108health.com : สุขภาพ ผู้หญิง การลดน้ำหนัก อาหารเพื่อสุขภาพ แฟชั่น ครอบครัว ท่องเที่ยว
  สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ  
 
คลิปวีดีโอ คลิปวีดีโอ ฟังวิทยุ ฟังวิทยุ โปรโมชั่นแนะนำ โปรโมชั่นแนะนำ Blog Blog gallery gallery เกี่ยวกับเรา เกี่ยวกับเรา
     nana dot หน้าแรก » สุขภาพ การดูแลสุขภาพ » สุขภาพเด็ก » เหตุผลของเด็กก้าวร้าว
         สุขภาพเด็ก
   

เหตุผลของเด็กก้าวร้าว

โดย : หมอนุ
หลายวันก่อน อาจารย์สมัยมัธยมต้น ได้นัดศิษย์เก่า หลาย ๆ รุ่นให้มาพบปะสังสรรค์ เพื่อทำความรู้จักกัน หลังจากจบการศึกษาไปคนละกว่ายี่สิบปี
         หลายวันก่อน อาจารย์สมัยมัธยมต้น ได้นัดศิษย์เก่า หลาย ๆ รุ่นให้มาพบปะสังสรรค์ เพื่อทำความรู้จักกัน หลังจากจบการศึกษาไปคนละกว่ายี่สิบปี

ซึ่งแต่ละคนต่างก็แยกย้ายกันเติบโต และทำมาหากินกันคนละทิศละทาง จะมีบ้างก็บางคนที่จับกลุ่มกันเหนียวแน่น ติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอ พอพบกันก็คุยกันเรื่องเก่าๆ คืนนั้นก่อนแยกย้ายกัน ก็มีการนัดหมายว่าจะต้องมาเจอกันอีกครั้ง

 

หลังกลับจากงานวันนั้น ผมนั่งทบทวนถึงชีวิตสมัยขาสั้นเทียบกับสมัยนี้แล้ว แม้จะดุๆ เหมือนกัน แต่ก็แตกต่างกันมากเลยครับ วัยรุ่นสมัยผมตีกันชาวบ้านไม่ค่อยเดือดร้อน อย่างน้อยเราก็ตีกันในวงของเรา นักเรียนในโรงเรียนเดียวกัน ส่วนที่ไม่ได้ตีกับเขาก็จะมีความรู้ ในระดับรู้หลบเป็นปีกกันทุกคน คนที่ดูเป็นเด็กเรียนส่วนมากก็ได้รับการยกเว้นไม่มีใครไปทำอะไร

สมัยนี้ตีกันไม่รู้เรื่องรู้ราว ชาวบ้านชาวช่องเขาเดือดร้อนกันไปทั่ว เด็กเรียนที่ไม่รู้เรื่องราวก็พลอยเป็นเหยื่อไปด้วย บางทีทำตัวเหมือนโจรมากกว่านักเลง มีคนเคยถามผมว่าเด็กวัยรุ่นสมัยนี้เป็นอะไรกัน ก้าวร้าวเหลือเกิน แล้วจะมีทางป้องกันหรือไม่ ถ้าจะตอบตรงๆ ก็ตอบได้เลยครับว่าไม่รู้ แต่ถ้าให้สันนิษฐานผมว่าเป็นมาจากการเลี้ยงดู ที่กระบวนการบางอย่างซึ่งเคยมีในอดีตนั้นขาดหายไป ทำให้เด็กๆ ไม่สามารถควบคุมบังคับความกร้าวและอะไรอีกหลายอย่างในตัวเองได้

 

กระบวนการที่หายไป ก็คือการฝึกการควบคุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอารมณ์และการแสดงออก

 

สมัยก่อนเราจะหัดให้เด็กควบคุมเจ้าสองตัวนี้มาก แตกต่างจากในสมัยนี้ครับที่ยอมรับการแสดงออกมากขึ้นจนอาจจะมากไป

สมัยก่อนวันที่ไม่มีอารมณ์จะเรียนก็ต้องอยู่ในห้องเรียนจะออกนอกห้องไม่ได้ หรือหากออกได้ก็ต้องออกไปนอกโรงเรียนเลย ถ้าโชคไม่ดีเจออาจารย์ใหญ่ขับรถวนๆ แถวนั้น ก็เป็นอันเรียบร้อย อาจารย์ใหญ่โรงเรียนผมท่านชอบหนีโรงเรียน ไปขับรถตระเวนจับเด็กหนีโรงเรียน พอจับได้ อาจารย์จะใช้อาวุธประจำตัวอยู่ที่ท้ายรถสำเร็จโทษคล้ายในหนังฝรั่งที่พระเอกต้องมีปืนกระบอกโตๆ ไว้ท้ายรถ แต่ของอาจารย์ผมเป็นหวาย ขนาดประมาณนิ้วหัวแม่มือยาวกว่าหนึ่งช่วงแขน จับได้ที่ไหนโดนหวายตรงนั้น

 

หวายประจำโรงเรียนไม่รู้ใช้กันมาอีกนานแค่ไหน แต่ในสมัยผมนั้นเป็นที่ครั่นคร้ามของนักเรียนทั้งโรงเรียน โทษทัณฑ์สูงสุดประจำโรงเรียนก่อนไล่ออกจากโรงเรียน คือ การเฆี่ยนหน้าเสาธง จริงๆ การโดนหวายนาบก้นมันก็เจ็บเท่ากันทุกที่แหละครับ ผมเองก็เคยโดนหนึ่งที นึกขึ้นมายังแสบก้นอยู่เลย แต่การเฆี่ยนหน้าเสาธงดูจะต่างกันมาก

 

บรรยากาศไม่เหมือนการประจาน เพราะนักเรียนก็รู้ๆ กันว่าใครเป็นอย่างไร แต่บรรยากาศเหมือนเป็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์มากกว่า คิดดูสิครับร้องเพลงชาติต่อหน้าเสาธง สวดมนต์ก็ต่อหน้าเสาธง เสาธงจึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของความดีงามและความขลัง การโดนตีหน้าเสาธงจึงไม่ธรรมดา ที่แปลกคือนักเรียนไม่เคยประท้วงครู ไม่เคยถือป้ายขับไล่ ไม่เคยดักทำร้าย กลับรักและเคารพยำเกรง ไม่ได้หมายความว่าเด็กสมัยก่อนไม่มีปัญหาความก้าวร้าว แต่อย่างที่บอกว่ามีไม่บ่อยและไม่แรงเท่าสมัยนี้

 

ผมว่ามีหลายสิ่งที่เด็กสมัยก่อนได้เรียนมากกว่าเด็กสมัยนี้ เช่น

1. การบังคับ เด็กๆ สมัยก่อนจะถูกบังคับมากจนอาจจะมากเกินไป แต่ก็ทำให้หลายๆ คนรู้จักวิธีบังคับและสามารถใช้วิธีนั้นกับตัวเองในเรื่องที่จำเป็นต้องทำ

2. การควบคุม เด็กๆ ถูกควบคุมมากกว่าสมัยนี้อย่างเห็นได้ชัดกระดิกตัวไม่ค่อยได้ แต่ในที่สุดเมื่อเป็นอิสระจากการควบคุมของพ่อแม่ เด็กๆ กลับได้ทักษะในการควบคุมตัวเองติดมาด้วย

3. การอดกลั้น เด็ก ๆ ถูกห้ามไม่ให้แสดงความโกรธ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ทั้งที่บางทีผู้ใหญ่ก็เป็นฝ่ายผิด แต่ก็ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ตอบโต้ ถูกหัดให้อดกลั้น จนข่มใจเป็น

4. ความอดทน เด็กๆ ถูกกดดันให้ทำเรื่องยากๆ งานหนักๆ สารพัดทั้งการบ้าน ทั้งงานฝีมือ พ่อแม่ก็เหงื่อตกไปด้วย เคี่ยวกรำกันไปนานๆความลำบากก็กลายเป็นเรื่องที่ทนได้

ส่วนครอบครัวสมัยนี้เริ่มให้ความสำคัญกับคุณสมบัติ สี่ประการที่กล่าวมาน้อยลง หันไปเน้นที่การแสดงออก การอำนวยความสะดวก ขาดการปลูกฝังคุณลักษณะทั้งสี่ข้อ เป็นทั้งกับบ้านที่ยากจนพ่อแม่ไม่มีเวลาเลี้ยงดูหรือบ้านที่ร่ำรวยแต่ไม่ยอมหาเวลาดูแลลูก ซึ่งคุณลักษณะทั้งสี่นี้มีประโยชน์มาก

 

คุณลักษณะทั้งสี่ประการมีฐานรากตัวเดียวกัน คือ control พูดให้ชัดๆ ก็คือ self-control เริ่มสร้างได้ตั้งแต่อายุ 2 ขวบครับ และต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ต้องมีการฝึกฝนอยู่ตลอดเวลา ต้องไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป ถ้าเป็นคนที่เคร่งครัด บังคับตนเองมากเกินไปก็ไม่ดี แต่ถ้าไม่มีเลยก็ไม่ดียิ่งกว่า บทเรียนบทแรกของ self-control คือ การคุมกับ อึ ฉี่ เป็นครั้งแรกที่เด็กๆ ได้รู้ว่าฉันคุมได้และทำตามที่สังคมต้องการได้ด้วย ก่อนหน้านี้อาจจะมีความรู้สึกนี้บ้างจากการยืนเป็นและเดินได้ ถ้าพูดได้เด็ก ๆ อาจจะบอกว่า

“ไชโย เดินได้แล้ว” “เย้ ฉี่ลงส้วมแล้ว เหมือนพ่อเลย ๆ”

 

บทเรียนที่ยากที่สุดของ self-control เห็นจะเป็นความดื้อครับ เพราะเป็นความขัดแย้งระหว่าง “หนูอยาก” กับ “พ่อให้ไม่ได้” กลับไปดูคุณสมบัติสี่ข้อที่ว่าสิครับ ต้องใช้ชุดนั้นแหล่ะถึงจะจัดการปัญหานี้ได้ พอ “หนูอยาก” แต่ “พ่อไม่ให้” การอาละวาดก็เกิดขึ้น ตัวก้าวร้าวที่นอนสงบในร่างเด็กน้อย ก็ตื่นจากหลับลุกขึ้นควบคุมเจ้าตัวเล็ก ถ้าเราช่วยให้ลูกชนะตัวก้าวร้าวได้ มันก็จะแอบๆ ไปสักพักแล้วกลับมาใหม่ วันแล้ววันเล่าจนวันที่ลูกเป็นวัยรุ่นเจ้าตัวก้าวร้าวนี้จะโตเต็มที่ พร้อมๆ กับวัยฉกรรจ์ของลูก ยกนี้จะเป็นยกสุดท้าย ถ้าลูกชนะได้ตอนเป็นผู้ใหญ่ ตัวก้าวร้าวจะตัวเล็กกว่านี้ลูกจะชนะได้อีก

 

ถ้าตอนเล็กเตรียมลูกมาดีก็ไม่ต้องใช้พลังมาก แต่ถ้าเตรียมมาไม่ค่อยดี ก็ขอให้ The force be with you จะใช้ดาบเลเซอร์ หรือหวายอาญาสิทธิ ก็เลือกเอานะครับ

 

จาก: นิตยสาร Modern Mom


เข้าชม : 6183 ครั้ง
ที่มา : นิตยสาร modernmom
เรียนรู้ด้วยมือ ตา และปาก
เรียนรู้ด้วยมือ ตา และปาก เรียนรู้ด้วยมือ ตา และปาก
หัวข้อ : สุขภาพเด็ก
เข้าชม : 5358 ครั้ง
dot
ตั้งแต่ลูกเริ่มเอื้อมมือคว้าได้ เดี๋ยวนี้เจออะไรเป็นต้องคว้าเข้าปากทุกที นี่แหละพัฒนาการขึ้นสำคัญของหนูน้อยที่พ่อกับแม่ต้องเรียนรู้ และส่งเสริม...
อ่านต่อ
เรียนเสาร์-อาทิตย์ หนักไปไหมในวัยประถม?
เรียนเสาร์-อาทิตย์ หนักไปไหมในวัยประถม? เรียนเสาร์-อาทิตย์ หนักไปไหมในวัยประถม?
หัวข้อ : สุขภาพเด็ก
เข้าชม : 9181 ครั้ง
dot
อยากปรึกษาเรื่องเรียนพิเศษของลูกค่ะ ลูกชายอายุ 7 ปี ตอนนี้ให้ลูกเรียนพิเศษเสริมวิชาการทั่วไปในวันเสาร์ และในวันอาทิตย์ให้ลูกเรียนกีฬากับกิจกรรมเสริม อย่างศิลปะ คลาสละราวๆ 3 ชั่วโมง
อ่านต่อ
ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแม่และลูก
ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแม่และลูก ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแม่และลูก
หัวข้อ : สุขภาพเด็ก
เข้าชม : 7351 ครั้ง
dot
ในช่วงวัยอนุบาลมีความสำคัญกับเด็กที่จะได้ประสบการณ์ใหม่ๆ จากแม่ ความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูกมีอิทธิพลต่อคุณภาพในการคบหาเพื่อนของลูก...
อ่านต่อ
สอนลูก แพ้  ให้เป็น
สอนลูก แพ้  ให้เป็น สอนลูก แพ้ ให้เป็น
หัวข้อ : สุขภาพเด็ก
เข้าชม : 5385 ครั้ง
dot
ผมว่าการสอนเด็กให้รู้จักแพ้เป็นการฝืนธรรมชาติ ของสัญชาตญาณมนุษย์ ทำไมถึงว่าอย่างนั้นก็เพราะธรรมชาติไม่ได้กำหนดให้มนุษย์ยอมรับความพ่ายแพ้ได้ง่ายๆ มนุษยชาติถึงอยู่รอดถึงวันนี้
อ่านต่อ
รับมือลูก ‘ชัก’
รับมือลูก ‘ชัก’ รับมือลูก ‘ชัก’
หัวข้อ : สุขภาพเด็ก
เข้าชม : 6855 ครั้ง
dot
ปัญหาหนึ่งที่พ่อแม่ลูกเล็กๆ ค่อนข้างกังวลกันมากเมื่อลูกมีไข้สูงคือเรื่องลูกชัก เพราะการชักจากไข้สูง (Febrile Convulsion) มักพบได้ตั้งแต่ลูกอายุ 3 เดือนจนถึง 5 ปี แต่ช่วงอายุที่พบบ่อยที่สุดคือช่วง 6 เดือน ถึง 3 ปี...
อ่านต่อ
เครือข่ายพ่อแม่ เครือข่ายสมองลูก
เครือข่ายพ่อแม่ เครือข่ายสมองลูก เครือข่ายพ่อแม่ เครือข่ายสมองลูก
หัวข้อ : สุขภาพเด็ก
เข้าชม : 4577 ครั้ง
dot
ทุกวันนี้ใครๆ ก็ลุ่มหลงกับเครือข่ายสังคมทางอินเตอร์เน็ต หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Social Network กันทั้งนั้น ใครไม่รู้จัก Social Media ประเภท facebook, twitter, Hi5 หรือแม้แต่ chat room ทั้งหลาย
อ่านต่อ
ปัญหาสุขภาพ ลูกอมข้าว... ทำไงดี
ปัญหาสุขภาพ ลูกอมข้าว... ทำไงดี ปัญหาสุขภาพ ลูกอมข้าว... ทำไงดี
หัวข้อ : สุขภาพเด็ก
เข้าชม : 11145 ครั้ง
dot
ปัญหาของคุณแม่ ที่ต้องดูแลลูกวันซน มักจะเจอปัญหา ลูกอมข้าว กินข้าวยาก คุณแม่ก็จะห่วงสุขภาพของลูก ขาดสารอาหาร วันนี้เราเอาเคล็ดลับเพื่อสุขภาพของลูก ให้เลิกอมข้าวค่ะ
อ่านต่อ
เด็กชายหรือเด็กหญิง...ใครรับรสชาติได้ดีกว่ากัน?
เด็กชายหรือเด็กหญิง...ใครรับรสชาติได้ดีกว่ากัน? เด็กชายหรือเด็กหญิง...ใครรับรสชาติได้ดีกว่ากัน?
หัวข้อ : สุขภาพเด็ก
เข้าชม : 5994 ครั้ง
dot
เด็กเป็นวัยที่กำลังเรียนรู้ ทดลองและจดจำรสชาติของอาหาร ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากเด็กไม่ชอบรสชาติอาหารจานใดจานหนึ่งและมักจำฝังใจและปฎิเสธไปอีกนาน ทั้งนี้หากเปรียบเทียบระหว่างเด็กผู้ชายกับเด็กผู้หญิง คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าเพศใดจะรับรู้รสได้ดีกว่ากัน..?
อ่านต่อ
เตือนเด็กใช้ “มือถือ” กะโหลกศีรษะยังบาง ร่างกายดูดซึมรังสีได้มากกว่า
เตือนเด็กใช้ “มือถือ” กะโหลกศีรษะยังบาง ร่างกายดูดซึมรังสีได้มากกว่า เตือนเด็กใช้ “มือถือ” กะโหลกศีรษะยังบาง ร่างกายดูดซึมรังสีได้มากกว่า
หัวข้อ : สุขภาพเด็ก
เข้าชม : 5218 ครั้ง
dot
หน่วยงานเฝ้าระวังความปลอดภัยของการแผ่รังสีออสเตรเลีย ได้เตือนว่าเด็กๆ ควรใช้โทรศัพท์มือถือแต่ในการส่งข้อความ มากกว่าจะใช้พูด เพราะเหตุว่ากระหม่อมของเด็กยังบางอยู่ และสามารถดูดซึมรังสีได้มากกว่า
อ่านต่อ
ฟันสวยด้วยนมแม่
ฟันสวยด้วยนมแม่   ฟันสวยด้วยนมแม่
หัวข้อ : สุขภาพเด็ก
เข้าชม : 6817 ครั้ง
dot
อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยคุณแม่ป้องกันฟันชุดแรกของลูกรักไม่ให้กลายเป็นฟันเก มีวิธีง่ายๆ ที่ได้รับการศึกษาและยืนยันจากมหาวิทยาลัยมิลานประเทศอิตาลี ซึ่งได้ศึกษาโครงสร้างฟันของเด็กที่ดูดนมจากอกแม่
อ่านต่อ
งานวิจัยชี้เด็กอีสานกินผักและผลไม้น้อย
งานวิจัยชี้เด็กอีสานกินผักและผลไม้น้อย งานวิจัยชี้เด็กอีสานกินผักและผลไม้น้อย
หัวข้อ : สุขภาพเด็ก
เข้าชม : 7940 ครั้ง
dot
วันนี้ลูกหลานของคุณกินผักและผลไม้ครบหรือยัง..?? ผลและผลไม้มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก แต่ขณะเดียวกันปัจจุบันเด็กมักจะเลือกทานอาหาร และเลือกที่จะไม่ค่อยทานผักและผลไม้
อ่านต่อ
"สมอง"ของลูกทำงานตั้งแต่แรกเกิด
หัวข้อ : สุขภาพเด็ก
เข้าชม : 5926 ครั้ง
dot
พอพูดถึงความเก่ง ความสามารถของคนเรา ก็ต้องนึกถึงสมองใช่ไหมคะ "สมอง"จัดเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกาย เพราะสมองมีหน้าที่ควบคุมเกี่ยวกับสติปัญญา ความรู้สึกนึกคิด การเรียนรู้ พฤติกรรมและอีกหลายๆ อย่าง สมองของคนเราทำงานโดยเครือข่ายเส้นใยประสาทของกลุ่มเซลล์ประสาท...
อ่านต่อ
สุขภาพ
การดูแลสุขภาพ
บทความใหม่
รีวิวล่าสุด
ยอดนิยม
โปรโมชั่น
Breast Cancer Awareness 2013 Breast Cancer Awareness 2013
หัวข้อ : ข่าวสุขภาพ รวมเหตุการณ์น่าสนใจ
เข้าชม : 2977 ครั้ง
เครื่องสำอางคลีนิกข์ หนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางภายใต้บริษัท เอลก้า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมสนับสนุนการร...
เครื่องรีดไอน้ำถนอมผ้า @Home รุ่น Activa Care Plus เครื่องรีดไอน้ำถนอมผ้า @Home รุ่น Activa Care Plus
หัวข้อ : ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
เข้าชม : 10965 ครั้ง
วันนี้ขอมาโชว์รีวิวในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ประจำบ้านของคุณผู้หญิงสมัยใหม่กันสักหน่อยแบบว่าแม่บ้า...
ชาขาวผสมสมุนไพร ตราไวท์เนเจอร์ เพื่อสุขภาพ ชาขาวผสมสมุนไพร ตราไวท์เนเจอร์ เพื่อสุขภาพ
หัวข้อ : อาหารสุขภาพ
เข้าชม : 4958 ครั้ง
ขับของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย ลดระดับน้ำตาล และไขมันในเส้นเลือด ด้วยชาขาวผสมสมุนไพร เหมาะสำหรับผู...
วิธีการสะสมคะแนน
สมัครสมาชิก
ฝากข่าวประชาสัมพันธ์
facebook twitter