108health.com : สุขภาพ ผู้หญิง การลดน้ำหนัก อาหารเพื่อสุขภาพ แฟชั่น ครอบครัว ท่องเที่ยว
  สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ  
 
คลิปวีดีโอ คลิปวีดีโอ ฟังวิทยุ ฟังวิทยุ โปรโมชั่นแนะนำ โปรโมชั่นแนะนำ Blog Blog gallery gallery เกี่ยวกับเรา เกี่ยวกับเรา
     nana dot หน้าแรก » ความรู้ทางการแพทย์ » แพทย์แผนปัจจุบัน » การให้ยาสลบ/ระงับความรู้สึก
         แพทย์แผนปัจจุบัน
   

การให้ยาสลบ/ระงับความรู้สึก

โดย : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
การให้ยาสลบ/ระงับความรู้สึก ผู้ที่รับผิดชอบหรือมีความชำนาญในเรื่องให้ยาสลบ หรือยาระงับความรู้สึกเราเรียกกันว่า วิสัญญีแพทย์ หรือหมอดมยา หลายท่านอาจจะเคยได้ยิน หรือเคยมีประสบการณ์มาแล้ว
         การให้ยาสลบ/ระงับความรู้สึก ผู้ที่รับผิดชอบหรือมีความชำนาญในเรื่องให้ยาสลบ หรือยาระงับความรู้สึกเราเรียกกันว่า วิสัญญีแพทย์ หรือหมอดมยา หลายท่านอาจจะเคยได้ยิน หรือเคยมีประสบการณ์มาแล้ว

เวลาคนไข้จะเข้ารับการผ่าตัดส่วนที่จะต้องถูกผ่าตัด เช่น มือ แขน ขา หรือท้อง จะต้องไม่มีความรู้สึกเจ็บปวด ซึ่งพอจะแบ่งเป็นวิธีการต่างๆ ได้ดังนี้

  1. การผ่าตัดเฉพาะที่ ที่มีพื้นที่ที่จะผ่าตัดขนาดไม่ใหญ่มากนัก แพทย์ผู้ผ่าตัดอาจจะเป็นผู้รับผิดชอบในการฉีดยาระงับความรู้สึก หรือเรียกว่ายาชา เหมือนอย่างที่ท่านทั้งหลายเคยมีประสการณ์ในการถูกเย็บแผล หรือในการถอนฟันมาแล้ว
  2. การให้ยาระงับความรู้สึกเฉพาะส่วนสำหรับ การผ่าตัดที่แขน และขาโดยถ้าทำผ่าตัดที่มือหรือแขน วิสัญญีแพทย์ หรือหมอดมยา อาจใช้วิธีฉีดยาชาในที่บริเวณเหนือไหปลาร้าด้านเดียวกับที่ผ่าตัด ซึ่งจะเป็นตำแหน่งของเส้นประสาทที่มาเลี้ยงแขน หรือรับความรู้สึกจากแขน และมือ ทำให้ไม่ต้องใช้วิธีดมยาสลบ ก็สามารถทำให้การผ่าตัดดำเนินไปได้ เช่นเดียวกัน ส่วนการผ่าตัดที่เท้าขึ้นมาจนถึงต้นขา สะโพก ตลอดจนการผ่าตัดบริเวณเชิงกราน ทวารหนัก และการผ่าคลอดลูกทางหน้าท้อง อาจใช้วิธีฉีดยาชาเข้าไปบริเวณไขสันหลัง ระดับบั้นเอว ก็ทำให้การผ่าตัดดำเนินไปได้เช่นกัน
  3. การให้ยาสลบ จะทำให้คนไข้หมดความรู้สึกหรือหลับไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง โดยอาศัยยาฉีดเข้าทางเส้นเลือด และยาที่ให้ผ่านท่อหายใจ คนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อยขณะผ่าตัด แพทย์สามารถผ่าตัดได้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

โดยทั่วไปการให้ยาชาเฉพาะที่ หรือเฉพาะส่วนจะเป็นทางเลือกแรกมากกว่าการดมยาสลบ แต่อย่างไรก็ตาม การเลือกวิธีใดขึ้นอยู่กับวิจารณญาน และการตัดสินใจของวิสัญญีแพทย์กับแพทย์ผู้ผ่าตัด โดยยึดถือความปลอดภัยต่อคนไข้เป็นหลัก

ประวัติความเป็นมา

ในอดีตมีความต้องการควบคุมความรู้สึกตัวของมนุษย์เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ในการผ่าตัด วิธีการที่กล่าวถึงได้แก่ การสะกดจิต การให้ทานยาสมุนไพรที่มีผลต่อระบบประสาท หรือให้ทานสุราจนมึนเมา วิธีการเหล่านี้ยังได้ผลไม่แน่นอน บางครั้งผู้ป่วยยังเจ็บ และตื่นขึ้นมาดิ้นขณะทำผ่าตัด ใช้ได้เฉพาะกับการผ่าตัดเล็กๆ เช่น การตัดก้อนเนื้องอกที่ผิวหนัง การจัดกระดูกหักให้เข้าที่ หรือการทำความสะอาดแผล เป็นต้น

จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1540 จึงมีการเริ่มทดลองใช้ยา ether ในสัตว์ทดลองโดยระยะแรกให้ทานก่อน แต่ต่อมาพบว่าเพียงใช้สูดดมก็ให้ผลดี และยังให้ผลดีกว่าในการปรับระดับความรู้สึกตัวได้ ยานี้จึงเริ่มใช้ในคน และได้รับความนิยมในการผ่าตัดอย่างแพร่หลาย ระยะหลังมีการปรับปรุงคิดค้นยาดมสลบอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติดีขึ้น เช่นไม่ติดไฟ หลับเร็ว และตื่นเร็วขึ้น นอกจากนี้มีการพบยาสลบชนิดฉีดอื่น เช่น thiopental ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มออกฤทธิ์เร็วมาก ตลอดจนมีการค้นพบยาระงับการนำกระแสประสาทเฉพาะที่ทำให้ไม่รู้สึกในบริเวณที่ผ่าตัด แต่ยังมีสติรู้สึกตัวอยู่

ความรู้ทางด้านนี้ได้เจริญก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นศาสตร์แขนงหนึ่งทางการแพทย์ เรียกว่า วิสัญญีวิทยา (anesthesiology) ซึ่งมาจากรากศัพท์ an = without กับ aisthesis = feeling รวมกันหมายความถึง การทำให้ปราศจากความรู้สึก หรือการระงับความรู้สึก ในกรณีที่ต้องการระงับความรู้สึกเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย โดยพิจารณาใช้ยาชาเฉพาะที่ ยาเหล่านี้มีฤทธิ์ระงับการนำกระแสไฟฟ้าผ่านเส้นประสาทบริเวณนั้น ส่วนการวางยาสลบ เป็นการทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว หลับ โดยเฉพาะไม่รับรู้ต่อความเจ็บปวด เพื่อประโยชน์ในการตรวจหรือรักษา การวางยาสลบจึงเป็นวิธีการทางการแพทย์ที่สำคัญในการควบคุมความรู้สึกตัวของผู้ป่วยให้อยู่ในระดับที่ต้องการ อาจจะให้เพียงไม่รู้สึกตัว หรือลึกจนไม่ตอบสนองต่อการกระตุ้นด้วยความเจ็บปวดที่รุนแรง และควบคุมให้กลับมารู้สึกตัวตามเดิมได้โดยอาศัยยาเป็นหลัก การวางยาสลบจึงต่างจากการหลับตามปกติคือ สามารถควบคุมระดับความรู้สึกตัวของผู้ป่วยได้ แม้ว่าทั้งสองภาวะจะมีบางส่วนที่คล้ายกันบ้างเช่นลักษณะท่าทาง หรือการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าของสมอง

ขั้นตอนในการวางยาสลบ

  1. ระยะแรกการเตรียมผู้ป่วยก่อนวางยา โดยการประเมินสภาพทั่วไป ให้คำอธิบาย คำแนะนำ ให้ยาที่ผู้ป่วยควรไดัรับเพื่อรักษาโรคต่างๆ รวมถึงยาคลายกังวล การเตรียมผู้ป่วยไม่ดีจะทำให้เกิดปัญหาในการวางยาผ่าตัดได้
  2. ระยะวางยา ตั้งแต่นำสลบ คือเริ่มจากการทำให้ผู้ป่วยที่ตื่นอยู่หลับ การดูแลผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัวระหว่างวางยาผ่าตัด มีการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้โดยใช้เครื่องตรวจวัดตามความเหมาะสม ที่ขาดไม่ได้คือการติดตามการหายใจ ชีพจรและความดันโลหิต จนกระทั่งผู้ป่วยฟื้นจากยาดมสลบเริ่มรู้สึกตัว
  3. ระยะพักฟื้น เป็นระยะที่ยังคงต้องติดตามดูแลผู้ป่วยจนกว่าจะตื่นจากยาสลบดี ปลอดภัยสามารถส่งกลับตึกผู้ป่วยได้ นอกจากนี้ยังรวมถึงการให้ยาบรรเทาปวดที่เหมาะสมด้วย

ยาสลบชนิดฉีด

ยาสลบชนิดฉีดนิยมฉีดเข้าเส้นเลือดดำเนื่องจากออกฤทธิ์เร็วและควบคุมปริมาณยาได้ดีแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม

  1. barbiturate ได้แก่ phenobarbital, thiopental ยาในกลุ่มนี้ยังแบ่งย่อยอีกตามระยะเวลาในการออกฤทธิ์ เช่น thiopental จัดอยู่ในกลุ่ม ultrashort acting barbiturate ซึ่งออกฤทธิ์เร็ว และสั้นมากผู้ป่วยหมดสติภายในเวลาเพียง 15 วินาทีเท่านั้น จึงใช้กันอย่างแพร่หลายในการนำสลบ
  2. nonbarbiturate ได้แก่ ketamine, propofol, และกลุ่ม benzodiazepine เช่น diazepam, midazolam มีการใช้นำสลบหรือใช้ในระหว่างผ่าตัด

ยาดมสลบ

ยาดมสลบเป็นยาที่ให้ผู้ป่วยสูดดมผ่านทางปอด และมีฤทธิ์ระงับความรู้สึกที่ระบบประสาท ยาดมสลบแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม

  1. สารระเหย (volatile) ยาอยู่ในสภาพของเหลว ต้องใช้ผ่าน vaporizer ระเหยกลายเป็นไอให้ผู้ป่วยสูดดม ตัวอย่างยาดมสลบในกลุ่มนี้คือ halothane ซึ่งใช้กันแพร่หลายที่สุดในประเทศไทย, enflurane ไม่ค่อยนิยมใช้เนื่องจากผลเสียต่อการหายใจ และระบบไหลเวียนเลือด, isoflurane ซึ่งเริ่มใช้กันในประเทศไทยเนื่องจากผลต่อระบบไหลเวียนที่ดีกว่า halothane และยังไม่มีผลเสียต่อตับ, ส่วน desflurane กับ sevoflurane กำลังได้ศึกษาทดลองใช้อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา และ ญี่ปุ่น ตามลำดับ
  2. กาซ (gas) ยาดมสลบในกลุ่มนี้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะสูดดมได้เลย ได้แก่ nitrous oxide เป็นชนิดที่นิยมใช้มากเนื่องจากมีฤทธิ์บรรเทาปวดได้ดี และหมดฤทธิ์เร็ว ส่วน cyclopropane กับ ethylene มีคุณสมบัติติดไฟง่ายจึงเลิกใช้ไปแล้ว

กลไกการออกฤทธิ์

กลไกการออกฤทธิ์ของยาดมสลบเป็นอย่างไรนั้น มีผู้พยายามหาทฤษฎีมาอธิบายคำถามนี้ อธิบายได้ว่ามีโปรตีนตัวรับของยาอยู่ที่สมอง เมื่อยาสลบไปจับกับโปรตีนตัวรับเหล่านี้จะออกฤทธิ์ระงับความรู้สึก คล้ายกับการออกฤทธิ์ของยาพวกฝิ่น หรือการออกฤทธิ์ของยาไดอะซีแพม อย่างไรก็ตามยังไม่มีการค้นพบโปรตีนตัวรับเฉพาะที่แน่นอนสำหรับยาดมสลบ และยาดมสลบมีหลายชนิดด้วยกันซึ่งมีโครงสร้างของโมเลกุลแตกต่างกันมากจนไม่น่าจะอธิบายได้ด้วยโปรตีนตัวรับชนิดใดชนิดหนึ่ง

ยาดมสลบน่าจะออกฤทธิ์ที่สมองส่วนที่เป็นไขมัน เนื่องจากยาดมสลบเกือบทุกตัวมีคุณสมบัติละละลายในไขมัน และยังพบอีกว่า ความสามารถละลายในไขมันของยาดมสลบมีความสัมพันธ์กับความแรงของยาดมสลบนั้น ยาดมสลบที่ละลายในไขมันได้ดี จะใชัยาเพียงเล็กน้อยความเข้มข้นในลมหายใจไม่ต้องมากก็ให้ผลระงับความรู้สึกได้ดี มีการสันนิษฐานว่ายาดมสลบเข้าไปแทรกอยู่บริเวณไขมันของเยื่อหุ้มเซลล์ และขยายปริมาตรของเยื่อหุ้มเซลล์ จนกระทั่งอุดตันช่องทางผ่านของอิออนที่เยื่อหุ้มเซลล์รอบข้างจนทำให้เซลสมองทำงานไม่ได้ อย่างไรก็ตามเมื่อลดอุณหภูมิลง จะทำให้ผู้ป่วยสลบได้ง่ายขึ้น ทั้งที่ปริมาตรจะลดลงตามอุณหภูมิ

ยาดมสลบมีผลต่อเซลประสาทบริเวณจุดเชื่อมต่อ มีหลักฐานว่ายาดมสลบบางตัวลดการหลั่งสารเคมีในสมองชนิดกระตุ้น บางตัวเพิ่มการหลั่งสารเคมีในสมองชนิดยับยั้ง จากปลายประสาทก่อนเชื้อมต่อ มีการศึกษาถึงการเปลี่ยนแปลงของสารกาบา (GABA) ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของสมองในผู้ที่ได้รับยาสลบ และสรุปว่ายาสลบนั้นสามารถทำให้ระดับ GABA ในสมองเพิ่มขึ้น และจะส่งผลให้การหลั่งนอร์อิปิเนฟรินในสมองลดลง ยาสลบพวก barbiturate และ benzodiazepine จะมีผลเสริมฤทธิ์การทำงานของ GABA นอกจากนี้ยังพบว่ายาดมสลบบางตัวมีผลต่อเยื่อบุเซลล์ส่วนหลังเชื่อมต่อ ทำให้นำกระแสประสาทไม่ดี อย่างไรก็ตามยาดมสลบทุกตัวก็ไม่ได้มีผลต่อจุดเชื่อมต่อกระแสหระสาทเซลประสาทเช่นเดียวกัน ยังมีทฤษฎีอื่นๆ อีกมาก อย่างไรก็ตามโดยสรุปแล้วล้วนแต่เป็นเพียงการสันนิษฐาน และไม่สามารถอธิบายกลไกการออกฤทธิ์ของยาสลบทั้งหมดได้อย่างแน่นอนชัดเจน

ระดับของการระงับความรู้สึก

จากการศึกษาถึงอาการแสดงต่างๆ เมื่อเพิ่มความเข้มข้นของยาดมสลบทีละน้อย แล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยทางด้านต่างๆ ที่สำคัญได้แก่การหายใจ ลูกตา และการตอบสนองของรีเฟล็กต่อการกระตุ้น แล้วนำมาจำแนกความลึกของการวางยาสลบออกเป็น 4 ระยะ ระยะที่สามจะเป็นระยะที่เหมาะสำหรับการผ่าตัด มักจะรักษาระดับผู้ป่วยให้อยู่ในระดับที่ 2 ของระยะที่ 3 ซึ่งมีอาการแสดงคือ หายใจสม่ำเสมอขนาดปานกลาง ม่านตาขนาดปานกลางอยู่ตรงกลาง และ corneal reflex หายไป ส่วนระยะที่ 4 จะเป็นระยะที่ให้ยามากเกินขนาดผู้ป่วยหลับลึก หยุดหายใจ ม่านตาขยายเต็มที่ ไม่ตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นใดๆ และอาจมีอันตรายได้อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีการใช้ยาหลายชนิดร่วมกันในการวางยาระงับความรู้สึก อาจทำให้อาการแสดงเหล่านี้ผิดไปบ้าง แต่สิ่งนี้ก็ยังจัดเป็นพื้นฐานในการศึกษาการควบคุมระดับความรู้สึกตัวอยู่


เข้าชม : 13482 ครั้ง
ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
MUGA scan
MUGA scan MUGA scan
หัวข้อ : แพทย์แผนปัจจุบัน
เข้าชม : 6674 ครั้ง
dot
MUGA scan ย่อมาจาก Multiple Gated Acquisition scan เป็นเทคนิกการสแกนหัวใจชนิดใหม่ที่ใช้ตรวจสมรรถภาพของหัวใจ โดยแสดงภาพเคลื่อนไหวของห้องหัวใจ
อ่านต่อ
เตือนใจ...เมื่อใช้ยา
เตือนใจ...เมื่อใช้ยา เตือนใจ...เมื่อใช้ยา
หัวข้อ : แพทย์แผนปัจจุบัน
เข้าชม : 9451 ครั้ง
dot
ในชีวิตประจำวันเมื่อเราเจ็บไข้ได้ป่วยเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สามารถหายาทานเอง หรือกรณีที่ยังไม่สามารถไปพบแพทย์ได้ เราจำเป็นต้องพึ่งยาที่มีติดบ้านไว้ประจำ เพื่อรักษา
อ่านต่อ
ธาตุทั้ง 4 กับแพทย์แผนไทย
ธาตุทั้ง 4 กับแพทย์แผนไทย ธาตุทั้ง 4 กับแพทย์แผนไทย
หัวข้อ : แพทย์แผนปัจจุบัน
เข้าชม : 16878 ครั้ง
dot
การแพทย์แผนไทยจะกล่าวถึงสาเหตุของโรคว่า ในตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ “ฉบับหลวง” และตำราเวชศึกษา ได้ระบุเกี่ยวกับทฤษฎียาว่า องค์ประกอบของร่างกายมนุษย์ ประกอบด้วยธาตุ 4 ธาตุ คือ
อ่านต่อ
การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ
การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ
หัวข้อ : แพทย์แผนปัจจุบัน
เข้าชม : 6040 ครั้ง
dot
การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ จะนำมาใช้กับผู้ป่วยก็ต่อเมื่อผู้ป่วยไม่มีโอกาสดีขึ้นด้วยการรักษาด้วยยา หรือการผ่าตัดอื่นใดแล้ว ถ้าไม่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ
อ่านต่อ
เครื่องตรวจสุขภาพไฮเทค
เครื่องตรวจสุขภาพไฮเทค เครื่องตรวจสุขภาพไฮเทค
หัวข้อ : แพทย์แผนปัจจุบัน
เข้าชม : 6988 ครั้ง
dot
ไม่ว่าเศรษฐกิจและการเมืองจะผันผวนเพียงใด แต่กระแสคนไทยรักสุขภาพนับวันยิ่งทวีเพิ่มขึ้น นั่นเป็นสัญญาณว่า การมีสุขภาพที่ดีเป็นสิ่งปรารถนาของคนไทย ดังนั้น จึงมีนวัตกรรมไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ ความสวยความงาม เกิดขึ้นมากมาย
อ่านต่อ
กรดไลโนเลอิก ( Linoleic Acid )
กรดไลโนเลอิก ( Linoleic Acid ) กรดไลโนเลอิก ( Linoleic Acid )
หัวข้อ : แพทย์แผนปัจจุบัน
เข้าชม : 8457 ครั้ง
dot
หลายๆท่านคงจะคุ้นชื่อกรดไขมันโอเมกา 3 กันอยู่แล้ว คราวนี้เรามาทำความรู้จักกับกรดไลโนเลอิก ( Linoleic Acid ) กรดไขมันในกลุ่มโอเมกา 6 กันบ้างว่ามีประโยชน์อย่างไรบ้างกับร่างกายของคนเรา
อ่านต่อ
4 วิธีแก้อาการ สะอึก
4 วิธีแก้อาการ สะอึก 4 วิธีแก้อาการ สะอึก
หัวข้อ : แพทย์แผนปัจจุบัน
เข้าชม : 4250 ครั้ง
dot
คุณอาจเคยได้ยิน หรืออาจลืมไปแล้ว วิธีง่ายได้ผลนึงไม่ถึง 4 วิธีช่วยแก้อาการสะอึก ที่แสนน่ารำคาญของคุณ
อ่านต่อ
ยีนบำบัด
ยีนบำบัด ยีนบำบัด
หัวข้อ : แพทย์แผนปัจจุบัน
เข้าชม : 6910 ครั้ง
dot
ยีนบำบัด อวัยวะต่างๆ ในร่างกายของมนุษย์ประกอบด้วยเซลล์เป็นจำนวนมาก ในเซลล์ประกอบด้วยยีนมากกว่า 30,000 ชนิด ซึ่งยีนแต่ละชนิดทำหน้าที่แตกต่างกันไป
อ่านต่อ
ผลของยาอื่น ๆ ต่อยาเม็ดคุมกำเนิด
ผลของยาอื่น ๆ ต่อยาเม็ดคุมกำเนิด ผลของยาอื่น ๆ ต่อยาเม็ดคุมกำเนิด
หัวข้อ : แพทย์แผนปัจจุบัน
เข้าชม : 7272 ครั้ง
dot
ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรับประทาน (Oral Contraceptives) คงเป็นที่รู้จักกันดี และคงมีหลายๆคนเคยได้ใช้มาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้สำหรับคุมกำเนิด, ใช้ลดความมันบนใบหน้าเพื่อลดสิว หรือการใช้เพื่อปรับระดับฮอร์โมนในร่างกายให้สมดุล
อ่านต่อ
มารู้จักหัวใจของคุณกันดีกว่า
มารู้จักหัวใจของคุณกันดีกว่า มารู้จักหัวใจของคุณกันดีกว่า
หัวข้อ : แพทย์แผนปัจจุบัน
เข้าชม : 3429 ครั้ง
dot
หัวใจเป็นอวัยวะที่ประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแรง มีขนาดเท่ากำปั้น อยู่ในทรวงอกค่อนไปทางด้านซ้าย จัดเป็นอวัยวะที่มีความมหัศจรรย์มาก ประกอบไปด้วยกลุ่มเซลที่พัฒนาขึ้นตั้งแต่ยังเป็นตัวอ่อนในครรภ์มารดา เมื่อหัวใจเริ่มเต้นแล้ว ก็จะเต้นตลอดไป ไม่มีวันหยุดตราบเท่าที่ยังมีชีวิต หัวใจไม่เคยมีวันพัก จึงเป็นอวัยวะที่มีความแข็งแรงมาก
อ่านต่อ
การฉายแสง
การฉายแสง การฉายแสง
หัวข้อ : แพทย์แผนปัจจุบัน
เข้าชม : 8263 ครั้ง
dot
การฉายแสง รังสีพลังงานสูงมีคุณสมบัติทำลายเซลล์มะเร็งได้ดี และมีผลต่อเซลล์ธรรมดาบ้าง นอกจากนี้รังสีรักษายังสามารถใช้รักษาโรคอื่นๆ ที่ไม่ใช่มะเร็งได้ด้วย การฉายรังสี หรือเรียกโดยคนทั่วไปว่า ฉายแสง คือ
อ่านต่อ
เสียงเพลงดีเอ็นเอ
เสียงเพลงดีเอ็นเอ เสียงเพลงดีเอ็นเอ
หัวข้อ : แพทย์แผนปัจจุบัน
เข้าชม : 4295 ครั้ง
dot
เป็นที่ทราบกันดีว่า ดีเอ็นเอ รหัสแห่งชีวิตประกอบด้วยโครงสร้าง 4 ตัว คือ เอ (อะดินีน) adenine ที (ไธมีน) thymine ซี (ไซโตซีน) cytosine และจี (กัวนีน) guanine
อ่านต่อ
บทความใหม่
รีวิวล่าสุด
ยอดนิยม
โปรโมชั่น
วิธีการใช้ครีมติดฟันปลอมและการทำความสะอาดฟันปลอม วิธีการใช้ครีมติดฟันปลอมและการทำความสะอาดฟันปลอม
หัวข้อ : สุขภาพช่องปาก
เข้าชม : 162006 ครั้ง
จะทำอย่างไรเมื่อคุณสูญเสียฟันแท้ก่อนเวลาอันควร? การใส่ฟันปลอมถือว่าเป็นทางเลือกที่นิยมที่สุด วันนี้ ...
สถานที่ท่องเที่ยว หนาวนี้เที่ยวไหนดี.... สถานที่ท่องเที่ยว หนาวนี้เที่ยวไหนดี....
หัวข้อ : เที่ยวมาฝากหลากหลายที่
เข้าชม : 870 ครั้ง
เมื่อสายลมเย็น ๆ โชยมากระทบผิวกาย เสมือนส่งสัญญาณเป็นนัย ๆ ว่ากลิ่นอายของฤดูหนาวกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแ...
เปิดกล่องความงามกับ  PICHA White Serum เปิดกล่องความงามกับ PICHA White Serum
หัวข้อ : เครื่องสำอาง
เข้าชม : 1131 ครั้ง
วันนี้ 108Health กลับมารีวิวพร้อมเปิดกล่องความงามที่มีแบรนด์ PICHA ส่งมาให้ได้พิสูจน์กันค่ะ เป็นกลุ่...

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

วิธีการสะสมคะแนน
สมัครสมาชิก
ฝากข่าวประชาสัมพันธ์
facebook twitter