108health.com : สุขภาพ ผู้หญิง การลดน้ำหนัก อาหารเพื่อสุขภาพ แฟชั่น ครอบครัว ท่องเที่ยว
  สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ  
 
คลิปวีดีโอ คลิปวีดีโอ ฟังวิทยุ ฟังวิทยุ โปรโมชั่นแนะนำ โปรโมชั่นแนะนำ Blog Blog gallery gallery เกี่ยวกับเรา เกี่ยวกับเรา
     nana dot หน้าแรก » สัตว์เลี้ยง » สัตว์เลี้ยงเพื่อสุขภาพ » เรื่องควรรู้ การอาบน้ำสุนัขอย่างไรให้ถูกวิธี
         สัตว์เลี้ยงเพื่อสุขภาพ
   

เรื่องควรรู้ การอาบน้ำสุนัขอย่างไรให้ถูกวิธี

โดย : Jina
การอาบน้ำให้กับสุนัขแสนรักของคุณ คุณแน่ใจหรือเปล่าค่ะว่าเขาได้รับการอาบน้ำอย่างถูกวิธี และช่วยให้เขาไม่เป็นโรคผิวหนังต่างๆ สำหรับสุนัขขนยาว วิธีเหล่านี้จะช่วยให้คุณมั่นใจว่าคุณได้อาบน้ำให้สุนัขของคุณได้สะอาด
         การอาบน้ำให้กับสุนัขแสนรักของคุณ คุณแน่ใจหรือเปล่าค่ะว่าเขาได้รับการอาบน้ำอย่างถูกวิธี และช่วยให้เขาไม่เป็นโรคผิวหนังต่างๆ สำหรับสุนัขขนยาว วิธีเหล่านี้จะช่วยให้คุณมั่นใจว่าคุณได้อาบน้ำให้สุนัขของคุณได้สะอาด
เรื่องควรรู้ การอาบน้ำสุนัขอย่างไรให้ถูกวิธี

เรื่องควรรู้ การอาบน้ำสุนัขอย่างไรให้ถูกวิธี

การอาบน้ำสำหรับสุนัข เมื่อเขาเริ่มสกปรก หรือว่ามีกลิ่นตัว ซึ่งประเทศไทยเป็นเมืองร้อนการได้อาบน้ำให้เจ้าสุนัขของคุณถือว่าเป็นเรื่องที่ดีทีเดียว

ซึ่งคุณควรอาบน้ำให้เจ้าสุนัขของคุณเดือนละ 1 ครั้งหรือเดือนละ 2 ครั้งขึ้นอยู่กับเจ้าสุนัขของคุณจะซนขนาดไหน แต่คุณควรหลีกเลี่ยงที่จะอาบน้ำให้เจ้าสุนัขของคุณในตอนกลางคืนเป็นอันขาด เพราะจะทำให้สุนัขเป็นหวัดได้ โดยเฉพาะเจ้าสุนัขขนยาวๆ แห้งช้า ซึ่งบางทีคุณเองอาจจะเซ็ดตัวให้เขาไม่แห้งพอ ก็อาจทำให้สุนัขของคุณเป็นหวัดได้

เทคนิคการอาบน้ำให้เจ้าสุนัข 
ถ้าสุนัขคุณเป็นสุนัขตัวเล็กๆ อาจให้อาบในกะละมัง (คล้ายกะละมังอาบน้ำเด็ก) แล้วใช้ขันใบเล็กๆ ตักน้ำราด แต่ถ้าเป็นสุนัขตัวใหญ่อาจผูกไว้กับหลัก (เช่น รั้วบ้าน) แล้วใช้สายยางรดควรเริ่มราดน้ำจากด้านหลังสุนัข ด้านข้าง ขา ใต้ท้อง ก้น อย่าราดน้ำที่หัวของสุนัขโดยตรง เพราะสุนัขจะสะบัดน้ำทันที เมื่อหัวเปียกน้ำ คุณควรค่อยๆ วักน้ำ ลูบที่หัว และหน้า และให้โอกาสมันสะบัดน้ำก่อน จะเทแชมพู ซึ่งแชมพูที่ใช้ อาจใช้แชมพูสำหรับเด็ก หรือแชมพูสำหรับสุนัขก็ได้ การฟอกแชมพูควรเริ่มในลักษณะเดียวกับการราดน้ำ คือ เริ่มจากหลังก่อน ด้านข้าง แล้วย้ายมาที่ขา ใต้ท้อง ก้น หาง คอ และหน้า (ที่หน้าอาจฟอกเฉพาะ
บริเวณหัว บริเวณอื่นๆ ใช้น้ำลูบก็พอ) เสร็จแล้วล้างแชมพูออก โดยเริ่มจากที่หลังก่อน แล้วไล่ไปเรื่อยๆ จนไปถึงที่หน้า เช็ดขนให้หมาดด้วยผ้าเช็ดตัว ถ้าสุนัขขนยาวอาจใช้ไดร์เป่าผม เป่าให้ขนแห้ง
สำหรับสุนัขที่ไม่คุ้นกับเสียงไดร์เป่าผม ควรเริ่มเป่าจากด้านหน้าสุนัขก่อน เพื่อให้สุนัขทำความรู้จักกับไดร์  สุนัขก็จะได้ไม่ตกใจ เมื่อขนแห้งแล้ว ค่อยแปรงขนให้เรียบ (ขั้นตอนการแปรงขนต้องใจเย็นหน่อย ไม่งั้นสุนัขจะทำตาขวางใส่ ไม่ก็หนีสุดชีวิต ทำเอาเหนื่อยเชียวล่ะ) ถ้าเป็นสุนัขขนสั้น อาจมัดให้ตากแดดอ่อนๆ จนขนแห้ง ก็เป็นอันเสร็จ
 
เรื่องควรรู้ การอาบน้ำสุนัขอย่างไรให้ถูกวิธี

การแปรงขนสำหรับเจ้าสุนัข
การแปรงขนให้สุนัขเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นสุนัขพันธุ์ขนยาวหรือพันธุ์ขนสั้น เพื่อไม่ให้ขนเกาะติดกันเป็นสังกะตัง เพราะจะทำให้เป็นโรคผิวหนังอักเสบได้ สุนัขขนยาวควรทำการแปรงขน ให้อย่างน้อยวันละครั้ง
ส่วนสุนัขขนสั้นควรแปรงขนให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง การแปรงขนให้แปรงตามแนวเส้นขนและแปรงลึกลงไปถึงข้างในโคนขน เพื่อให้ขนฟูสวย ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ในการแปรงขน คือหวีหรือแปรงซึ่งมีหลายชนิดด้วยกัน
จึงต้องเลือกชนิดที่เหมาะสมกับขนของสุนัข เช่น หวีซี่ถี่ใช้กับสุนัขขนสั้น หวีซี่หยาบขนแข็งใช้กับสุนัขขนยาว สุนัขที่มีขนติดพันกันยุ่งควรใช้หวีซี่ห่าง ๆ


การตัดเล็บสำหรับเจ้าสุนัข
ซึ่งอันนี้ต้องอาศัยความชำนาญเป็นพิเศษหน่อย ถ้าคุณไม่เคยตัดเล็บให้สุนัขมาก่อน อาจให้ช่างเสริมสวย (สุนัข) ตัดให้ดูก่อน แล้วค่อยลองตัดเอง การตัดเล็บให้สุนัข ควรใช้ที่ตัดเล็บสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ ไม่ควรใช้ที่ตัดเล็บของมนุษย์ เพราะโครงสร้าง เล็บของมนุษย์และสุนัขไม่เหมือนกัน การตัดควรตัดให้ห่างจากบริเวณเนื้อสีชมพู ใต้เล็บประมาณ 2 มิลลิเมตร ถ้าไม่แน่ใจอาจตัดให้ห่างกว่านี้ก็ได้

การตัดหาง สำหรับเจ้าสุนัข
สุนัขบางตัวนิยมตัดหางให้เหลือความยาวตามที่นิยมในสุนัขพันธุ์นั้นๆ การตัดหางควรทำ เมื่อสุนัขอายุน้อยๆ ประมาณ 3-7 วันหลังคลอดจะได้ไม่มีเลือดออกมาก การตัดหางทำโดยโกนขนบริเวณหางที่จะทำการตัดออก
ให้หมด เช็ดทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์หรือทิงเจอร์ไอโอดีนให้ทั่ว ดึงหางไปทางโคนหาง เพื่อให้หนังกลับมาหุ้มรอยตัดได้มิดชิด ทำการรัดด้วยเชือก หรือยางรัดตรงระหว่างข้อของกระดูกโคนหางในตำแหน่งที่ต้องการ
ตัด จากนั้นแต้มด้วยทิงเจอร์ไอโอดีน ทิ้งไว้ประมาณ 2-5 ชั่วโมง แล้วเอาเชือกหรือยางรัดออกผิวหนังของหางที่รูดขึ้นไปจะรูดลงมาปิดแผล หรือจะทำการเย็บก็ได้


ซึ่งเกณฑ์ในการตัดหางของสุนัขอเมริกา ได้กำหนดไว้ดังตารางข้างล่าง ดังนี้

พันธุ์ของสุนัข ความยางของหางที่เหลือเมื่ออายุไม่เกิน 7 วัน
โดเบอร์แมน 3/4 นิ้ว (2 ข้อกระดูกหาง)
ร็อตไวเลอร์ ชิดตัวมากที่สุด (1 ข้อกระดูกหาง)
บ๊อกเซอร์ 1/2 - 3/4 นิ้ว
พุดเดิล (มาตราฐาน) 1 ใน 2 -2ใน3 (ประมาณ 1เศษ 1/2 นิ้ว)
พุดเดิล (มินิเจอร์) 1 ใน 2 -2ใน3 (ประมาณ 1 1/8 นิ้ว)
พุดเดิล (ทอย) 1 ใน 2 -2 ใน 3 (ประมาณ 1 นิ้ว)
มินิเจอร์พินส์เชอร์ 1/2 นิ้ว ( 2 ข้อกระดูกหาง)
ยอร์คเชียร์เทอร์เรีย 1 ใน 3 (ประมาณ 1/2 นิ้ว)
ค็อกเกอร์ สแปเนียล 1 ใน 3 (ประมาณ 3/4 นิ้ว)
ไวเมอร์แรนเนอร์ 3 ใน 5 (ประมาณ 1เศษ 1/2 นิ้ว)
พอยต์เตอร์ 2 ใน 5
 
การตัดหู สำหรับเจ้าสุนัข
สุนัขบางพันธุ์นิยมตัดหูตามแฟชั่นของพันธุ์นั้น ๆ เช่น โดเบอร์แมน บ๊อกเซอร์ มินิเจอร์พินส์เชอร์ และเกรตเดน ควรทำการตัดเมื่อสุนัขอายุระหว่าง 12-14 สัปดาห์ เพราะมีขนาดโตพอที่จะทำการผ่าตัดได้ง่ายไม่เล็กเกินไป และสามารถทนต่อการวางยาสลบได้ หลังจากตัดหูแล้วต้องดามหูไว้ จนกว่าจะตั้งตรงตามต้องการซึ่งกินเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของสุนัขและการดูแลของเจ้าของ

การตัดแต่งขน สำหรับเจ้าสุนัข
การตัดแต่งขนเป็นการเสริมสวยให้สุนัขตามแฟชั่น เพื่อความสะอาด และสวยงามอยู่เสมอสุนัขขนยาวทุกพันธุ์ ควรได้รับการตกแต่งขน เช่น พุดเดิล ค๊อกเกอร์ เทอร์เรีย เป็นต้น ผู้เลี้ยงสุนัขจำเป็นต้องตัดแต่งขนสุนัขให้ถูกต้องตามลักษณะนิยมด้วย และสุนัขบางพันธุ์ที่มีขนยาวมาก เมื่อนำมาเลี้ยงในประเทศไทยควรได้รับการซอยขนให้สั้น เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายจากความร้อนของอากาศ คอยสังเกตอาการผิดปกติของสุนัข การอาบน้ำ ตัดขน ตัดเล็บนี้ถือเป็นการดูแลสุนัขเบื้องต้นที่ต้องกระทำอย่างสม่ำเสมอ นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้ว ยังมีอีกหน้าที่หนึ่งที่เจ้าของสุนัขพึงกระทำ คือ การสังเกตดูสุนัขว่า มีอาการผิดปกติหรือไม่

ต่อไปนี้เป็นอาการผิดปกติเบื้องต้น ที่อาจหาทางป้องกันได้ ถ้ารู้แต่เนิ่นๆ แต่ถ้าทำตามคำแนะนำเหล่านี้แล้ว สุนัขไม่ดีขึ้น ควรรีบนำสุนัขไปพบสัตวแพทย์

 
โรคเกี่ยวกับปาก
สุนัขของคุณอาจมีปัญหาเกี่ยวกับปาก ถ้าสุนัขมีอาการต่อไปนี้ น้ำลายไหล ตะกุยปากบ่อยๆ ทำท่าเคี้ยวอยู่ตลอดเวลา เคี้ยวอาหารช้าลง ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น เพื่อหลีกเลี่ยงอาการผิดปกติเหล่านี้ คุณอาจต้องคอยเปิดปากสุนัขสำรวจหาสิ่งผิดปกติ และแปรงฟันให้สุนัขอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง โดยใช้แปรงสีฟันนุ่มๆ (แปรงสีฟันเก่าๆ ที่ไม่ใช้แล้วก็ได้) จุ่มน้ำเกลือแปรงให้กับสุนัข หรืออาจใช้ยาสีฟันสำหรับสุนัข โดยเฉพาะก็ได้ ทั้งนี้เพื่อป้องกันทาร์ทาร์ ซึ่งเป็นสารสีเหลืองๆ ที่มักเกาะอยู่บนฟันของสุนัข โดยมันจะเป็นตัวการทำให้เกิดโรคเหงือก ก่อให้เกิดการสะสมของแบคทีเรียทำลายฟัน และยังทำให้ปากเหม็นอีกด้วย แต่ถ้าพบสิ่งผิดปกติติดฟันสุนัข ให้ใช้ด้ามช้อนเล็กๆ แซะออก หรือจะใช้คีมหนีบออกก็ได้ ถ้าสุนัขมีเหงือกบวมแดงบริเวณรอยต่อของเหงือกกับฟัน เมื่อเคาะฟันเบาๆ จะพบว่า ฟันเริ่มโยก แสดงว่า สุนัขเริ่มเป็นโรคเหงือกอักเสบ ให้ใช้น้ำเกลืออุ่นๆ ล้างปากให้สุนัขบ่อยๆ จนกว่าอาการจะดีขึ้น ถ้ายังไม่ดีขึ้นให้นำไปพบสัตวแพทย์ ในกรณีที่สุนัขมีคราบทาร์ทาร์มากๆ อาจต้องพึ่งสัตวแพทย์ โดยแพทย์จะวางยาสลบให้สุนัข และใช้เครื่องมือกำจัดคราบออกถอนฟันที่เสียแล้วทิ้ง เพื่อไม่ให้รากฟันอักเสบ และติดเชื้อในช่องปาก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของโรคไซนัส เลือดเป็นพิษ หรือแม้กระทั่งโรคไต นอกจากนี้ อาการผิดปกติข้างต้น ยังอาจเกิดจากปากเป็นแผล มีหนอง เนื้องอกและทอนซิลอักเสบ ซึ่งในกรณีนี้ต้องให้สัตวแพทย์เป็นผู้วินิจฉัย และรักษา

โรคเกี่ยวกับตา
ถ้าสุนัขเอาเท้าเขี่ยตาบ่อยๆ ให้สังเกตตาสุนัขว่า มีน้ำตา ขี้ตา หรือมีแผ่นฟิล์มบางๆ เคลือบตา อยู่หรือไม่ ถ้ามีอาการเพียงเล็กน้อย อาจใช้น้ำยาล้างตาของมนุษย์ล้างให้ทุก 2-3 ช.ม. หรืออาจใช้ยาฆ่าเชื้อแบบครีมป้าย
ใต้ตาก็ได้ ในการหยอดตาสุนัขเพื่อความปลอดภัย ควรถือที่หยอดตาให้ขนานกับตาสุนัข ในสุนัขที่ยังอายุไม่มาก การเกิดขี้ตาเป็นจำนวนมาก อาจหมายถึงการติดเชื้อไวรัสที่ตา ส่วนการมีน้ำตาไหลในตาข้างหนึ่ง หรือทั้ง
สองข้าง อาจเกิดจากท่อน้ำตาอุดตัน ขณะที่ฟิล์มบางที่เคลือบตาอยู่ อาจเกิดจากการอักเสบของกระจกตา ถ้าหากหยอดตา 1 วันแล้ว อาการต่างๆ ยังไม่หายไป ควรนำสุนัขไปพบสัตวแพทย์


โรคหวัด
ถ้าจมูกสุนัขคุณแห้ง แตก ไม่ชื้นเหมือนที่เคยเป็น และมีอาการอื่นที่คล้ายๆ คนเป็นหวัด แสดงว่า สุนัขอาจเป็นหวัด วิธีบรรเทาอาการขั้นต้น คือ อาบน้ำอุ่นๆ ให้กับสุนัข แล้วรีบเช็ดตัวให้แห้ง หลังจากนั้นให้ทาใต้จมูกด้วย
ขี้ผึ้งป้องกันหวัด ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ก็ควรปรึกษาสัตวแพทย์


โรคหู
อาการผิดปกติเกี่ยวกับหู ที่สุนัขมักแสดงออก คือ การสั่นหัวไปมา การเกาหู ลมหายใจเหม็น มีขี้หูมากผิดปกติ การเอียงหัวไปข้างใดข้างหนึ่ง และการที่สุนัขแสดงอาการเจ็บ หรือไม่สบายเมื่อโดนสัมผัสหู เมื่อพบอาการ
ผิดปกติดังกล่าว ให้รีบใช้น้ำมันเกลือแร่กรอกใส่หูสุนัข ไม่ควรใช้ยาผงฆ่าเชื้อ เพราะจะไปหมักหมมในช่องหู อาจทำให้หูระคายเคืองยิ่งกว่าเดิม ถ้าสุนัขของคุณมีแนวโน้มที่จะเกิดหูอักเสบ ควรทำความสะอาดหูให้สัปดาห์ละครั้งโดยใช้คอตตอนบัดชุปน้ำมันมะกอก เช็ดภายในช่องหูที่คุณมองเห็นได้ เพื่อขจัดสิ่งสกปรกภายในช่องหู สำหรับสุนัขที่มีขนปุกปุยบริเวณใบหู เช่น พูเดิล หรือ เคอรี่ บลู อาจจำเป็นต้องถอนขนบริเวณใบหูออกบ้าง การอักเสบของหูอาจเกิดจากมีสิ่งแปลกปลอมหลุดเข้าไปในช่องหู เช่น เมล็ดหญ้า ซึ่งจำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้เอาออก บางครั้งอาจเกิดจากตัวไรเข้าไปอาศัยในช่องหู ทำให้เกิดอาการคัน และนำไปสู่การติดเชื้อในที่สุด

นอกจากนี้ สำหรับสุนัขพันธ์ที่มี หูขนาดใหญ่ ทำให้ระบายอากาศไม่ดี เช่น สเปเนี่ยน การอักเสบของหูยังอาจเกิดจาก เหงื่อ ความสกปรก ที่หมักหมมในช่องหู ทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้เร็วกว่าสุนัขทั่วๆ ไป ซึ่งอาการผิดปกติเหล่านี้ สัตวแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยว่าเกิดจากเชื้ออะไร และให้ยาที่ถูกต้องกับโรค การรักษาแต่เนิ่นๆ จะทำให้โรคที่เป็นหายง่ายกว่า การปล่อยให้เป็นแบบเรื้อรัง ซึ่งยาอาจใช้ไม่ได้ผล และจำเป็นต้องพึ่งการผ่าตัด


โรคผิวหนัง
ถ้าสุนัขแสดงอาการคันคะเยอ มีผื่นแดง ขนร่วงเป็นหย่อมๆ หรือเป็นแผลแดงแบบเรื้อรัง แสดงว่า สุนัขเริ่มเป็นโรคผิวหนัง โรคผิวหนังมักจะเกิดจากอาการแพ้ ให้ลองสังเกตว่า สุนัขมีเห็บ ไร หมัด หรือไม่ ถ้ามีก็จัดการกำจัด
ให้เรียบร้อย โดยอาจใช้วิธีดึงออก (ถ้าไม่มากนัก) หรือปรึกษาสัตวแพทย์ เพื่อหาวิธีกำจัดที่ปลอดภัย (สำหรับทั้งคน และสุนัข) บางครั้งการให้สุนัขไดเอ็ทอาหารอาจเป็นสาเหตุของโรคผิวหนังได้ เพราะสุนัขได้รับสารอาหารไม่ครบ ทำให้ขนร่วง และมีสุขภาพไม่ดี ดังนั้น การจะให้สุนัขไดเอ็ทอาหาร จึงควรศึกษาความต้องการอาหารของสุนัขให้ถ้วนถี่ก่อน แล้วเลือกอาหารให้เหมาะกับสุนัข อีกสาเหตุที่อาจทำให้เกิดโรคผิวหนัง คือ อาการแพ้ อันนี้เจ้าของสุนัขต้องหมั่นสังเกตว่า สุนัขแพ้อะไร เช่น ถ้าสุนัขมักจะเกิดอาการโรคผิวหนังในบางฤดู ก็ต้องสังเกตว่า ช่วงเวลานั้นๆ มีอะไรที่ผิดไปจากช่วงเวลาอื่นๆ หรือไม่ ตัวอย่างเช่น สุนัขมักจะมีอาการคัน ในฤดูหนาว อาจเกิดจากละอองหญ้าที่ปลิวมากับลมหนาว เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้ จะช่วยให้สุนัขและคุณอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ปราศจากโรคภัยที่เป็นพาหะมาจากสัตว์เลี้ยงของคุณ ให้คุณปลอดภัยขึ้นมาเมื่อเวลาต้องอยู่ใกล้ชิดกับสุนัขค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : www.sites.google.com

เข้าชม : 6820 ครั้ง
ที่มา : สัตว์เลี้ยงเพื่อสุขภาพ : www.108health.com
บทความใหม่
รีวิวล่าสุด
ยอดนิยม
โปรโมชั่น
Breast Cancer Awareness 2013 Breast Cancer Awareness 2013
หัวข้อ : ข่าวสุขภาพ รวมเหตุการณ์น่าสนใจ
เข้าชม : 2789 ครั้ง
เครื่องสำอางคลีนิกข์ หนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางภายใต้บริษัท เอลก้า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมสนับสนุนการร...
เครื่องรีดไอน้ำถนอมผ้า @Home รุ่น Activa Care Plus เครื่องรีดไอน้ำถนอมผ้า @Home รุ่น Activa Care Plus
หัวข้อ : ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
เข้าชม : 10661 ครั้ง
วันนี้ขอมาโชว์รีวิวในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ประจำบ้านของคุณผู้หญิงสมัยใหม่กันสักหน่อยแบบว่าแม่บ้า...
ชาขาวผสมสมุนไพร ตราไวท์เนเจอร์ เพื่อสุขภาพ ชาขาวผสมสมุนไพร ตราไวท์เนเจอร์ เพื่อสุขภาพ
หัวข้อ : อาหารสุขภาพ
เข้าชม : 4801 ครั้ง
ขับของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย ลดระดับน้ำตาล และไขมันในเส้นเลือด ด้วยชาขาวผสมสมุนไพร เหมาะสำหรับผู...
วิธีการสะสมคะแนน
สมัครสมาชิก
ฝากข่าวประชาสัมพันธ์
facebook twitter