ 10-20 mg เป็นเวลาติดต่อกันนาน 4-8 สัปดาห์ หรือตามแพทย์สั่ง เม็ดยา Pariet ทำอยู่ในรูปแบบเม็ดเคลือบด้วยสารที่ทนต่อกรดในกระเพาะอาหาร (Gastro-resistant Tablet) เช่นกัน ดังนั้นจึงมีข้อควรทราบเช่นเดียวกับยา Controloc ที่ได้กล่าวมาแล้ว

ข้อควรปฏิบัติในการรับประทานยากลุ่ม Proton-pump Inhibitors

ยาในกลุ่ม Proton-pump Inhibitors ทุกตัวจะไม่ทนต่อกรดในกระเพาะอาหาร (ถูกกรดในกระเพาะอาหารทำลายตัวยา) ดังนั้นรูปแบบเม็ดยาจึงมีการเตรียมด้วยเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อให้ได้เม็ดยาที่มีการปกป้องตัวยาจากกรดในกระเพาะอาหาร โดยตัวยาแต่ละชนิดจะมีเทคนิคต่างๆ ในการเตรียมเม็ดยาให้มีคุณสมบัติที่ทนต่อกรดในกระเพาะอาหารและปลดปล่อยตัวยาออกมาเมื่ออยู่ในลำไส้เล็ก ด้วยเหตุนี้เม็ดยาของยาในกลุ่มนี้จึงห้ามบดหรือเคี้ยวเม็ดยา เพราะจะทำให้สารที่เคลือบตัวยาป้องกันกรดในกระเพาะถูกทำลาย และตัวยาจะสัมผัสกับกรดในกระเพาะอาหารก่อนจะถึงลำไส้เล็ก เป็นผลให้ประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ของยาลดลง ดังนั้นการรับประทานจึงควรรับประทานโดยการกลืนทั้งเม็ด ห้ามหัก แบ่ง เคี้ยว บด หรือทำแตก ยกเว้นรูปแบบยาบางชนิดคือ Fast Disintegrating Tablet (FDT) และ Multiple Unit Pellet System (MUPS) ซึ่งสามารถนำมาอมในปากให้แตกตัว (FDT), หรือนำมาผสมในน้ำจำนวนเล็กน้อยให้แตกตัว (FDT และ MUPS) เม็ดยารูปแบบนี้สามารถตัดแบ่งได้ แต่ห้ามบด หรือเคี้ยวเม็ดยา นอกจากนี้ยากลุ่มนี้ควรรับประทานก่อนอาหารอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เนื่องจากอาหารมีผลลดการดูดซึมยา

ข้อห้ามใช้

ไม่ควรใช้ยากลุ่ม Proton-pump Inhibitors กับผู้ป่วยที่มีประวัติการแพ้ยากลุ่มนี้ ถ้าหากมีประวัติแพ้ยาตัวใดตัวหนึ่งในกลุ่มนี้ จะมีโอกาสที่จะแพ้ยาตัวอื่นๆในกลุ่มนี้เช่นกัน เนื่องจากมีลักษณะโครงสร้างทางเคมีที่คล้ายคลึงกัน (Substituted benzimidazoles)

ข้อควรระวังในการใช้ยา

ยาในกลุ่ม Proton-pump Inhibitors ส่วนใหญ่จะไม่แนะนำให้ใช้ในเด็กเนื่องจากยังไม่มีการทดลองใช้ในผู้ป่วยเด็ก ยกเว้นยา Omeprazole ซึ่งสามารถใช้ในเด็กอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไปได้ และยา Lansoprazole ซึ่งสามารถใช้ในเด็กอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปได้ อย่างไรก็ตามการพิจารณาใช้ยาสำหรับผู้ป่วยเด็กในบางครั้งขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์

อาการไม่พึงประสงค์

อาการไม่พึงประสงค์ของยาในกลุ่ม Proton-pump Inhibitors ที่พบบ่อย มักเป็นอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้อง ท้องเสีย ท้องผูก ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ปากแห้ง คลื่นไส้ อาเจียน นอกจากนี้ยังมีอาการไม่พึงประสงค์อื่นๆที่พบได้บ้าง เช่น ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ นอนไม่หลับ ง่วงนอน ผื่นแพ้ยา เป็นต้น ซึ่งถ้าหากพบว่าเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่ไม่สามารถทนได้ หรือพบว่าเกิดผื่นที่ผิวหนังที่สงสัยว่าแพ้ยา ให้หยุดยาและมาปรึกษาแพทย์ทันที

ปฏิกิริยาระหว่างยา

ยาในกลุ่ม Proton-pump Inhibitors มีปฏิกิริยาระหว่างยาที่มีความสำคัญดังนี้

  1. ยากลุ่มนี้สามารถลดการดูดซึมยา Ketoconazole, Itraconazole, Atazanavir ได้ เนื่องจากยาทำให้ความเป็นกรดในกระเพาะอาหารลดลง
  2. ยากลุ่มนี้จะถูกเปลี่ยนแปลงที่ตับโดยอาศัยระบบเอนไซม์ Cytochrome P450 subtype 2C19 (CYP2C19) เป็นหลัก ดังนั้นถ้าหากมีการใช้ยาที่มีผลต่อการทำงานของเอนไซม์ดังกล่าว อาจส่งผลต่อระดับของยาในกลุ่ม Proton-pump Inhibitors ในร่างกายได้ ดังนั้นอาจต้องมีการปรับขนาดยากลุ่มนี้ในระหว่างที่ได้รับร่วมกับยาที่มีผลต่อเอนไซม์ CYP2C19 ยาที่มีผลต่อเอนไซม์ดังกล่าวจะมีทั้งยาที่เพิ่มฤทธิ์ของเอนไซม์ (ทำให้มียา PPIs ในร่างกายลดลง) เช่น Carbamazepine, Phenytoin, Phenobarbital, Rifampicin เป็นต้น และยาที่มีผลลดฤทธิ์ของเอนไซม์ (ทำให้มียา PPIs ในร่างกายเพิ่มขึ้น) เช่น Fluconazole, Fluvoxamine, Gemfibrozil, Isoniazid, Ticlopidine เป็นต้น
  3. กรณีที่คนไข้ได้รับยาต้านแข็งตัวของเลือดกลุ่ม Coumarin anticoagulants เช่น Warfarin ร่วมกับ ยาในกลุ่ม Proton-pump Inhibitors ควรมีการติดตามค่า Prothrombin time และ ค่า INR เป็นระยะ ทั้งก่อนเริ่มการรักษา ระหว่างการรักษา และเมื่อสิ้นสุดการรักษาด้วยยาในกลุ่ม Proton-pump Inhibitors

การเก็บรักษา

ควรเก็บรักษาในที่อุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส ในภาชนะปิดสนิทและป้องกันแสง ไม่ควรนำเม็ดยาออกจากแผงยาถ้ายังไม่ใช้

ภก. สมเจตน์ สุวรรณศิริพัฒน์
นสภ. วัลศิริ ศิรามพุช
ฝ่ายเภสัชกรรม ศูนย์การแพทย์ รพ.กรุงเทพ


เข้าชม : 20181 ครั้ง
ที่มา : http://www.bangkokhealth.com
การใช้ยาในเด็ก
การใช้ยาในเด็ก การใช้ยาในเด็ก
หัวข้อ : เรื่องของยา
เข้าชม : 8011 ครั้ง
dot
ต้องใจเย็นและมีความอดทน เพราะโดยธรรมชาติของเด็กส่วนใหญ่มักไม่ชอบกินยา ควรพยายามหว่านล้อมและชักจูงเด็กมากกว่าที่จะบังคับ เพราะยิ่งจะทำให้เด็กกินยายากยิ่งขึ้น
อ่านต่อ
วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
หัวข้อ : เรื่องของยา
เข้าชม : 8131 ครั้ง
dot
โรคไข้หวัดใหญ่ หรือ Flu นับเป็นอันตราย ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะกลุ่มที่มีโอกาสติดเชื้อสูง ได้แก่ เด็กเล็กและผู้สูงอายุ...
อ่านต่อ
ยากลุ่ม Prokinetic agents ในการรักษาโรคไหลย้อนจากกระเพาะอาหารสู่หลอดอาหาร
ยากลุ่ม Prokinetic agents ในการรักษาโรคไหลย้อนจากกระเพาะอาหารสู่หลอดอาหาร ยากลุ่ม Prokinetic agents ในการรักษาโรคไหลย้อนจากกระเพาะอาหารสู่หลอดอาหาร
หัวข้อ : เรื่องของยา
เข้าชม : 8983 ครั้ง
dot
ปัจจุบันมียาหลายชนิดที่ใช้รักษาโรคไหลย้อนจากกระเพาะอาหารสู่หลอดอาหาร เช่น ยาเคลือบกระเพาะอาหารรักษาแผล ได้แก่ ยา antacid ที่มีหลายชนิด ยากลุ่มนี้จะช่วยลดความเป็นกรดในกระเพาะอาหารและใช้ได้ผลในผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงหรือมีอาการแสบหน้าอกเป็นครั้งคราว
อ่านต่อ
เรื่องของยา ใช้ยาอย่างไรให้ถูกวิธี
เรื่องของยา ใช้ยาอย่างไรให้ถูกวิธี เรื่องของยา ใช้ยาอย่างไรให้ถูกวิธี
หัวข้อ : เรื่องของยา
เข้าชม : 4838 ครั้ง
dot
เคยมีข้อสงสัยกันบ้างไหมค่ะเวลาใช้ยาไม่ถูกวิธีนั้น จะมีผลกับร่างกายของตัวเองอย่างไรกันบ้าง และยาบางตัวถ้าทานผิดเวลาแล้วจะมีผลกับร่างกายอย่างไร วันนี้เราไปหาคำตอบของยาแต่ละชนิดกัน
อ่านต่อ
เรื่องของยา ยาหลังอาหารควรทานยังไง
เรื่องของยา ยาหลังอาหารควรทานยังไง เรื่องของยา ยาหลังอาหารควรทานยังไง
หัวข้อ : เรื่องของยา
เข้าชม : 3705 ครั้ง
dot
มีคนเคยสงสัยกันว่าการทานยาหลังอาหารนั้น ควรทานหลังอาหารตอนไหนดี หรือถ้าไม่ทานอาหารเช้าแต่ทานยาอย่างเดียวล่ะ จะมีผลอะไรกับกระเพาะอาหารของเราหรือเปล่า เรามีคำตอบเกี่ยวกับยาหลังอาหารมาฝากกันค่ะ
อ่านต่อ
ยาขยายหลอดลมในผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง
ยาขยายหลอดลมในผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง ยาขยายหลอดลมในผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง
หัวข้อ : เรื่องของยา
เข้าชม : 18302 ครั้ง
dot
การรักษาโรคปอดเรื้อรังที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือ การใช้ยาเพื่อขยายหลอดลม ซึ่งมีทั้งยาชนิดรับประทานและยาพ่น อย่างไรก็ตามต้องคำนึงอยู่เสมอว่ายาขยายหลอดลมนั้นเป็นการช่วยรักษาบรรเทาอาการของโรคเท่านั้น แต่ไม่ได้ทำให้โรคนั้นดีขึ้นหรือหายขาด
อ่านต่อ
Proton-pump Inhibitors (PPIs)
Proton-pump Inhibitors (PPIs) Proton-pump Inhibitors (PPIs)
หัวข้อ : เรื่องของยา
เข้าชม : 20182 ครั้ง
dot
จากชีวิตประจำวันที่ต้องเร่งรีบ และแข่งขันกับเวลา คนไทยจึงเลือกที่จะงดรับประทานอาหารบางมื้อ หรือ รับประทานนอกเวลาปกติ ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการมีภาวะแผลในกระเพาะอาหาร โรคกระเพาะอาหารอักเสบที่ค่อนข้างสูง
อ่านต่อ
ยารักษาสิว
ยารักษาสิว ยารักษาสิว "Roaccutane , Acnotin"
หัวข้อ : เรื่องของยา
เข้าชม : 12851 ครั้ง
dot
Roaccutane, Acnotin เป็นชื่อทางการค้าของกรดวิตามินเอ ( isotretinoin ) ใช้รักษาสิวที่เป็นมากและรุนแรง ดื้อต่อการรักษาด้วยยาชนิดอื่นแล้ว ผลดี คือ สิวหายได้ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ และสงบได้เป็นระยะเวลาค่อนข้างยาว เป็นเดือน หรือเป็นปี แล้วแต่ แต่ละบุคคล ผลเสีย คือ ผลข้างเคียงจากยา ซึ่งจะได้กล่าวถึงต่อไป
อ่านต่อ
แทมิฟลู โอเซลทามิเวีย ฟอสเฟต (Tamiflu Oseltamivir phosphate)
แทมิฟลู โอเซลทามิเวีย ฟอสเฟต (Tamiflu Oseltamivir phosphate) แทมิฟลู โอเซลทามิเวีย ฟอสเฟต (Tamiflu Oseltamivir phosphate)
หัวข้อ : เรื่องของยา
เข้าชม : 8449 ครั้ง
dot
ยายับยั้งเชื้อไวรัส สารออกฤทธิ์ : โอเซลทามิเวีย ฟอสเฟต (Oseltamivir phosphate) หนึ่งแคปซูลมี โอเซลทามิเวีย ฟอสเฟต 98.5 มก. เทียบเท่าโอเซลทามิเวีย 75 มก.
อ่านต่อ
7 เคล็ดลับ การเลือก การซื้อ และการใช้ ‘ยา’
7 เคล็ดลับ การเลือก การซื้อ และการใช้ ‘ยา’ 7 เคล็ดลับ การเลือก การซื้อ และการใช้ ‘ยา’
หัวข้อ : เรื่องของยา
เข้าชม : 5304 ครั้ง
dot
7 เคล็ดลับเพื่อการเลือกการซื้อและการใช้ยาอย่างถูกวิธี …สิ่งดีๆ ที่ควรรู้…ดีกว่าปล่อยให้ป่วยแล้วค่อยมาสนใจ เพราะอาจเป็นอันตราย
อ่านต่อ
จะกิน..ยา ตอนไหนดีนะ
จะกิน..ยา ตอนไหนดีนะ จะกิน..ยา ตอนไหนดีนะ
หัวข้อ : เรื่องของยา
เข้าชม : 15881 ครั้ง
dot
เวลาอ่านซองยา หลายท่านอาจสงสัยว่า ยาที่ระบุว่า "กินก่อนอาหาร" ควรกินก่อนอาหารกี่นาที หรือสามารถกินหลังอาหารแทนได้หรือไม่ หากลืมกิน และหากบนซองยาระบุว่า
อ่านต่อ
Adapalene (เอดาพาลีน)
Adapalene (เอดาพาลีน) Adapalene (เอดาพาลีน)
หัวข้อ : เรื่องของยา
เข้าชม : 9800 ครั้ง
dot
เอดาพาลีน (adapalene) ใช้สำหรับรักษาสิว ออกฤทธิ์โดยการป้องกันการอุดตันของรูขุมขน เอดาพาลีน (adapalene) ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น
อ่านต่อ
บทความใหม่
รีวิวล่าสุด
ยอดนิยม
โปรโมชั่น
Breast Cancer Awareness 2013 Breast Cancer Awareness 2013
หัวข้อ : ข่าวสุขภาพ รวมเหตุการณ์น่าสนใจ
เข้าชม : 2922 ครั้ง
เครื่องสำอางคลีนิกข์ หนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางภายใต้บริษัท เอลก้า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมสนับสนุนการร...
เครื่องรีดไอน้ำถนอมผ้า @Home รุ่น Activa Care Plus เครื่องรีดไอน้ำถนอมผ้า @Home รุ่น Activa Care Plus
หัวข้อ : ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
เข้าชม : 10852 ครั้ง
วันนี้ขอมาโชว์รีวิวในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ประจำบ้านของคุณผู้หญิงสมัยใหม่กันสักหน่อยแบบว่าแม่บ้า...
ชาขาวผสมสมุนไพร ตราไวท์เนเจอร์ เพื่อสุขภาพ ชาขาวผสมสมุนไพร ตราไวท์เนเจอร์ เพื่อสุขภาพ
หัวข้อ : อาหารสุขภาพ
เข้าชม : 4905 ครั้ง
ขับของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย ลดระดับน้ำตาล และไขมันในเส้นเลือด ด้วยชาขาวผสมสมุนไพร เหมาะสำหรับผู...
วิธีการสะสมคะแนน
สมัครสมาชิก
ฝากข่าวประชาสัมพันธ์
facebook twitter