108health.com : สุขภาพ ผู้หญิง การลดน้ำหนัก อาหารเพื่อสุขภาพ แฟชั่น ครอบครัว ท่องเที่ยว
  สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ  
 
คลิปวีดีโอ คลิปวีดีโอ ฟังวิทยุ ฟังวิทยุ โปรโมชั่นแนะนำ โปรโมชั่นแนะนำ Blog Blog gallery gallery เกี่ยวกับเรา เกี่ยวกับเรา
     nana dot หน้าแรก » โรคภัยไข้เจ็บ » โรคเอดส์ » โรคเอดส์/ไวรัสเอช ไอ วี - AIDS / HIV
         โรคเอดส์
   

โรคเอดส์/ไวรัสเอช ไอ วี - AIDS / HIV

โดย : www.thailabonline.com
อาการของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในตอนเริ่มต้นส่วนใหญ่จะยังไม่แสดงอาการ แต่สามารถแพร่เชื้อไปให้ยังบุคคล อื่นได้้ อาการที่ส่อให้เห็นหลังจากนั้นไปอีกซักระยะ พอสังเกตุได้มีดังต่อไปนี้
         อาการของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในตอนเริ่มต้นส่วนใหญ่จะยังไม่แสดงอาการ แต่สามารถแพร่เชื้อไปให้ยังบุคคล อื่นได้้ อาการที่ส่อให้เห็นหลังจากนั้นไปอีกซักระยะ พอสังเกตุได้มีดังต่อไปนี้
- ต่อมน้ำเหลืองที่คอ รักแร้ แขน ขาหนีบ โตนานเกินกว่า 3 เดือน - น้ำหนักลดลง 4-5 กิโลกรัม หรือมากกว่า 10% ของน้ำหนักตัวภายในระยะ 3 เดือนโดยไม่ทราบสาเหตุ - อุจจาระร่วงเรื้อรังเกิน 3 เดือน โดยไม่หายขาด - เบื่ออาหาร และเหนื่อยง่ายมาเป็นเวลามากกว่า 3 เดือนขึ้นไป - ไอเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นๆหายๆนานเกินกว่า 3 เดือน - มีไข้สูงเกิน 37.8 C หรือมีเหงื่ออกมากในตอนกลางคืน เรื้อรังเกิน 1 เดือน - มีก้อนสีแดงปนม่วงแก่ ขึ้นตามตัวและโตขึ้นเรื่อยๆ - แขน ขา ข้างใดข้างหนึ่งไม่มีแรงหรือทำงานไม่ประสานกัน หรือมีอาการชัก จากที่ไม่เคยเป็นมาก่อน - เป็นฝ้าขาวที่ลิ้นหรือในปาก นานเกินกว่า 3 เดือน ทั้งนี้อาการดังกล่าวข้างต้น ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่มีอาการดังกล่าวทั้งหมดจะเป็นเอดส์ทุกราย จนกว่าจะ ได้มีการตรวจหาแอนติบอดีย์จากเลือดเป็นการยืนยันที่แน่นอน โอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสเอช ไอ วี ที่ควรหลีกเลี่ยงคือ - การมีเพศสัมพันธุ์กับผู้ติดเชื้อหรือผู้ป่วย - ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อเอดส์ถึงแม้จะไม่แสดงอาการมาก พบมากในผู้ติดยาเสพติด - ได้รับการถ่ายเลือดจากผู้ที่ป่วยโดยไม่ได้มีการตรวจเลือดเป็นอย่างดีก่อนการให้เลือด เลือดบริจาคจากสภากาชาดไทย จะมีการตรวจหาแอนติบอดีย์เอช ไอ วี ทุุกราย ก่อนอนุญาตให้นำเลือดไปใช้ได้ - มารดาที่ป่วยเป็นโรคเอดส์หรือติดเชื้อเอดส์ในระยะตั้งครรภ์ ลูกที่คลอดออกมา ก็จะมีโอกาสติดเชื้อเอดส์ได้ ลักษณะทั่วไป โรคเอดส์ (AIDS) ย่อมาจากคำว่า Aquired immunodeficiency syndrome ซึ่งแปลว่า “กลุ่ม อาการภูมิคุ้มกันบกพร่อง” เป็นกลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV ย่อจาก Human immunodeficiency virus) เมื่อเข้าสู่ร่างกาย จะเข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาว ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเสื่อม หรือบกพร่องลงเป็นผลทำให้เป็นโรค ติดเชื้อ หรือเป็นมะเร็งบางชนิดได้ง่ายกว่าคนปกติ อาการมักจะรุนแรง และเรื้อรัง และเสียชีวิตในที่สุด จากรายงานของกระทรวงสาธารณสุขพบว่าจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2540 ในประเทศไทยมีผู้ที่ป่วยเป็นโรคเอดส์แล้วรวมทั้งสิ้น 65,792 ราย (เสียชีวิตแล้วประมาณ 27%) อัตราส่วนระหว่างผู้ป่วยชายต่อหญิงเท่ากับ 4.6 : 1, ประมาณ 50% เป็นกลุ่มอายุ 25-34 ปี, ประมาณ 20% เป็นกลุ่มอายุต่ำกว่า 20 ปี, ปัจจัยเสี่ยงที่ สำคัญคือการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งพบถึง 81.6% (0.8% เกิดในชายรักร่วมเพศ) ส่วนการใช้ยาเสพติดฉีด เข้าเส้นพบได้ 6% และติดเชื้อจากมารดา 5.3% พบในภาคเหนือตอนบน (เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน) ถึง 36.5% ของผู้ป่วยทั้งประเทศ สาเหตุ เกิดจากเชื้อ เอชไอวี ซึ่งเป็นไวรัสชนิดใหม่ เพิ่งมีการเพาะเลี้ยงแยกเชื้อได้ในปี พ.ศ. 2526 เชื้อนี้ มีมากในเลือด น้ำเชื้ออสุจิ และน้ำเมือกในช่องคลอดของผู้ติดเชื้อ จึงสามารถแพร่เชื้อได้โดย 1. ทางเพศสัมพันธ์ ทั้งต่างเพศและเพศเดียวกัน (ในชายรักร่วมเพศ, เกย์) 2. ทางเลือด เช่น การได้รับการถ่ายเลือด, การปลูกถ่ายอวัยวะที่มีเชื้อ, การแปดเปื้อนผลิตภัณฑ์ จากเลือด, การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน เป็นต้น ส่วนการใช้ของมีคม (เช่นใบมีดโกน ที่ตัดเล็บ) ร่วมกับ ผู้ติดเชื้อ การสัก การเจาะหู อาจมีโอกาสแปดเปื้อนเลือดที่มีเชื้อได้ แต่จะมีโอกาสติดโรคได้ ก็ต่อ เมื่อมีแผลเปิด และปริมาณเลือด หรือน้ำเหลืองที่เข้าไปในร่างกายมีจำนวนมากพอ 3. การติดต่อจากมารดาที่มีเชื้อสู่ทารก ตั้งแต่ระยะอยู่ในครรภ์ ระยะคลอด และระยะเลี้ยงดูหลังคลอด โอกาสที่ทารกจะติดเชื้อจากมารดา ประมาณ 20-50% จากการศึกษาในประเทศต่าง ๆ เท่าที่ผ่านมา ไม่พบว่ามีการติดต่อโดย - การหายใจ ไอ จามรดกัน - การกินอาหาร และดื่มน้ำร่วมกัน - การว่ายน้ำในสระ หรือเล่นกีฬาร่วมกัน - การใช้ห้องน้ำร่วมกัน - การอยู่ในห้องเรียน ห้องทำงาน ยานพาหนะ หรือการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ - การสัมผัส โอบกอด - การใช้ครัว ภาชนะเครื่องครัว จาน แก้ว หรือผ้าเช็ดตัวร่วมกัน - การใช้โทรศัพท์ร่วมกัน - การถูกยุง หรือแมลงกัด เชื้อเอชไอวีเมื่อเข้าสู่ร่างกาย ก็จะมีการเพิ่มจำนวน สามารถแยกเชื้อไวรัส หรือตรวจพบแอนติเจนได้หลังติดเชื้อ 2 - 6 สัปดาห์ และจะตรวจพบแอนติบอดีได้หลังติดเชื้อ 3 - 12 สัปดาห์ ผู้ที่มีเลือดบวก (มีแอนติบอดี) 90% จะมีเชื้อเอชไอวีในกระแสเลือด ซึ่งสามารถแพร่โรคให้ผู้อื่นได้ แม้จะไม่มีอาการอะไรเลยก็ตาม ลักษณะอาการ เนื่องจากผู้ติดเชื้อเอชไอวีจะมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายแตกต่างกันไปสุดแล้วแต่จำนวนของ เชื้อ และระดับภูมิต้านทานของร่างกาย ดังนั้นโรคนี้จึงสามารถแบ่งออกเป็น 4 ระยะด้วยกันดังนี้ 1. ระยะแรกเริ่มของการติดเชื้อเอชไอวี (Primary HIV infection หรือ (Acute retroviral syndrome) ระยะนี้นับตั้งแต่เริ่มติดเชื้อเอชไอวี จนกระทั่งร่างกายเริ่มสร้างแอนติบอดี กินเวลาประมาณ 1-6 สัปดาห์หลังติดเชื้อ ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามตัว มีผื่นขึ้น ต่อมน้ำเหลืองโต บางคน อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว หรือ มีฝ้าขาวในช่องปาก อาการเหล่านี้มักจะเป็นอยู่ 1-2 สัปดาห์ แล้วหายไปได้เอง เนื่องจากอาการคล้ายกับไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่หรือไข้ทั่วๆไป ผู้ป่วยอาจ ซื้อยารักษาเอง หรือเมื่อไปพบแพทย์ก็อาจไม่ได้รับการตรวจเลือด จึงไม่ได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ในระยะนี้ ผู้ติดเชื้อประมาณ 30-50% อาจไม่มีอาการดังกล่าวเลยก็ได้ 2. ระยะติดเชื้อโดยไม่มีอาการ ผู้ติดเชื้อจะแข็งแรงเป็นปกติเหมือนคนทั่วไป แต่การตรวจเลือดจะ พบเชื้อเอชไอวี และแอนติบอดีต่อเชื้อชนิดนี้ และสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ เรียกว่า เป็น “พาหะ” (carrier) ของโรค ระยะนี้มักเป็นอยู่นาน 5-10 ปี บางคนอาจนานกว่า 15 ปี 3. ระยะติดเชื้อที่มีอาการ ระยะนี้แต่ก่อนเรียกว่า “ระยะที่มีอาการสัมพันธ์กับเอดส์” (AIDS related complex หรือ ARC)มักจะมีอาการคล้ายโรคอื่น ๆ จนไม่ได้เฉลียวใจว่าเป็นเอดส์ก็ได้ อาจพบ อาการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ในระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 3 เดือน - มีไข้เกิน 37.8 ํ ซ. เป็นพัก ๆ หรือติดต่อกันทุกวัน - ท้องเดินเรื้อรัง หรืออุจจาระร่วงเรื้อรัง - น้ำหนักลดเกิน 10% ของน้ำหนักตัว - ต่อมน้ำเหลืองโตมากกว่า 1 แห่งในบริเวณที่ไม่ติดต่อกัน - เชื้อราในปาก - ฝ้าขาว (hairy leukoplakia) ในช่องปากจากเชื้อไวรัสเอปสไตน์บาร์ มัก อยู่ที่ด้านข้างของลิ้นมี ลักษณะเป็นฝ้า คล้ายโรคเชื้อราแต่ขูดไม่ออก - โรคงูสวัด 4. ระยะป่วยเป็นเอดส์ ระยะนี้ระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยเสื่อมเต็มที่ เป็นผลทำให้เชื้อโรคต่างๆ เช่น เชื้อรา ไวรัส แบคทีเรีย โปรโตซัว วัณโรค เป็นต้น ฉวยโอกาสเข้ารุมเร้า เรียกว่า “โรคติดเชื้อฉวย โอกาส” (opportunistic infections) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อที่รักษาค่อนข้างยาก และอาจติดเชื้อชนิดเดิมซ้ำอย่างเดียว หรือติดเชื้อชนิดใหม่ หรือติดเชื้อหลายชนิดร่วมกัน ทำให้เกิดวัณโรค ปอด, ปอดอักเสบ, สมองอักเสบ , เยื่อหุ้มสมองอักเสบ การติดเชื้อของระบบทางเดินอาหาร (เจ็บคอ กลืนลำบาก ท้องเดิน) เป็นต้น ผู้ป่วยเอดส์ยังมีโอกาสเป็นมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งของหลอดเลือดที่เรียกว่า Kaposi sarcoma (เห็นเป็นตุ่ม หรือผื่นสีม่วงที่ผิวหนัง หรือเกิดที่ต่อมน้ำเหลืองภายในช่องปาก หรืออวัยวะภายใน ก็ได้), มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) ในสมอง เป็นต้น นอกจากนี้ผู้ป่วยยังอาจมีความผิดปกติของสมองที่เรียกว่า AIDS dementia complex (ADC) ทำให้มีอาการทางจิตประสาท ความจำเสื่อม หลงลืมง่าย ไม่มีสมาธิ ซึมเศร้า คลุ้มคลั่ง เป็นต้น บางคนอาจมีอาการแขนขาชา อัมพาต ชักกระตุกได้ สิ่งตรวจพบ ในระยะที่มีอาการหรือป่วยเป็นเอดส์แล้ว จะตรวจพบอาการผิดปกติต่าง ๆ เช่น ไข้ ซูบผอม ต่อม น้ำเหลืองโตหลายแห่ง (บริเวณคอ รักแร้ ขาหนีบ) ซีด จุดแดง-จ้ำเขียว ในช่องปาก อาจพบอาการลิ้นหรือช่องปากเป็นฝ้าขาวจากเชื้อราแคนดิดา , รอยฝ้าขาวข้างลิ้น (hairy leukoplakia), แผลเริมเรื้อรัง, แผลแอฟทัส, ปากเปื่อย, ก้อนเนื้องอก (มะเร็ง) เป็นต้น บริเวณผิวหนัง อาจพบวงผื่นของโรคเชื้อรา (กลากเกลื้อน) ลุกลามเป็นบริเวณกว้างและเรื้อรัง, เริม, งูสวัด, แผลเรื้อรัง, พุพอง, ก้อนเนื้องอก, หูดข้าวสุก(จากไวรัส), ผื่นสีม่วงแดง หรือตุ่มสีม่วง (Kaposi sarcoma), ตุ่มหนอง หรือตุ่มคล้ายหูดข้าวสุกกระจายทั่วไป จากเชื้อราเพนิซิลเลียม มาร์เนฟไฟ (Penicillium marneffei), ผิวหนังแห้ง คัน เป็นสะเก็ดขาว เป็นตุ่มคัน เป็นต้น ในรายที่เป็นปอดบวม จะมีอาการหายใจหอบ ใช้เครื่องตรวจฟังปอดมีเสียงกรอบแกรบ (crepitation) ในรายที่เป็นโรคติดเชื้อของสมอง จะมีอาการซึม เพ้อ ชัก หมดสติ ถ้าเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ จะตรวจพบอาการคอแข็ง การรักษา 1. ในรายที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น หญิงบริการ, ผู้ที่ชอบเที่ยว หรือมีเพศสัมพันธ์เสรี, ผู้ที่ฉีดยา เสพติด, แม่บ้านที่สามีมีพฤติกรรมเสี่ยง เป็นต้น ควรให้คำปรึกษาในการตรวจเลือดพิสูจน์ บนพื้นฐานของความสมัครใจและต้องรักษาความลับ ในกรณีตรวจพบเลือดบวกการตรวจเลือดเพื่อบ่งบอกการติดเชื้อ เอชไอวี มี 2 วิธีใหญ่ ๆ คือ ก. การตรวจหาแอนติบอดีต่อเชื้อเอชไอวี โดยวิธีอีไลซ่า (ELISA) จะตรวจพบ แอนติบอดี (เลือด บวก) หลังติดเชื้อ 3-12 สัปดาห์ (ส่วนใหญ่ประมาณ 8 สัปดาห์ บางรายอาจนานถึง 6 เดือน) วิธี นี้เป็นการตรวจกรองขั้นต้น ถ้าพบเลือดบวก ต้องตรวจยืนยันโดยวิธีเวสเทิร์นบลอต (Western blot) อีกครั้ง ข. การตรวจหาแอนติเจน (ส่วนประกอบของตัวเชื้อเอชไอวี) จะตรวจพบ แอนติเจน (เลือดบวก) หลังติดเชื้อ 2 - 6 สัปดาห์ ถ้าพบเลือดบวกแน่ชัด โดยไม่ มีอาการก็จัดว่าเป็นผู้ติดเชื้อโดยไม่มี อาการ หรือพาหะ ควรให้คำแนะนำในการ ปฎิบัติตัวเพื่อรักษาสุขภาพให้แข็งแรง และหลีกเลี่ยง การแพร่เชื้อให้ผู้อื่น (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อ “ข้อแนะนำ”) สำหรับหญิงตั้งครรภ์ ที่ตรวจพบเป็นผู้ติดเชื้อ แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัส -เอซีที (AZT) ซึ่งมีการศึกษาว่าสามารถลดการติดเชื้อให้ทารกในครรภ์ได้ถึง 2 ใน 3 โดยการให้ยาเอซีที ขนาด ครั้งละ 100 มก. วันละ 5 ครั้ง (ทุก 4 ชั่วโมง) ตั้งแต่อายุครรภ์ 14-34 สัปดาห์ กินทุกวันจนกระทั่งเข้าสู่ระยะคลอด ระหว่างคลอดจะเปลี่ยนเป็นยาชนิดฉีด เริ่มแรกให้ 2 มก.ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. เข้าทางหลอดเลือดดำให้หมดภายใน 1 ชั่วโมง ต่อไปให้ ขนาด 1 มก.ต่อน้ำ หนักตัว 1 กก.ต่อชั่วโมง จนกระทั่งตัดสายสะดือเด็ก หลังคลอดภายใน 12 ชม. จะเริ่มให้ยาเอซีทีแก่ทารก ขนาด 2 มก.ต่อน้ำหนักตัว 1 กก.ทุก 6 ชั่วโมงหรือ ใช้ชนิดฉีด ขนาด 1.5 มก.ต่อน้ำหนักตัว 1 กก.เข้าหลอดเลือดดำ (แต่ละครั้งฉีด ให้หมดภายใน 30 นาที)ทุก 6 ชม. ให้ยานาน 6 สัปดาห์ ในปัจจุบันแนะนำให้ตรวจวัดปริมาณเชื้อเอชไอวีในเลือดเป็นระยะ ๆ ถ้าพบว่าปริมาณเชื้อไม่ลด ลงจากการให้ยา AZT เพียงตัวเดียว ก็อาจให้ยาร่วมกัน 3 ตัว (เช่น AZT + 3TC + nevirapine) 2. ในรา�
เข้าชม : 31774 ครั้ง
ที่มา : www.thailabonline.com
การปฏิบัติตนสำหรับผู้ติดเชื้อเอดส์
การปฏิบัติตนสำหรับผู้ติดเชื้อเอดส์ การปฏิบัติตนสำหรับผู้ติดเชื้อเอดส์
หัวข้อ : โรคเอดส์
เข้าชม : 7677 ครั้ง
dot
คำแนะนำต่อไปนี้คือแนวทางสำหรับท่านที่ติดเชื้อเอดส์ หรืออาจจะมีผู้ที่ติดเชื้อเอดส์อยู่ในครอบครัว... เพื่อการปฏิบัติตนและดูแลสุขภาพสำหรับผู้ติดเชื้อเอดส์อย่างถูกต้องเหมาะสม
อ่านต่อ
โรคเอดส์/ไวรัสเอช ไอ วี - AIDS / HIV
โรคเอดส์/ไวรัสเอช ไอ วี - AIDS / HIV โรคเอดส์/ไวรัสเอช ไอ วี - AIDS / HIV
หัวข้อ : โรคเอดส์
เข้าชม : 31775 ครั้ง
dot
อาการของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในตอนเริ่มต้นส่วนใหญ่จะยังไม่แสดงอาการ แต่สามารถแพร่เชื้อไปให้ยังบุคคล อื่นได้้ อาการที่ส่อให้เห็นหลังจากนั้นไปอีกซักระยะ พอสังเกตุได้มีดังต่อไปนี้
อ่านต่อ
โรคเอดส์ไม่ติดต่ออย่างไร?
โรคเอดส์ไม่ติดต่ออย่างไร? โรคเอดส์ไม่ติดต่ออย่างไร?
หัวข้อ : โรคเอดส์
เข้าชม : 10724 ครั้ง
dot
ปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ในทุกส่วนของโลก รวมทั้งประเทศไทยล้วนเป็นปัญหาที่น่าเป็นห่วง ดังนั้นความรู้ความเข้าใจจึงเป็นเรื่องสำคัญ อย่างน้อยทุกคนควรทราบว่าเอดส์ติดต่อและไม่ติดต่อในกรณีใดบ้าง.....
อ่านต่อ
บทเรียนของเอดส์ในสังคมไทย...
บทเรียนของเอดส์ในสังคมไทย... บทเรียนของเอดส์ในสังคมไทย...
หัวข้อ : โรคเอดส์
เข้าชม : 7777 ครั้ง
dot
เมืองไทยได้รับบทเรียนเกี่ยวกับสถานการณ์เอดส์มามากกว่า 24 ปี ผู้ติดเชื้อ HIV+ และผู้ป่วยเอดส์ยังคงสร้างตำนานอีกยาวนานสำหรับสังคมไทยและสังคมโลก
อ่านต่อ
สายพันธุ์ของเชื้อไวรัส เอชไอวี
สายพันธุ์ของเชื้อไวรัส เอชไอวี สายพันธุ์ของเชื้อไวรัส เอชไอวี
หัวข้อ : โรคเอดส์
เข้าชม : 5852 ครั้ง
dot
สายพันธุ์ของเชื้อไวรัส เอชไอวี เป็นเชื้อที่กลายพันธุ์ได้รวดเร็วมาก เกิดมิวเตชันแทบตลอดเวลา ในร่างกายของผู้ติดเชื้อจะพบเชื้อไวรัสเอชไอวีสายพันธุ์ต่างๆ ในตัวคนเดียวกัน การจัดจำแนกชนิดของเชื้อไวรัสเอชไอวีใช้ข้อมูลรหัสพันธุกรรมที่มีความคล้ายคลึงกัน สามารถแบ่งออกเป็น types, groups และsubtypes...
อ่านต่อ
ยาต้านไวรัสเอดส์
ยาต้านไวรัสเอดส์ ยาต้านไวรัสเอดส์
หัวข้อ : โรคเอดส์
เข้าชม : 18239 ครั้ง
dot
ยาต้านไวรัสเอดส์ หรือบางคนเรียกสั้นๆ ว่า "ยาต้าน" ศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า "เออาร์วี" (ARV) ย่อมาจาก antiretroviral ในปัจจุบันมียาต้านไวรัสเอดส์จำนวนมาก ออกฤทธิ์ยับยั้งการแพร่พันธุ์ทำให้เชื้อไวรัสเอดส์ลดน้อยลงได้
อ่านต่อ
เอดส์ คืออะไร
เอดส์ คืออะไร เอดส์ คืออะไร
หัวข้อ : โรคเอดส์
เข้าชม : 23780 ครั้ง
dot
เอดส์ หรือ AIDS (Acquired Immune Deficiency Syndrome) เป็นกลุ่มอาการของโรค ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอดส์ ซึ่งจะเข้าไปทำลายเม็ดเลือกขาว ซึ่งเป็นแหล่งสร้างภูมิคุ้มกันโรค ทำให้ติดเชื้อโรคอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น เช่น วัณโรค ปอดบวม เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือเป็นมะเร็งบางชนิดได้ง่ายกว่าคนปกติ อาการจะรุนแรง และเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิต
อ่านต่อ
บทความใหม่
รีวิวล่าสุด
ยอดนิยม
โปรโมชั่น
Breast Cancer Awareness 2013 Breast Cancer Awareness 2013
หัวข้อ : ข่าวสุขภาพ รวมเหตุการณ์น่าสนใจ
เข้าชม : 2593 ครั้ง
เครื่องสำอางคลีนิกข์ หนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางภายใต้บริษัท เอลก้า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมสนับสนุนการร...
เครื่องรีดไอน้ำถนอมผ้า @Home รุ่น Activa Care Plus เครื่องรีดไอน้ำถนอมผ้า @Home รุ่น Activa Care Plus
หัวข้อ : ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
เข้าชม : 10250 ครั้ง
วันนี้ขอมาโชว์รีวิวในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ประจำบ้านของคุณผู้หญิงสมัยใหม่กันสักหน่อยแบบว่าแม่บ้า...
ชาขาวผสมสมุนไพร ตราไวท์เนเจอร์ เพื่อสุขภาพ ชาขาวผสมสมุนไพร ตราไวท์เนเจอร์ เพื่อสุขภาพ
หัวข้อ : อาหารสุขภาพ
เข้าชม : 4608 ครั้ง
ขับของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย ลดระดับน้ำตาล และไขมันในเส้นเลือด ด้วยชาขาวผสมสมุนไพร เหมาะสำหรับผู...
วิธีการสะสมคะแนน
สมัครสมาชิก
ฝากข่าวประชาสัมพันธ์
facebook twitter