108health.com : สุขภาพ ผู้หญิง การลดน้ำหนัก อาหารเพื่อสุขภาพ แฟชั่น ครอบครัว ท่องเที่ยว
  สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ  
 
คลิปวีดีโอ คลิปวีดีโอ ฟังวิทยุ ฟังวิทยุ โปรโมชั่นแนะนำ โปรโมชั่นแนะนำ Blog Blog gallery gallery เกี่ยวกับเรา เกี่ยวกับเรา
     nana dot หน้าแรก » โรคภัยไข้เจ็บ » โรคติดเชื้อ » ไข้เลือดออก ภัยร้ายที่กำลังรุนแรง
         โรคติดเชื้อ
   

ไข้เลือดออก ภัยร้ายที่กำลังรุนแรง

โดย : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ไข้เลือดออกเริ่มส่งสัญญาณระบาด ม.ค. - ก.พ. 2553 ป่วยเกือบ 4,000 ราย เสียชีวิตแล้ว 3 ราย กระทรวงสาธารณสุขเตือนประชาชนระวังโรคไข้เลือดออก ปีนี้มีสัญญาณโรคอาจจะระบาด พบผู้ป่วยในเดือน มกราคม - กุมภาพันธ์รวมกว่า 3,700 ราย เสียชีวิต 3 ราย
         ไข้เลือดออกเริ่มส่งสัญญาณระบาด ม.ค. - ก.พ. 2553 ป่วยเกือบ 4,000 ราย เสียชีวิตแล้ว 3 ราย กระทรวงสาธารณสุขเตือนประชาชนระวังโรคไข้เลือดออก ปีนี้มีสัญญาณโรคอาจจะระบาด พบผู้ป่วยในเดือน มกราคม - กุมภาพันธ์รวมกว่า 3,700 ราย เสียชีวิต 3 ราย


 จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นกว่าช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมาร้อยละ 38 พบผู้ป่วยอายุมากกว่า 14 ปีมากขึ้น ใน กทม.พบเกือบร้อยละ 60 เน้นย้ำให้กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทุก 7 วัน

ในปีนี้สภาพอากาศร้อนเร็วกว่าทุกปีที่ผ่านมา สิ่งที่น่าห่วง คือ โรคไข้เลือดออก ซึ่งมีสาเหตุจากยุงลาย มีข้อมูลการศึกษาทางวิชาการพบว่าขณะนี้ตัวลูกน้ำยุงลายจะกลายเป็นตัวยุงเร็วกว่าอดีตที่ใช้เวลาประมาณ 7 วัน ก็เหลือประมาณ 5 วัน จะทำให้ปริมาณยุงตัวโตเต็มวัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการวิเคราะห์สถานการณ์ของโรคไข้เลือดออกในปี 2553 พบว่าโรคมีสัญญาณอาจเกิดการระบาดในปีนี้ได้ โดยในช่วงเดือนมกราคมจนถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2553 ทั่วประเทศมีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเข้ารักษาในโรงพยาบาลสะสมรวม 3,757 ราย เฉลี่ยวันละ 85 ราย เสียชีวิต 3 ราย มากที่สุดในภาคกลางมีร้อยละ 55 ของผู้ป่วยทั้งหมด รองลงมาคือที่ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ น้อยที่สุดคือที่ภาคเหนือ พบทั้งในเมือง และชนบท โดยสถิติผู้ป่วยใน 2 เดือนแรกปีนี้สูงกว่าช่วงเดียวกันในปี 2552 ถึงร้อยละ 49 ซึ่งมีผู้ป่วยทั้งหมด 2,511 ราย เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ที่ป่วยเป็นไข้เลือดออกในปีนี้ พบทุกกลุ่มอายุ แต่มีแนวโน้มพบในเด็กอายุมากกว่า 14 ปีขึ้นไปมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม.พบมากถึงร้อยละ 60

สาเหตุ

  1. เชื้อไวรัสเด็งกี่ที่ทำให้เกิดไข้เลือดออกมี 4 สายพันธุ์ ซึ่งในประเทศไทยถือว่าโรคไข้เลือดออกเป็นโรคประจำถิ่น มีครบทุกสายพันธุ์ หากติดเชื้อสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่ง จะทำให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานสำหรับสายพันธุ์นั้นได้ตลอดชีวิต แต่ป้องกันสายพันธุ์อื่นได้ไม่เกิน 1 ปี ดังนั้นคนคนหนึ่ง ยังสามารถติดเชื้อสายพันธุ์ที่เหลือได้ และการติดเชื้อครั้งที่ 2 นี้ มักเกิดอาการที่รุนแรงมากกว่าการติดเชื้อครั้งแรก
  2. แม้ว่าเคยเป็นไข้เลือดออกมาก่อนก็สามารถเป็นซ้ำได้หากไม่ได้ป้องกันยุงลายกัด หรือไม่ได้กำจัดลูกน้ำ และทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายที่เป็นภาชนะใส่น้ำ หรือภาชนะที่มีน้ำขังในบ้าน และบริเวณรอบบ้าน
  3. โดยทั่วไปโรคนี้จะพบชุกชุมในฤดูฝน ในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ๆ อาจพบโรคนี้ได้ประปรายตลอดทั้งปี การที่มีโรคนี้ชุกชุมในฤดูฝน เพราะมีจำนวนยุงเพิ่มมากขึ้น และเพราะการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ และความชื้น จะมีผลต่อจำนวนครั้งของการกัด นอกจากนี้ในฤดูฝน เด็กอาจจะอยู่ในบ้านในเวลากลางวันมากขึ้น โอกาสที่เด็กจะถูกยุงกัดจะมากขึ้นได้
  4. โรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อเด็งกี่มีการระบาดอยู่แล้ว 4 สายพันธุ์ดั้งเดิม ซึ่งการระบาดสายพันธุ์ไหนจะมากกว่ากันขึ้นอยู่กับพื้นที่ บางครั้งอาจเกิดความเข้าใจกันไปว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งแท้จริงเป็นสายพันธุ์ที่มีอยู่แล้วในประเทศไทย
  5. โรคนี้เกิดขึ้นได้ทั้งฤดูฝน และฤดูแล้ง ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความหลากหลายของอุณหภูมิการเก็บกักน้ำใช้ในภาวะแล้งหากไม่ถูกวิธี ปิดฝาไม่สนิทอาจกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายได้ และอย่างที่บอกไข้เลือดออกเกิดจากเชื้อเด็งกี่ มียุงลายบ้าน และยุงลายสวนเป็นพาหะนำโรค ซึ่งยุงเหล่านี้หากินตอนกลางวันการแพร่ระบาด นอกจากจะมียุงลายเป็นพาหะสำคัญ คนที่เป็นโรคไข้เลือดออกยังเป็นสื่อกลางแพร่เชื้อ ยิ่งช่วงเทศกาลที่มีการเดินทางย้ายถิ่นช่วงนี้จากการติดตามสถานการณ์โรคพบว่า มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น เป็นการแพร่เชื้อโดยแอบแฝง ซึ่งการแพร่เชื้อลักษณะนี้มีสัดส่วนมากกว่าการเกิดจากยุง”
  6. นอกจากไข้เลือดออกที่เกิดจากเชื้อเด็งกี่ ยังมีไข้เลือดออกมาเบิร์ก หรือมาร์บวก ซึ่งเชื่อว่านำเชื้อโดยลิงแอฟริกัน ไข้เลือดออกชนิดนี้มีอันตรายรุนแรงมากๆ ผู้ที่ติดเชื้อจะเสียชีวิตลงในเวลารวดเร็ว ขณะนี้พบในประเทศแองโกลา ทวีปแอฟริกาไม่พบในประเทศไทย ไข้เลือดออกแต่ละคนจะมีอาการไม่เหมือนกันแล้วแต่สภาพของแต่ละบุคคลที่จะตอบสนองกับเชื้อนั้นๆ ส่วนสายพันธุ์ที่ 4 ความรุนแรงโดยเฉลี่ยจะมีไม่มากต่างจากสายพันธุ์ 2 และ 3 ที่มีความรุนแรงกว่า

แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย

  1. ยุงลายเป็นตัวการสำคัญในการนำโรคไข้เลือดออกในประเทศไทย ยุงลายชอบอาศัยอยู่ตามบ้านเรือน บริเวณรอบๆ บ้าน หรือภายในบ้านแหล่งเพาะพันธุ์ได้แก่ ภาชนะที่มีน้ำขังค่อนข้างสะอาด เช่น ตุ่มน้ำ ถังซีเมนต์ใส่น้ำอาบ น้ำรองขาตู้กับข้าว ยางรถยนต์เก่าๆ กระป๋อง เป็นต้นช่วงเวลาที่ยุงลายชอบออกหากินที่สุด คือช่วงเช้าเวลาประมาณ 9.00 - 11.00 น. และช่วงบ่ายประมาณ 14.00 - 16.00 น.
  2. นิสัยของยุงแตกต่างจากแมลงชนิดอื่นๆ บางประการ ยุงตัวผู้ และยุงตัวเมียจะมีจำนวนเท่าๆ กัน ส่วนใหญ่แล้วตัวผู้จะออกจากลูกน้ำก่อน หลังจากตัวเมียออกจากลูกน้ำไม่นานก็จะผสมพันธุ์กันได้ นับเป็นสัตว์ที่ผสมพันธุ์ได้ในเวลาอันรวดเร็วเมื่อเทียบกับอายุขัย
  3. ยุงตัวเมียเท่านั้นที่ดูดกินเลือด ตัวเมียจะบินได้ไกล และมีชีวิตยาวกว่าตัวผู้ ความสามารถในการบินของยุงมีลักษณะเฉพาะของยุงแต่ละชนิด มีความสำคัญในแง่ระบาดวิทยา และการป้องกันโรค เช่น ยุงลายจะไม่บินไกลมักอาศัยอยู่ตามบ้านเรือน ส่วนยุงก้นปล่อง และยุงรำคาญ จะบินได้ไกล พบว่ายุงก้นปล่องบางชนิดบินได้ไกล 10-20 กม. นอกจากนี้ยังมีบางชนิดสามารถบินไกลถึง 32 กม. หรือไกลกว่านั้นการกินเลือดของยุงแต่ละชนิดมีลักษณะเฉพาะ เช่น บางชนิดกินเลือดวัว ควาย ม้า และสัตว์เลี้ยงต่างๆ บางชนิดกินเลือดคน เวลาที่ออกหากินก็ไม่เหมือนกัน บ้างก็ออกหากินเวลากลางคืน บ้างก็ออกหากินเวลากลางวัน
  4. โดยทั่วไปวงจรชีวิตของยุงมีระยะเวลาประมาณ 1 - 2 เดือน แต่บางขณะหากสภาพภูมิอากาศไม่อำนวย ชีวิตของยุงก็อาจจะสั้นเข้ามาอีกตามสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป

อาการ

  1. อาการทั่วไปของโรคนี้ที่เกิดในเด็ก และผู้ใหญ่จะไม่แตกต่างกัน กล่าวคือ มีไข้สูงมาก กินยาแล้วไข้ไม่ลด อาจมีจุดเลือดออกเล็กๆ สีแดงที่ผิวหนังกระจายตามตัว เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน แต่ในผู้ใหญ่มักจะมีอาการปวดศีรษะ ปวดกระบอกตามาก มักเป็นรุนแรงกว่าเด็ก และจะมาพบแพทย์ช้า เนื่องจากไม่คิดว่าตัวเองป่วยเป็นไข้เลือดออก มักจะไปซื้อยากินเองก่อนเมื่อรู้สึกมีไข้ หรือไม่สบายตัว ทำให้อาการหนัก รวมทั้งมักใช้ยาที่มีฤทธิ์แรงทั้งแก้ปวด และลดไข้ ทำให้ระคายเคือง และมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุมากกว่า 35 ปี ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น แผลในกระเพาะอาหาร โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงหากเป็นไข้เลือดออกก็ยิ่งทำให้อาการหนักมากขึ้น
  2. ตามปกติทั่วไปหลังจากมีอาการไข้ แล้วไข้เริ่มลดลง แสดงว่าอาการดีขึ้น แต่หากป่วยเป็นไข้เลือดออก ในระยะที่ไข้ลดลง จะเป็นช่วงที่มีอันตรายมาก ขอให้ประชาชนสังเกตว่าหากระยะที่ไข้ลดลง แต่ผู้ป่วยยังมีอาการซึม อ่อนเพลีย มีอาการปวดท้อง แม้จะรู้สึกตัวดี พูดคุยได้ กินอาหารได้ก็ตาม จะต้องรีบพาไปพบแพทย์โดยเร็ว เพราะหากไม่ไปพบแพทย์ภายใน 10-12 ชั่วโมง อาจเกิดอาการช็อค มีอาการตับวาย ไตวายแทรกซ้อน จนเสียชีวิตได้
  3. ระยะไข้ ทุกรายจะมีไข้สูงเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน ส่วนใหญ่ไข้จะสูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส ไข้อาจสูงถึง 40-41 องศาเซลเซียส ซึ่งบางรายอาจมีชักเกิดขึ้นโดยเฉพาะในเด็กที่เคยมีประวัติชักมาก่อน หรือในเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน ผู้ป่วยมักจะมีหน้าแดง อาจตรวจพบคอแดงได้ แต่ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะไม่มีอาการน้ำมูกไหล หรืออาการไอ ซึ่งช่วยในการวินิจฉัยแยกโรคจากหัดในระยะแรก และโรคระบบทางเดินหายใจได้ เด็กโตอาจบ่นปวดศีรษะ ปวดรอบกระบอกตา ในระยะไข้นี้ อาการทางระบบทางเดินอาหารที่พบบ่อย คือ เบื่ออาหาร บางรายอาจมีอาการปวดท้องร่วมด้วย ซึ่งในระยะแรกจะปวดโดยทั่่วๆ ไป และอาจปวดที่ชายโครงขวาในระยะที่มีตับโต ส่วนใหญ่ไข้จะสูงลอยอยู่ 2-7 วัน ประมาณร้อยละ 15 อาจมีไข้สูงนานเกิน 7 วัน อาจพบมีผื่นแดงซึ่งมีลักษณะคล้ายผื่นหัดเยอรมันได้
  4. อาการเลือดออกที่พบบ่อยที่สุดคือ ที่ผิวหนัง โดยจะตรวจพบว่า เส้นเลือดเปราะ แตกง่าย การทำทดสอบให้ผลบวกได้ตั้งแต่ 2-3 วันแรกของโรค ร่วมกับมีจุดเืลือดออกเล็กๆ กระจายอยู่ตามแขน ขา ลำตัว รักแร้ อาจมีเลือดกำเดาหรือเลือดออกตามไรฟัน ในรายที่รุนแรงอาจมีอาเจียน และถ่ายอุจจาระเป็นเลือดซึ่งมักจะเป็นสีดำ อาการเลือดออกในอางเดินอาหาร ส่วนใหญ่จะพบร่วมกบภาวะช็อกที่เป็นอยู่นาน ส่วนใหญ่จะคลำพบตับโตได้ประมาณวันที่ 3-4 นับแต่เริ่มป่วย ในระยะที่ยังมีไข้อยู่ ตับจะนุ่ม และกดเจ็บ
  5. ระยะวิกฤต/ช็อก เป็นระยะที่มีการรั่วของพลาสมาซึ่งจะพบทุกรายในผู้ป่วยไข้เลือดออกเดงกี โดยระยะรั่วจะมีประมาณ 24-48 ชั่วโมงประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยไข้เลือดออกเดงกีจะมีอาการรุนแรง มีภาวะการไหลเวียนโลหิตล้มเหลวเกิดขึ้น เนื่องจากมีการรั่วของพลาสมาออกไปยังช่องปอด/ช่องท้องมาก ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นพร้อมๆ กับที่มีไข้ลดลงอย่างรวดเร็ว เวลาที่เกิดช็อกจึงขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่มีไข้ อาจเกิดได้ตั้งแต่วันที่ 3 ของโรค (ถ้ามีไข้ 2 วัน) หรือเกิดวันที่ 8 ของโรค (ถ้ามีไข้ 7 วัน) ผู้ป่วยจะมีอาการเลวลง เริ่มมีอาการกระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ชีพจรเบาเร็ว ความดันโลหิตเปลี่ยนแปลง ตรวจพบ pulse pressure แคบเท่ากับหรือน้อยกว่า 20 มม.ปรอท (ค่าปกติ 30-40 มม.ปรอท) โดยมีความดันตัวล่างเพิ่มขึ้นเล็กน้อย (BP 110/90, 100/80 มม.ปรอท) ผู้ป่วยไข้เลือดออกเดงกีที่อยู่ในภาวะช็อกส่วนใหญ่จะมีภาวะรู้สติดี พูดรู้เรื่อง อาจบ่นกระหายน้ำ บางรายอาจมีอาการปวดท้องเกิดขึ้นอย่างกระทันหันก่อนเข้าสู่ภาวะช็อก ซึ่งบางครั้งอาจทำให้วินิจฉัยโรคผิดเป็นภาวะทางศัลยกรรม ภาวะช็อกที่เกิดขึ้นนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ถ้าไม่ได้รับการรักษาผู้ป่วยจะมีอาการเลวลง รอบปากเขียว ผิวสีม่วงๆ ตัวเย็น ซีด จับชีพจร และ/หรื
    เข้าชม : 7626 ครั้ง
    ที่มา : ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ
เชื้อราที่เท้า...น้ำกัดเท้า
เชื้อราที่เท้า...น้ำกัดเท้า เชื้อราที่เท้า...น้ำกัดเท้า
หัวข้อ : โรคติดเชื้อ
เข้าชม : 5340 ครั้ง
dot
น้ำท่วมที่กำลังระบาดในหลายจังหวัดของเมืองไทยในขณะนี้ ปัญหาที่ตามมาคือเชื้อราที่เท้า หรือน้ำกัดเท้า เพราะบ้านไหนที่น้ำท่วมก็ต้องเดินลุยน้ำกัน หลังลุยน้ำเสร็จควรเช็ดเท้าให้แห้ง หรือจะเอาแป้งฝุ่นโรยเท้าด้วยก็ยิ่งดีใหญ่
อ่านต่อ
แอนติบอดีต่อเชื้อไวรัส
แอนติบอดีต่อเชื้อไวรัส แอนติบอดีต่อเชื้อไวรัส
หัวข้อ : โรคติดเชื้อ
เข้าชม : 10095 ครั้ง
dot
แอนติบอดีต่อเชื้อไวรัส เมื่อร่างกายได้รับเชื้อไวรัส ระบบภูมิคุ้มกันจะทำหน้าที่ป้องกันตัวเอง โดยพยายามขจัดสิ่งแปลกปลอม โดยทั่วไปการติดเชื้อไวรัสก็เช่นเดียวกับการติดเชื้ออื่นๆ
อ่านต่อ
โรคเท้าบวม
โรคเท้าบวม โรคเท้าบวม
หัวข้อ : โรคติดเชื้อ
เข้าชม : 104019 ครั้ง
dot
เท้าบวม อาการบวมที่เท้าเกิดจากสาเหตุหลายประการ แพทย์จำเป็นต้องให้การวินิจฉัยสาเหตุของอาการบวมที่เท้าให้ถูกต้องเสียก่อน จากนั้นจึงดำเนินการรักษาต่อไปตามแต่สาเหตุ หลักการวินิจฉัยขึ้นกับประวัติอาการเจ็บป่วยโดยละเอียด
อ่านต่อ
ไข้เลือดออก ภัยร้ายที่กำลังรุนแรง
ไข้เลือดออก ภัยร้ายที่กำลังรุนแรง ไข้เลือดออก ภัยร้ายที่กำลังรุนแรง
หัวข้อ : โรคติดเชื้อ
เข้าชม : 7627 ครั้ง
dot
ไข้เลือดออกเริ่มส่งสัญญาณระบาด ม.ค. - ก.พ. 2553 ป่วยเกือบ 4,000 ราย เสียชีวิตแล้ว 3 ราย กระทรวงสาธารณสุขเตือนประชาชนระวังโรคไข้เลือดออก ปีนี้มีสัญญาณโรคอาจจะระบาด พบผู้ป่วยในเดือน มกราคม - กุมภาพันธ์รวมกว่า 3,700 ราย เสียชีวิต 3 ราย
อ่านต่อ
ระวังเชื้อใหม่
ระวังเชื้อใหม่ ระวังเชื้อใหม่ "มือ เท้า ปาก" ถึงตายนะ
หัวข้อ : โรคติดเชื้อ
เข้าชม : 3751 ครั้ง
dot
โรคติดเชื้อที่กำลังระบาดในเมืองไทยขณะนี้ "มือ เท้า ปาก" ตัวใหม่ "เอนเทอโรไวรัส 71" ถึงแม้ตอนแรกจะมีรายงานว่าไม่เป็นอันตราย แต่ต่างประเทศพบผู้ที่ติดเชื้อนี้เสียชีวิตไปแล้ว 5 ราย
อ่านต่อ
โรคฉี่หนู หรือ โรคเลปโตสไปโรซิส
โรคฉี่หนู หรือ โรคเลปโตสไปโรซิส โรคฉี่หนู หรือ โรคเลปโตสไปโรซิส
หัวข้อ : โรคติดเชื้อ
เข้าชม : 4308 ครั้ง
dot
โรคฉี่หนู หรือ โรคเลปโตสไปโรซิส (leptospirosis) เป็นโรคที่ติดต่อจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด เช่น หนู หมู หมา แพะ แกะ วัว ควาย แต่พาหะนำโรคที่พบบ่อยที่สุดก็คือหนู
อ่านต่อ
วิธีป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ อาหารบำรุงตับ
วิธีป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ อาหารบำรุงตับ วิธีป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ อาหารบำรุงตับ
หัวข้อ : โรคติดเชื้อ
เข้าชม : 5900 ครั้ง
dot
Artichokes (ATISO) อาร์ติโช๊ค อาร์ติโช๊ค (Cynara scolymus) เป็นพืชที่นิยมปลูกในต่างประเทศ เฉพาะภูเขาสูงมากกว่า 1,500 เมตร เท่านั้น ปี 2513 นักวิทยาศาสตร์ชาวยุโรป ได้ค้นพบสารไซนาริน ” มีคุณค่าทางอาหาร และยา นำมาบริโภคสด หรือปรุงอาหารได้ทุกส่วน ...
อ่านต่อ
การป้องกันโรคไข้เลือดออก
การป้องกันโรคไข้เลือดออก การป้องกันโรคไข้เลือดออก
หัวข้อ : โรคติดเชื้อ
เข้าชม : 5858 ครั้ง
dot
จนกระทั่งทุกวันนี้ยังไม่ยาที่ใช้รักษาไข้เลือดออก หรือวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ดังนั้นการป้องกันจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดโดยป้องกันการแพร่ของยุง เท่าที่ผ่านมาการควบคุมยังได้ผลไม่ดีเนื่องจากเน้นเรื่องการทำลายยุงซึ่งสิ้นเปลืองงบประมาณ และการควบคุมยุงต้องทำเป็นบริเวณกว้าง การควบคุมที่จะให้ผลยั่งยืนควรจะเน้นที่การควบคุมลูกน้ำ...
อ่านต่อ
มาเลเรีย
มาเลเรีย มาเลเรีย
หัวข้อ : โรคติดเชื้อ
เข้าชม : 9411 ครั้ง
dot
มาลาเรีย เป็นโรคที่พบเฉพาะในเขตร้อนเท่านั้น ยุงก้นปล่องเป็นพาหะของไข้มาลาเรีย เชื้อ Plasmodium ที่ก่อโรคในคนมี 4 ชนิด ได้แก่ P. falciparum, P. vivax, P. malariae และ P. ovale ในประเทศไทยเชื้อที่พบส่วนใหญ่เป็นชนิด P.falciparum และ P.vivax ส่วนน้อยเป็น
อ่านต่อ
โรควัวบ้าเป็นอย่างไร
โรควัวบ้าเป็นอย่างไร โรควัวบ้าเป็นอย่างไร
หัวข้อ : โรคติดเชื้อ
เข้าชม : 8469 ครั้ง
dot
โรควัวบ้า เป็นโรคติดต่อที่เกิดขึ้นกับวัว สารที่เป็นสาเหตุของโรควัวบ้าสามารถติดต่อมายังคน และทำให้เกิดโรคสมองเสื่อมในคน สาเหตุของการเกิดโรคนี้เป็นสารโปรตีนที่เรียกว่า พรีออน (prion)
อ่านต่อ
โรคเบาหวานกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
โรคเบาหวานกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โรคเบาหวานกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
หัวข้อ : โรคติดเชื้อ
เข้าชม : 5681 ครั้ง
dot
ปัจจุบันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (เอช1 เอ็น1) กำลังขยายตัวไปทั่วโลก และขณะนี้ประเทศไทยพบการระบาดภายในประเทศแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานศึกษา และสถานประกอบการ ซึ่งอาจแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว
อ่านต่อ
โรคคางทูม โรคติดต่อที่เกิดจากการติดเชื้อ
โรคคางทูม โรคติดต่อที่เกิดจากการติดเชื้อ โรคคางทูม โรคติดต่อที่เกิดจากการติดเชื้อ
หัวข้อ : โรคติดเชื้อ
เข้าชม : 4042 ครั้ง
dot
โรคคางทูม โรคติดต่อที่มักจะเกิดขึ้นได้จากการติดเชื้อไวรัสซึ่งมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป เช่น มีไข้ ต่อมนำลายอักเสบ หรือในบางครั้งอาจจะมีตับอ่อนสักเสบร่วมด้วย สิ่งสำคัญคือต้องดูแลสุขภาพให้มากๆ
อ่านต่อ
บทความใหม่
รีวิวล่าสุด
ยอดนิยม
โปรโมชั่น
Breast Cancer Awareness 2013 Breast Cancer Awareness 2013
หัวข้อ : ข่าวสุขภาพ รวมเหตุการณ์น่าสนใจ
เข้าชม : 3068 ครั้ง
เครื่องสำอางคลีนิกข์ หนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางภายใต้บริษัท เอลก้า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมสนับสนุนการร...
เครื่องรีดไอน้ำถนอมผ้า @Home รุ่น Activa Care Plus เครื่องรีดไอน้ำถนอมผ้า @Home รุ่น Activa Care Plus
หัวข้อ : ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
เข้าชม : 11168 ครั้ง
วันนี้ขอมาโชว์รีวิวในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ประจำบ้านของคุณผู้หญิงสมัยใหม่กันสักหน่อยแบบว่าแม่บ้า...
ชาขาวผสมสมุนไพร ตราไวท์เนเจอร์ เพื่อสุขภาพ ชาขาวผสมสมุนไพร ตราไวท์เนเจอร์ เพื่อสุขภาพ
หัวข้อ : อาหารสุขภาพ
เข้าชม : 5043 ครั้ง
ขับของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย ลดระดับน้ำตาล และไขมันในเส้นเลือด ด้วยชาขาวผสมสมุนไพร เหมาะสำหรับผู...
วิธีการสะสมคะแนน
สมัครสมาชิก
ฝากข่าวประชาสัมพันธ์
facebook twitter