108health.com : สุขภาพ ผู้หญิง การลดน้ำหนัก อาหารเพื่อสุขภาพ แฟชั่น ครอบครัว ท่องเที่ยว
  สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ  
 
คลิปวีดีโอ คลิปวีดีโอ ฟังวิทยุ ฟังวิทยุ โปรโมชั่นแนะนำ โปรโมชั่นแนะนำ Blog Blog gallery gallery เกี่ยวกับเรา เกี่ยวกับเรา
     nana dot หน้าแรก » ความรู้ทางการแพทย์ » เรื่องของยา » แทมิฟลู โอเซลทามิเวีย ฟอสเฟต (Tamiflu Oseltamivir phosphate)
         เรื่องของยา
   

แทมิฟลู โอเซลทามิเวีย ฟอสเฟต (Tamiflu Oseltamivir phosphate)

โดย : www.bangkokhealth.com
ยายับยั้งเชื้อไวรัส  สารออกฤทธิ์ : โอเซลทามิเวีย ฟอสเฟต (Oseltamivir phosphate) หนึ่งแคปซูลมี โอเซลทามิเวีย ฟอสเฟต 98.5 มก. เทียบเท่าโอเซลทามิเวีย 75 มก.
         ยายับยั้งเชื้อไวรัส สารออกฤทธิ์ : โอเซลทามิเวีย ฟอสเฟต (Oseltamivir phosphate) หนึ่งแคปซูลมี โอเซลทามิเวีย ฟอสเฟต 98.5 มก. เทียบเท่าโอเซลทามิเวีย 75 มก.

คุณสมบัติและผลของยา

โอเซลทามิเวีย ฟอสเฟต เป็นสารเริ่มต้น (pro-drug) ของสารเมตะบอไลท์ที่ออกฤทธิ์ โดยสารเมตะบอไลท์ที่ออกฤทธิ์จะเป็นสารยับยั้งที่แรงและจำเพาะเจาะจงต่อเอนไซม์ neuraminidase ของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเอนไซม์นี้เป็นไกลโคโปรตีนที่พบที่ผิวไวรัส เอนไซม์ neuraminidase ของไวรัสนี้จำเป็นต่อการปล่อยกระจาย ส่วนของไวรัสจากเซลล์ที่ติดเชื้อทำให้เชื้อไวรัสกระจายไปทั่วร่างกาย

สารเมตะบอไลท์ที่ออกฤทธิ์นี้จะยับยั้งเอนไซม์ neuramidase ของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ทั้งชนิดเอ และชนิดบี (type A, B) ความเข้มข้นที่ออกฤทธิ์ยับยั้งนี้วัดจากหลอดทดลองมีค่าต่ำในระดับนาโนโมลาร์ สารเมตะบอไลท์ที่ออกฤทธิ์ยังสามารถยับยั้งการเจริญของไวรัสไข้หวัดใหญ่ในหลอดทดลอง ยับยั้งการแบ่งตัว และการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม (pathogenicity) ของเชื้อไข้หวัดใหญ่ในร่างกายด้วย

แทมิฟลูลดจำนวน (shedding) ของไวรัสไข้หวัดใหญ่ทั้งชนิดเอและบี โดยการยับยั้งการปลดปล่อยไวรัสจากเซลล์ที่ติดเชื้อ

จากการศึกษาทางคลินิก phase III ผู้ป่วยจะได้รับแทมิฟลูภายใน 60 ชั่วโมงหลังมีอาการ พบว่าภายใน เวลา 45 ชั่วโมงระยะเวลาของอาการไข้หวัดใหญ่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อให้แทมิฟลูแก่ผู้ป่วยที่ได้รับการตรวจ ยืนยันว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ความรุนแรงของโรคจะลดลงประมาณ 40% เมื่อเปรียบกับผู้ที่ได้รับยาหลอก ยิ่งกว่านั้น แทมิฟลูยังช่วยลดอุบัติการณ์ของโรคแทรกซ้อนซึ่งมักเป็นเนื่องจากโรคไข้หวัดใหญ่ เช่น หลอดลมอักเสบ ปอดบวมและไซนัสอักเสบ ซึ่งทำให้ต้องได้รับยาปฏิชีวนะ โดยเมื่อเปรียบเทียบผลในผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง กลุ่มที่ มีอายุน้อยและผู้สูงอายุการติดโรคแทรกซ้อนจะลดลง 50% และ 75% ตามลำดับ

จากการศึกษาการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ทั้งโดยธรรมชาติหรือในห้องทดลอง การรักษาด้วยแทมิฟลูไม่ เปลี่ยนแปลงระบบภูมิคุ้มกันของคนที่มีต่อการติดเชื้อ รวมถึงไม่มีผลต่อการตอบสนองของแอนตี้บอดี้ต่อวัคซีน

มีการศึกษาอย่างมากถึงโอกาสที่จะเกิดเชื้อที่ดื้อต่อการรักษา อุบัติการณ์ของการเกิดเชื้อที่ดื้อต่อการ รักษาที่พบจากตัวอย่างที่แยกได้จากการศึกษาทางคลินิกมีประมาณ 2% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดย่อยของไวรัส (viral subtype) ผู้ป่วยที่มีเชื้อที่ดื้อต่อการรักษา (การตอบสนองต่อการรักษาลดลง) จะกำจัดไวรัสออกตามปกติ และ ไม่มีผลทางคลินิก เชื้อที่ดื้อต่อการรักษาพบน้อยในผู้ชาย

เภสัชจลนศาสตร์

การดูดซึม : โอเซลทามิเวียจะถูกดูดซึมอย่างรวดเร็วจากทางเดินอาหารหลังการกินยาในรูปของโอเซลทามิเวียฟอส-เฟต จากนั้นจะถูกเปลี่ยนอย่างรวดเร็วโดยเอนไซม์ esterases จากตับและ/หรือลำไส้ไปเป็นเมตะบอไลท์ที่ออก ฤทธิ์ ยาที่รับประทานอย่างน้อย 75% จะเข้าไปในกระแสเลือดในรูปของเมตะบอไลท์ที่ออกฤทธิ์ สารเริ่มต้นจะมี เหลือน้อยกว่า 5% เมื่อเทียบกับเมตะบอไลท์ที่ออกฤทธิ์ ความเข้มข้นในพลาสมาของทั้งสารเริ่มต้นและเมตะบอ-ไลท์ที่ออกฤทธิ์จะเป็นสัดส่วนกับขนาดยาและไม่ถูกรบกวนโดยอาหารที่ได้รับพร้อมกัน (ดูขนาดยาและวิธีใช้)

การกระจายยา : ในคนปริมาตรการกระจายยาโดยเฉลี่ย (Vss) ของสารเมตะบอไลท์ที่ออกฤทธิ์มีค่าประมาณ 23 ลิตร การออกฤทธิ์จะเกิดที่บริเวณติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่สำคัญทั้งหมดดังที่แสดงจากผลการศึกษาที่ทำในตัวเฟอเร็ท (ferret) หนูและกระต่าย ในการศึกษานี้เมื่อให้สัตว์ทดลองกินโอเซลทามิเวียฟอสเฟตจะตรวจพบความเข้มข้น ของสารเมตะบอไลท์ที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อไวรัสที่ปอด brochioalveolar lavage เยื่อเมือกจมูก หูชั้นกลางและ trachea สารเมตะบอไลท์ที่ออกฤทธิ์จะจับกับพลาสมาโปรตีนของคนน้อยมาก (ประมาณ 3%)

การเมตะบอลิสม : โอเซลทามิเวียฟอสเฟต จะถูกเปลี่ยนอย่างรวดเร็วโดยเอนไซม์ esterases ซึ่งอยู่ที่ตับและลำไส้ไปเป็น สารเมตะบอไลท์ที่ออกฤทธิ์ ทั้งโอเซลทามิเวียและสารเมตะบอไลท์ที่ออกฤทธิ์จะไม่แทนที่หรือยับยั้ง cytochrome isoforms ดังนั้น จึงไม่น่าจะเกิดปฏิกิริยาต่อกันอันเนื่องจากการแย่งที่จับของเอนไซม์เหล่านี้ (ดูหัวข้อปฏิกิริยา ต่อกัน)

การกำจัดออก : โอเซลทามิเวียที่ถูกดูดซึมเข้าไปมากกว่า 90% จะถูกกำจัดออกโดยการเปลี่ยนไปเป็นสารเมตะบอไลท์ที่ ออกฤทธิ์ซึ่งจะไม่ถูกเปลี่ยนแปลงต่อไปและจะถูกขับออกทางปัสสาวะ ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ค่าความเข้มข้นของสาร เมตะบอไลท์ที่ออกฤทธิ์ในพลาสมาจะลดลงโดยมีค่าครึ่งชีวิต 6-10 ชั่วโมง สารออกฤทธิ์จะถูกขับออกมาทางไตเกือบหมด (>99%) ค่าการกำจัดออกทางไต (Renal clearance = 18.8 ลิตร/ชั่วโมง) มากกว่าอัตราการกรองผ่านกรวยไต (7.5 ลิตร/ชั่วโมง) แสดงว่าเกิดการหลั่งผ่านท่อไตเสริม กับการกรองผ่านกรวยไต ยาที่กินเข้าไปน้อยกว่า 20% จะถูกขับออกทางอุจจาระ

เภสัชจลนศาสตร์ในสภาวะพิเศษทางคลินิก

ผู้ป่วยที่ไตเสื่อม : เมื่อให้แทมิฟลู 100 มก. วันละสองครั้งเป็นเวลาห้าวันแก่ผู้ป่วยที่มีไตเสื่อมในระดับต่างๆ พบว่าการได้ รับสารเมตะบอไลท์ที่ออกฤทธิ์จะเป็นสัดส่วนผกผันกับความเสื่อมของไต ควรปรับขนาดยาในผู้ป่วยที่มีค่าครีเอ-ตินินเคลียแรนซ์ต่ำกว่า 30 มล./นาที ยังไม่มีข้อมูลในผู้ป่วยที่ไตวาย (ค่าครีเอตินินเคลียแรนซ์ต่ำกว่า 10 มล./ นาที) ดังนั้นจึงควรให้ความระมัดระวังเมื่อให้ยากับผู้ป่วยกลุ่มนี้ (ดูข้อควรระวังและคำแนะนำในขนาดยาพิเศษ)

ผู้ป่วยที่ตับเสื่อม : จากการศึกษาในหลอดทดลองพบว่าในผู้ป่วยที่ตับเสื่อมการได้รับโอเซลทามิเวียไม่เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ หรือสารเมตะบอไลท์ที่ออกฤทธิ์ไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (ดูคำแนะนำในขนาดยาพิเศษ)

ผู้สูงอายุ : ในผู้ป่วยสูงอายุ (อายุระหว่าง 65-78 ปี) เมื่อได้รับแทมิฟลูในขนาดที่เท่ากับผู้ใหญ่ที่อายุน้อย พบว่าผู้ สูงอายุจะมีสารเมตะบอไลท์ที่ออกฤทธิ์ที่ภาวะคงที่สูงกว่าที่พบในผู้ใหญ่ที่อายุน้อยประมาณ 25-35% ค่าครึ่งชีวิต ของยาที่พบในผู้สูงอายุคล้ายคลึงกับที่พบในผู้ใหญ่ที่อายุน้อย จากหลักการของการได้รับยาและการทนต่อยา จึงไม่จำเป็นต้องปรับขนาดยาในผู้สูงอายุ (ดูคำแนะนำในขนาดยาพิเศษ)

เด็ก : มีการศึกษาเภสัชจลนศาสตร์ของแทมิฟลูในเด็กอายุ 5 ถึง 18 ปีโดยการให้ยาเพียงครั้งเดียวในรูปของ ผงสำหรับละลายเพื่อใช้ดื่มในขนาดยา 2 มก./กก. ข้อมูลทางเภสัชจลนศาสตร์แสดงว่าในเด็กที่อายุน้อยจะ สามารถขับสารตั้งต้นและสารเมตะบอไลท์ที่ออกฤทธิ์ได้เร็วกว่าเด็กที่อายุมากเป็นผลให้ได้รับยาน้อยกว่าขนาดยาที่ให้เป็นในขนาดเป็นมิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม ขนาดยา 2 มก./กก.ที่ให้กับเด็กอายุ 5-8 ปีจะเทียบ เท่ากับยาที่ผู้ใหญ่ได้รับในขนาดหนึ่งแคปซูลขนาด 75 มก. (ประมาณ 1 มก./กก.) เมื่อเด็กอายุมากขึ้น ความแตกต่างของการได้ยาในเด็กและผู้ใหญ่ (เทียบเป็นค่าขนาดยา มก./กก.) จะน้อยลง เช่น เด็กอายุมากกว่า 12 ปีจะได้รับยาในขนาดที่ใกล้เคียงกับที่พบในผู้ใหญ่

ขนาดยาและการให้

ขนาดยาที่แนะนำของแทมิฟลู คือ 75 มก.วันละสองครั้งเป็นเวลา 5 วัน การรักษาควรเริ่มภายในหนึ่ง หรือสองวันที่มีอาการโรคไข้หวัดใหญ่ แทมิฟลูอาจให้พร้อมอาหารหรือไม่ก็ได้ (ดูเภสัชจลนศาสตร์) อย่างไรก็ ตามการกินยาพร้อมอาหารอาจช่วยให้ผู้ป่วยทนยาได้ดีขึ้น

คำแนะนำขนาดยาพิเศษ

ผู้ป่วยที่มีไตเสื่อม : ไม่จำเป็นต้องปรับขนาดยาในผู้ป่วยที่มีค่าการกำจัดครีเอตินินเกิน 30 มล./นาที ในผู้ป่วยที่มีค่าการ กำจัดครีเอตินินน้อยกว่า 30 มล./นาที ควรลดขนาดยาแทมิฟลูลงเป็น 75 มก.วันละครั้งติดต่อกัน 5 วัน ยังไม่มี การศึกษาการใช้ยาในผู้ป่วยที่ไตวาย (ค่าการกำจัดครีเอตินินต่ำกว่า 10 มล./นาที) ดังนั้นจึงควรใช้ความระมัด ระวังเมื่อจะให้ยาในผู้ป่วยกลุ่มนี้ (ดูเภสัชจลนศาสคร์ในสภาวะคลินิกพิเศษและข้อควรระวัง)

ผู้ป่วยที่มีตับเสื่อม : ไม่จำเป็นต้องปรับขนาดยาในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของตับ (ดูเภสัชจลนศาสตร์ในสภาวะคลินิกพิเศษ)

ผู้สูงอายุ : ไม่จำเป็นต้องปรับขนาดยาในผู้ป่วยสูงอายุ (ดูเภสัชจลนศาสตร์ในสภาวะคลินิกพิเศษ)

เด็ก : ยังไม่ทราบแน่ชัดถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของแทมิฟลูในเด็ก ขณะนี้ยังมีข้อมูลด้านเภสัช- จลนศาสตร์จำกัดในเด็กบางกลุ่ม (ดูเภสัชจลนศาสตร์ในสภาวะคลินิกพิเศษ)

ข้อห้ามใช้

ผู้ที่ไวรับต่อโอเซลทามิเวียฟอสเฟต หรือสารประกอบอื่นใดในยานี้

ข้อควรระวัง

ควรปรับขนาดยาในผู้ป่วยที่มีค่าการกำจัดครีเอตินินต่ำกว่า 30 มล./นาที ยังไม่มีข้อมูลในผู้ป่วยที่ไตวาย (ค่าการกำจัดครีเอตินินต่ำกว่า 10 มล./นาที) ดังนั้นจึงควรใช้ความระมัดระวังเมื่อใช้ยาในผู้ป่วยกลุ่มนี้ (ดูเภสัชจลนศาสตร์ในสภาวะคลินิกพิเศษและคำแนะนำขนาดยาพิเศษ)

หญิงมีครรภ์และแม่ที่ให้นมลูก

การศึกษาการสืบพันธุ์ในหนูและกระต่ายไม่พบผลต่อการเกิดทารกวิรูป มีการศึกษาความเป็นพิษต่อการ ปฏิสนธิและการสืบพันธุ์ในหนู ไม่พบอุบัติการณ์ของผลต่อการปฏิสนธิที่ขนาดยาโอเซลทามิเวียในขนาดต่างๆ การตายในหนูและกระต่ายมีประมาณ 15-20% ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะประเมินผลของโอกาสเสี่ยงที่โอเซลทามิเวียฟอสเฟตอาจทำให้เกิดความ ผิดปกติของตัวอ่อนหรือความเป็นพิษต่อตัวอ่อนในหญิงมีครรภ์ ดังนั้นการใช้แทมิฟลูในหญิงมีครรภ์จึงควรใช้ เฉพาะเมื่อผลการรักษาที่ได้คุ้มกับความเสี่ยงต่ออันตรายที่เกิดขึ้นกับตัวอ่อน ในหนูที่ให้นมลูกโอเซลทามิเวียและสารเมตะบอไลท์ที่ออกฤทธิ์จะถูกขับออกมาทางน้ำนม ยังไม่ทราบ แน่ว่าโอเซลทามิเวียหรือสารออกฤทธิ์จะถูกขับออกมาทางน้ำนมของคนหรือไม่ แต่จากการประเมินผลจากข้อมูลที่ พบจากสัตว์อาจประมาณได้ว่าโอเซลทามิเวียและสารออกฤทธิ์จะถูกขับออกมาในขนาด 0.01 มก./วัน และ 0.3 มก./วันตามลำดับ ดังนั้นการใช้แทมิฟลูในแม่ที่ให้นมลูกจึงควรใช้เฉพาะเมื่อผลการรักษาที่ได้คุ้มค่ากับความเสี่ยง ต่ออันตรายต่อทารก

อาการไม่พึงประสงค์

จากการศึกษาทางคลินิก ผู้ป่วย 943 รายที่ได้รับโอเซลทามิเวียฟอสเฟต พบว่า อาการไม่พึงประสงค์ที่ พบบ่อยที่สุด คือ คลื่นไส้และอาเจียน อากา�

เข้าชม : 8339 ครั้ง
ที่มา : http://www.bangkokhealth.com
ยาสลายลิ่มเลือดรักษาโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน
ยาสลายลิ่มเลือดรักษาโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน ยาสลายลิ่มเลือดรักษาโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน
หัวข้อ : เรื่องของยา
เข้าชม : 8515 ครั้ง
dot
โรคหลอดเลือดในสมองตีบตันพบมากในคนสูงอายุ เนื่องจากหลอดเลือดแดงมีการแข็งตัวหรือเสื่อม ทำให้มีโอกาสตีบตันได้ง่ายขึ้น
อ่านต่อ
Adapalene (เอดาพาลีน)
Adapalene (เอดาพาลีน) Adapalene (เอดาพาลีน)
หัวข้อ : เรื่องของยา
เข้าชม : 9696 ครั้ง
dot
เอดาพาลีน (adapalene) ใช้สำหรับรักษาสิว ออกฤทธิ์โดยการป้องกันการอุดตันของรูขุมขน เอดาพาลีน (adapalene) ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น
อ่านต่อ
วิธีสังเกตยาหมดอายุ-เสื่อมคุณภาพ (ไอเอ็นเอ็น)
วิธีสังเกตยาหมดอายุ-เสื่อมคุณภาพ (ไอเอ็นเอ็น) วิธีสังเกตยาหมดอายุ-เสื่อมคุณภาพ (ไอเอ็นเอ็น)
หัวข้อ : เรื่องของยา
เข้าชม : 6981 ครั้ง
dot
ก่อนทานยาลองสำรวจสักนิดว่ายาเสื่อมคุณภาพแล้วหรือยัง ยาเม็ด สังเกตว่าเม็ดยาจะแตกร่วน เม็ดยาอาจเยิ้มเหนียวมีกลิ่นหืนหรือกลิ่นผิดไปจากเดิม
อ่านต่อ
เรื่องของยา ยาหลังอาหารควรทานยังไง
เรื่องของยา ยาหลังอาหารควรทานยังไง เรื่องของยา ยาหลังอาหารควรทานยังไง
หัวข้อ : เรื่องของยา
เข้าชม : 3621 ครั้ง
dot
มีคนเคยสงสัยกันว่าการทานยาหลังอาหารนั้น ควรทานหลังอาหารตอนไหนดี หรือถ้าไม่ทานอาหารเช้าแต่ทานยาอย่างเดียวล่ะ จะมีผลอะไรกับกระเพาะอาหารของเราหรือเปล่า เรามีคำตอบเกี่ยวกับยาหลังอาหารมาฝากกันค่ะ
อ่านต่อ
ยากลุ่ม Prokinetic agents ในการรักษาโรคไหลย้อนจากกระเพาะอาหารสู่หลอดอาหาร
ยากลุ่ม Prokinetic agents ในการรักษาโรคไหลย้อนจากกระเพาะอาหารสู่หลอดอาหาร ยากลุ่ม Prokinetic agents ในการรักษาโรคไหลย้อนจากกระเพาะอาหารสู่หลอดอาหาร
หัวข้อ : เรื่องของยา
เข้าชม : 8895 ครั้ง
dot
ปัจจุบันมียาหลายชนิดที่ใช้รักษาโรคไหลย้อนจากกระเพาะอาหารสู่หลอดอาหาร เช่น ยาเคลือบกระเพาะอาหารรักษาแผล ได้แก่ ยา antacid ที่มีหลายชนิด ยากลุ่มนี้จะช่วยลดความเป็นกรดในกระเพาะอาหารและใช้ได้ผลในผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงหรือมีอาการแสบหน้าอกเป็นครั้งคราว
อ่านต่อ
วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
หัวข้อ : เรื่องของยา
เข้าชม : 8060 ครั้ง
dot
โรคไข้หวัดใหญ่ หรือ Flu นับเป็นอันตราย ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะกลุ่มที่มีโอกาสติดเชื้อสูง ได้แก่ เด็กเล็กและผู้สูงอายุ...
อ่านต่อ
ยากับ นม
ยากับ นม ยากับ นม
หัวข้อ : เรื่องของยา
เข้าชม : 40411 ครั้ง
dot
นม และผลิตภัณฑ์จากนม เช่น โยเกิร์ต เนย มีผลต่อการออกฤทธิ์ของยาหลายๆชนิด ซึ่งอาจจะส่งผลทั้งทำให้ฤทธิ์ของยาเพิ่มขึ้น หรือทำให้ฤทธิ์ของยาลดลงก็ได้
อ่านต่อ
การใช้ยาในเด็ก
การใช้ยาในเด็ก การใช้ยาในเด็ก
หัวข้อ : เรื่องของยา
เข้าชม : 7943 ครั้ง
dot
ต้องใจเย็นและมีความอดทน เพราะโดยธรรมชาติของเด็กส่วนใหญ่มักไม่ชอบกินยา ควรพยายามหว่านล้อมและชักจูงเด็กมากกว่าที่จะบังคับ เพราะยิ่งจะทำให้เด็กกินยายากยิ่งขึ้น
อ่านต่อ
ภาวะเป็นพิษจาก Salicylates
ภาวะเป็นพิษจาก Salicylates ภาวะเป็นพิษจาก Salicylates
หัวข้อ : เรื่องของยา
เข้าชม : 8872 ครั้ง
dot
แอสไพรินเป็นยาในกลุ่ม Salicylates ซึ่งออกฤทธิ์ต้านการอักเสบ ลดไข้ แก้ปวด มีหลายรูปแบบทั้งชนิดรับประทาน ชนิดเม็ด แค็ปซูล และชนิดน้ำ และยังมีรูปแบบยาที่ใช้เฉพาะที่ เช่น เป็นยาทา
อ่านต่อ
สารธรรมชาติแก้ปวด ทดแทน ยาไอบูโพรเฟน
สารธรรมชาติแก้ปวด ทดแทน ยาไอบูโพรเฟน สารธรรมชาติแก้ปวด ทดแทน ยาไอบูโพรเฟน
หัวข้อ : เรื่องของยา
เข้าชม : 3981 ครั้ง
dot
สวัสดีครับ วันนี้เราลองมาดูสารธรรมชาติที่บรรเทาอาการปวด และยังสามารถทดแทนยาไอบูโพรเฟนได้อีกด้วย และมีสารจากธรรมชาติอีกมากมายหลายตัวเลยที่เรายังไม่ทราบว่ามีประโยชน์แก่เราอย่างไรบ้าง มาดูกันเลยจ้า
อ่านต่อ
7 เคล็ดลับ การเลือก การซื้อ และการใช้ ‘ยา’
7 เคล็ดลับ การเลือก การซื้อ และการใช้ ‘ยา’ 7 เคล็ดลับ การเลือก การซื้อ และการใช้ ‘ยา’
หัวข้อ : เรื่องของยา
เข้าชม : 5248 ครั้ง
dot
7 เคล็ดลับเพื่อการเลือกการซื้อและการใช้ยาอย่างถูกวิธี …สิ่งดีๆ ที่ควรรู้…ดีกว่าปล่อยให้ป่วยแล้วค่อยมาสนใจ เพราะอาจเป็นอันตราย
อ่านต่อ
Proton-pump Inhibitors (PPIs)
Proton-pump Inhibitors (PPIs) Proton-pump Inhibitors (PPIs)
หัวข้อ : เรื่องของยา
เข้าชม : 20077 ครั้ง
dot
จากชีวิตประจำวันที่ต้องเร่งรีบ และแข่งขันกับเวลา คนไทยจึงเลือกที่จะงดรับประทานอาหารบางมื้อ หรือ รับประทานนอกเวลาปกติ ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการมีภาวะแผลในกระเพาะอาหาร โรคกระเพาะอาหารอักเสบที่ค่อนข้างสูง
อ่านต่อ
บทความใหม่
รีวิวล่าสุด
ยอดนิยม
โปรโมชั่น
Breast Cancer Awareness 2013 Breast Cancer Awareness 2013
หัวข้อ : ข่าวสุขภาพ รวมเหตุการณ์น่าสนใจ
เข้าชม : 2790 ครั้ง
เครื่องสำอางคลีนิกข์ หนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางภายใต้บริษัท เอลก้า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมสนับสนุนการร...
เครื่องรีดไอน้ำถนอมผ้า @Home รุ่น Activa Care Plus เครื่องรีดไอน้ำถนอมผ้า @Home รุ่น Activa Care Plus
หัวข้อ : ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
เข้าชม : 10663 ครั้ง
วันนี้ขอมาโชว์รีวิวในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ประจำบ้านของคุณผู้หญิงสมัยใหม่กันสักหน่อยแบบว่าแม่บ้า...
ชาขาวผสมสมุนไพร ตราไวท์เนเจอร์ เพื่อสุขภาพ ชาขาวผสมสมุนไพร ตราไวท์เนเจอร์ เพื่อสุขภาพ
หัวข้อ : อาหารสุขภาพ
เข้าชม : 4808 ครั้ง
ขับของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย ลดระดับน้ำตาล และไขมันในเส้นเลือด ด้วยชาขาวผสมสมุนไพร เหมาะสำหรับผู...
วิธีการสะสมคะแนน
สมัครสมาชิก
ฝากข่าวประชาสัมพันธ์
facebook twitter