108health.com : สุขภาพ ผู้หญิง การลดน้ำหนัก อาหารเพื่อสุขภาพ แฟชั่น ครอบครัว ท่องเที่ยว
  สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ  
 
คลิปวีดีโอ คลิปวีดีโอ ฟังวิทยุ ฟังวิทยุ โปรโมชั่นแนะนำ โปรโมชั่นแนะนำ Blog Blog gallery gallery เกี่ยวกับเรา เกี่ยวกับเรา
     nana dot หน้าแรก » โรคภัยไข้เจ็บ » โรคติดเชื้อ » แอนติบอดีต่อเชื้อไวรัส
         โรคติดเชื้อ
   

แอนติบอดีต่อเชื้อไวรัส

โดย : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
แอนติบอดีต่อเชื้อไวรัส เมื่อร่างกายได้รับเชื้อไวรัส ระบบภูมิคุ้มกันจะทำหน้าที่ป้องกันตัวเอง โดยพยายามขจัดสิ่งแปลกปลอม โดยทั่วไปการติดเชื้อไวรัสก็เช่นเดียวกับการติดเชื้ออื่นๆ
         แอนติบอดีต่อเชื้อไวรัส เมื่อร่างกายได้รับเชื้อไวรัส ระบบภูมิคุ้มกันจะทำหน้าที่ป้องกันตัวเอง โดยพยายามขจัดสิ่งแปลกปลอม โดยทั่วไปการติดเชื้อไวรัสก็เช่นเดียวกับการติดเชื้ออื่นๆ

แอนติเจนของไวรัสจะเข้าสู่ร่างกายเปรียบเสมือนข้าศึกบุกเข้าโจมตีฐานที่ตั้ง ร่างกายจะใช้กลไกหลายชนิดในการป้องกันการรุกรานของเชื้อไวรัส ตัวไวรัสประกอบด้วยโปรตีนซึ่งเป็นดีเอ็นเอ หรืออาร์เอนเอ อย่างใดอย่างหนึ่งแต่เพียงอย่างเดียว อยู่ในส่วนกลางของตัวไวรัส ซึ่งเป็นสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสนั้นๆ และมีเปลือกหุ้มอีกชั้นเป็นสารโปรตีนที่เรียกว่าแคพซิด เชื้อไวรัสต่างไปจากเซลล์ของคน และสัตว์ที่มีชีวิตอื่นๆ ซึ่งในเซลล์จะมีโปรตีนทั้งสองชนิดเป็นส่วนประกอบอยู่ ไวรัสบางตัวอาจมีเยื่อหุ้มบุอีกชั้นซึ่งมีสารไขมันเป็นส่วนประกอบ ไวรัสไม่มีพลังงานสะสมในตัว ไม่มีการแบ่งตัว ไม่มีการเคลื่อนไหวเมื่ออยู่นอกเซลล์ของคน สัตว์ พืช หรือแม้แต่เชื้อโรคที่ได้รับเชื้อเข้าไป มันจะเพิ่มจำนวน และทำให้เกิดโรคได้ก็ต่อเมื่อเข้าไปอยู่ในเซลล์ของโฮสต์แล้วเท่านั้น ซึ่งเซลล์เหล่านั้นทำหน้าที่เหมือนเป็นโรงงานผลิตเชื้อไวรัสไปโดยปริยาย

เชื้อไวรัสสามารถที่จะแบ่งตัว และขยายจำนวนได้ในเซลล์ของร่างกายมนุษย์ โดยเซลล์ที่มีเชื้อไวรัสอยู่ อาจถูกทำลายไป หรืออาจถูกรุกราน ทำให้เซลล์นั้นทำงานได้ไม่เหมือนปกติ ก่อให้เกิดอาการของโรคต่างๆ ได้ อาการ และโรคบางชนิดที่มีสาเหตุจากเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่ อาการไอหรือไข้ในเด็กเป็นต้น โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส จะไม่มียารักษาโดยเฉพาะเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นโรคบางโรคที่ทำให้เกิดอาการไม่ร้ายแรง ก็อาจหายไปได้เอง เพียงแต่รักษาตามอาการที่มีอยู่ พักผ่อนให้เพียงพอ หน่วยของไวรัสเองจะมีรหัสกรดนิวคลีอิคที่เป็นดีเอ็นเอ หรืออาร์เอนเอ ก็ได้แล้วแต่ชนิดของไวรัสนั้น หน่วยของไวรัสไม่มีเครื่องมือสำหรับการแบ่งตัวสร้างหน่วยใหม่โดยตัวเอง มันจึงจำเป็นต้องอาศัยเซลที่มีชีวิตอื่นเพื่อทำการยังชีพ และเพิ่มจำนวนตัวเอง ไวรัสจึงคล้ายๆ พยาธิที่คอยเกาะกินเซลล์ที่มีชีวิต และเพิ่มจำนวนขณะอาศัยอยู่ในเซลล์ร่างกายมนุษย์ บางเซลล์อาจถูกทำลาย บางเซลล์ตกอยู่ในสภาพติดเชื้อเรื้อรัง เช่น พวกไวรัสโรคเริม นอกขากนี้ไวรัสบางพวกเลียนแบบเซลล์ปกติของร่างกาย ก่อให้เกิดการแบ่งตัวจนกลายเป็นเนื้องอกขึ้นมาได้ การเลียนแบบเซลล์ปกติของมนุษย์ทำให้การค้นหาเชื้อเพื่อการวินิจฉัย รวมทังการใช้ยารักษาทำลายเชื้อจึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก

ไวรัสทั่วไปตามธรรมชาติจำเป็นต้องเข้าไปเจริญ และทวีแพร่พันธุ์ในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตเท่านั้น โดยยีนของไวรัส และยีนของเซลล์ที่เพาะเลี้ยงไวรัสต้องมีกลไกสอดคล้องต้องกัน ไวรัสจะสามารถเจริญแพร่พันธุ์ไวรัสใหม่ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์ และชนิดของไวรัส ดังนั้น แต่ละชนิดของไวรัสจึงทำให้เกิดโรคเฉพาะมนุษย์ สัตว์ แมลง พืช สาหร่ายสีน้ำเงิน รา หรือบัคเตรีต่างๆ กัน การเกาะจับกับเซลล์โฮสต์ เกิดขึ้นเมื่อไวรัสเคลื่อนที่มายึดเกาะกับผิวของเซลล์โฮสต์ตรงตำแหน่งที่เหมาะสม หลังจากไวรัสเกาะติดกับเซลล์โฮสต์ไว้แล้ว เยื่อหุ้มเซลล์จะโอบล้อมหน่วยไวรัสไว้ ไวรัสจึงเข้าสู่ภายในเซลล์ได้ทั้งอนุภาค ขั้นตอนการสลายแคปซิด เซลล์โฮสต์จะปล่อยเอนไซม์มาย่อยสลายส่วนของแคปซิด กรดนิวคลิอิกของไวรัสจะแข่งขันกับโครโมโซมของเซลล์เพื่อควบคุมกลไกทางชีววิทยาของเซลล์ กรดนิวคลิอิกของไวรัสเข้าควบคุมกลไกของเซลล์ให้สร้างส่วนประกอบของไวรัสโดยควบคุมให้เซลล์สร้างเอนไซม์ชนิดต่างๆ ขึ้น จนกระทั่งเกิดเป็นไวรัสโดยสมบูรณ์ เป็นระยะที่ส่วนประกอบต่างๆ ของไวรัสที่สร้างขึ้นจะประกอบตัวเองเป็นจำนวนมาก และยังอยู่ภายในเซลล์ สุดท้ายระยะปลดปล่อยออกจากเซลล์ เป็นระยะที่เซลล์โฮสต์แตก ทำให้ไวรัสใหม่ถูกปล่อยออกมาจากเซลล์ แล้วเข้าสู่เซลล์ข้างเคียงต่อไป

อาวุธร้ายของเชื้อไวรัส

  1. แอนติเจนที่ผิวของไวรัส เปรียบเสมือนหน่วยจู่โจมที่เข้ามาประชิดเซลล์ของร่างกาย แอนติเจนบางชนิดปรากฎอยู่ที่โครงสร้างภายในของตัวไวรัสเอง นอกจากนี้การติดเชื้อไวรัสยังมีอาวุธร้ายแรงอีกชนิดหนึ่ง คือ เอ็นซัยม์ที่ไวรัสสร้างขึ้น ซึ่งมีพิษสงแตกต่างกันไป บางชนิดก่อให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ร่างกายเป็นอย่างมาก บางชนิดช่วยให้การติดเชื้อเป็นไปโดยง่าย และลุกลามแพร่กระจายมากยิ่งขึ้น
  2. ไวรัสทำให้เซลล์ที่ติดเชื้อผิดเพี้ยน นอกจากการทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อโดยตรงแล้ว ไวรัสยังก่อให้เกิดแอนติเจนใหม่ที่ผิวของของเซลล์ที่ติดเชื้อสร้างขึ้น เนื่องจากอิทธิพลของไวรัสที่เข้าไปอยู่ในเซลล์ แอนติเจนใหม่ที่เกิดขึ้นนี้จะกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้มีปฎิกิริยาตอบสนองซึ่งนำไปสู่การทำลายเซลล์ที่มีแอนติเจนใหม่นั้น จากการศึกษาทางห้องปฏิบัติการพบว่าไวรัสส่วนใหญ่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในลักษณะนี้แทบทั้งสิ้น
  3. ไวรัสบางชนิดสามารถเปลี่ยนแปลงแอนติเจนของตัวเองได้มาก ไวรัสบางชนิดสามารถเปลี่ยนแปลงแอนติเจนของตัวเองได้มาก เป็นเหตุให้ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อครั้งแรก ไม่สามารถป้องกันร่างกายเมื่อมีการติดเชื้อในครั้งหลัง
  4. การสร้างส่วนประกอบของอาร์เอ็นเอไวรัสทุกขั้นตอนจนถึงการประกอบตัวเองเป็นไวรัสใหม่ จะเกิดขึ้นในไซโตพลาสซึมของเซลล์ แต่ถ้าเป็นไวรัสชนิดดีเอ็นเอ จะจำลองตัวเพิ่มจำนวนในนิวเคลียสของเซลล์แล้วมีการสร้างโปรตีนขึ้นในบริเวณไซโตพลาสซึมโดยอาศัย mRNA ในที่สุดโปรตีนจะถูกถ่ายทอดเข้าไปในนิวเคลียสและประกอบตัวเองเป็นไวรัสใหม่ในนิวเคลียสของเซลล์โฮสต์ เมื่อเซลล์แตกก็จะไปเกาะจับกับเซลล์ใหม่อีก
  5. โปรตีนที่เป็นโครงสร้างของไวรัส ทำหน้าที่ป้องกันกรดนิวคลิอิกของไวรัสจากสิ่งแวดล้อม ช่วยให้เชื้อไวรัสเกาะติดที่ผิวเซลล์ในขั้นตอนการติดเชื้อ และเป็นแอนติเจนของเชื้อไวรัส ไวรัสหลายชนิดมีเอ็นซัยม์ซึ่งเป็นโปรตีนติดตัวไปด้วย การที่ไวรัสบางชนิดต้องมีเอ็นซัยม์ด้วยก็เพราะว่าในเซลล์ของโฮสต์ ไม่มีเอ็นซัยม์เหล่านี้ให้
  6. ไขมันเป็นส่วนประกอบสำคัญของส่วนเปลือกไวรัส มักอยู่ในรูปของสารฟอสโฟไลปิด ซึ่งได้มาจากเยื่อหุ้มเซลล์ของโฮสต์ ในขณะที่ไวรัสหลุดออกจากเซลล์

วิธีการกำจัดสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกายมนุษย์

  1. วิธีการกำจัดสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกายมนุษย์ ทำได้โดยภูมิคุ้มกันชนิดทั่วไป และภูมิคุ้มกันจำเพาะ
  2. ภูมิคุ้มกันทั่วไปเป็นการกำจัดสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกายโดยวิธีการง่ายๆ เกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้รับสิ่งแปลกปลอมนั้นเป็นครั้งแรก หรือแม้ได้รับอีกในคราวต่อมา เช่น ใช้เครื่องกีดขวางตามธรรมชาติ ซึ่งได้แก่ ผิวหนัง เยื่อเมือกที่บุตามอวัยวะต่างๆ ขนอ่อนพัดโบก เมื่อสิ่งแปลกปลอมนั้นสามารถผ่านเข้าไปได้ ก็จะถูกร่างกายกำจัดโดยเกิดกระบวนการอักเสบ ที่สำคัญที่สุดก็คือ เซลล์ที่กัดกินสิ่งแปลกปลอม เกิดการเคลื่อนย้ายของฟาโกซัยต์มายังบริเวณที่มีสิ่งแปลกปลอม บริเวณนั้นจะมีลักษณะจำเพาะ คือ ปวด บวม แดง ร้อน และจะพบว่าประมาณ 30-60 นาที หลังจากที่สิ่งแปลกปลอมเข้าไป เม็ดเลือดขาวนิวโทรฟิลจะเป็นพวกแรกที่มาถึงบริเวณนี้ โดยการลอดตัวผ่านออกทางรอยต่อของเซลล์บุหลอดเลือดออกมาในเนื้อเยื่อ เพื่อจะมากิน และทำลายสิ่งแปลกปลอมนั้น ประมาณ 4-5 ช.ม. หลังจากนั้นเซลล์อีกพวกหนึ่งเป็นเซลล์ที่มีนิวเคลียสเดียว ซึ่งได้แก่ลิมโฟซัยต์ จะมาทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงต่อไป
  3. กระบวนการกัดกินสิ่งแปลกปลอมเริ่มจากการประกบติด ต่อมาจะกลืน แล้วจึงมีการย่อยด้วยกลไกภายในเซลล์ จากนั้นจึงปล่อยสิ่งแปลกปลอมที่ถูกทำลายแล้วออกไปจากเซลล์
  4. ภูมิคุ้มกันจำเพาะเป็นการกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่ต้องอาศัยกลไกที่ยุ่งยากกว่าวิธีแรก เกิดขึ้นเมื่อร่ายกายไม่สามารถใช้วิธีแรกกำจัดสิ่งแปลกปลอมนั้นออกไปได้ เซลล์ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในด้านนี้คือ เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟซัยต์ สิ่งแปลกปลอมในที่นี้มีชื่อเรียกใหม่ว่า แอนติเจน การตอบสนองดังกล่าวแบ่งออกเป็นการตอบสนองทางอิมมูนโดยการใช้แอนติบอดี เซลล์ที่รับผิดชอบในเรื่องนี้คือ เซลล์เม็ดเลือดขาวลิมโฟซัยต์ชนิดบีเซลล์และพลาสมาเซลล์ นอกจากนี้ยังมีระบบคอมพลีเม้นท์เข้ามาร่วมด้วย
  5. ภูมิคุ้มกันที่เกิดจากเซลล์ เซลล์ที่รับผิดชอบ คือเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดที-ลิมโฟซัยต์

การก่อภูมิคุ้มกัน

  1. การก่อภูมิคุ้มกันเป็นกลไกทางสรีรวิทยา ที่ทำให้ร่างกายรู้จักสิ่งแปลกปลอมเพื่อจะได้สามารถกำจัดสิ่งแปลกปลอมนั้นได้ การก่อภูมิคุ้มกันหมายถึงความต้านทานของร่างกายต่อสิ่งแปลกปลอมนานาชนิด ในปัจจุบันนี้เราทราบว่าระบบภูมิคุ้มกันมีหน้าที่มากกว่านี้ คือยังทำหน้าที่กำจัดเซลล์ของร่างกายตนเองที่ตายแล้วทำลายเซลล์ที่ชำรุด เซลล์ที่มีลักษณะผิดปกติ เช่น เซลล์ที่ผ่าเหล่า เซลล์มะเร็ง เป็นต้น
  2. เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมภายนอกเข้าสู่ร่างกายทางผิวหนัง ระบบหายใจ ระบบย่อยอาหาร ระบบหมุนเวียนของเลือด ระบบสืบพันธุ์ ร่างกายจะมีกลไก และกรรมวิธีที่จะหยุดยั้งและกำจัดสิ่งแปลกปลอม เช่น มีขนจมูก น้ำเมือก ซิเลีย คอยดักจับไว้ มีการไอจามหรืออาเจียน เมื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกาย หากยังไม่สามารถยับยั้งสิ่งแปลกปลอมได้ ร่างกายจะมีกลไกขั้นต่อไปโดยใช้เซลล์พิเศษที่เรียกว่า ฟาโกซัยต์ ซึ่งอยู่ในกระแสเลือดหรืออวัยวะบางแห่งเข้ามาทำลายสิ่งแปลกปลอมโดยกระบวนการฟาโกไซโทซิส
  3. หากสิ่งแปลกปลอมมีปริมาณมาก หรือมีคุณสมบัติพิเศษเกินความสามารถที่จะกำจัดโดยกลไก 2 ประการที่กล่าวมาแล้ว ร่างกายจะใช้กลไกขั้นสุดท้าย ซึ่งมีความซับซ้อนมากแต่มีประสิทธิภาพสูง นั่นคือการตอบสนองต่อสิ่งเร้าแบบการก่อภูมิคุ้มกัน มนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมอื่นๆ จะมีการวิวัฒนาระบบการก่อภูมิคุ้มกันขึ้นมา ระบบนี้เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาเคมีระหว่างโมเลกุลของสารประก
    เข้าชม : 10095 ครั้ง
    ที่มา : www.bangkokhealth.com
อาการของคนเป็นโรคชิคุนกุนยา (Chikungunya) หรือโรคไข้ปวดข้อยุงลาย...
อาการของคนเป็นโรคชิคุนกุนยา (Chikungunya) หรือโรคไข้ปวดข้อยุงลาย... อาการของคนเป็นโรคชิคุนกุนยา (Chikungunya) หรือโรคไข้ปวดข้อยุงลาย...
หัวข้อ : โรคติดเชื้อ
เข้าชม : 7640 ครั้ง
dot
โรคชิคุนกุนยา เป็นโรคติดเชื้อไวรัส ที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค มีอาการคล้ายไข้เดงกี แต่ต่างกันที่ไม่มีการรั่วของพลาสมาออกนอกเส้นเลือด จึงไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมากจนถึงขั้นช็อก...
อ่านต่อ
โรคฉี่หนู หรือ โรคเลปโตสไปโรซิส
โรคฉี่หนู หรือ โรคเลปโตสไปโรซิส โรคฉี่หนู หรือ โรคเลปโตสไปโรซิส
หัวข้อ : โรคติดเชื้อ
เข้าชม : 4308 ครั้ง
dot
โรคฉี่หนู หรือ โรคเลปโตสไปโรซิส (leptospirosis) เป็นโรคที่ติดต่อจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด เช่น หนู หมู หมา แพะ แกะ วัว ควาย แต่พาหะนำโรคที่พบบ่อยที่สุดก็คือหนู
อ่านต่อ
เชื้อราที่เท้า...น้ำกัดเท้า
เชื้อราที่เท้า...น้ำกัดเท้า เชื้อราที่เท้า...น้ำกัดเท้า
หัวข้อ : โรคติดเชื้อ
เข้าชม : 5341 ครั้ง
dot
น้ำท่วมที่กำลังระบาดในหลายจังหวัดของเมืองไทยในขณะนี้ ปัญหาที่ตามมาคือเชื้อราที่เท้า หรือน้ำกัดเท้า เพราะบ้านไหนที่น้ำท่วมก็ต้องเดินลุยน้ำกัน หลังลุยน้ำเสร็จควรเช็ดเท้าให้แห้ง หรือจะเอาแป้งฝุ่นโรยเท้าด้วยก็ยิ่งดีใหญ่
อ่านต่อ
โรคคางทูม โรคติดต่อที่เกิดจากการติดเชื้อ
โรคคางทูม โรคติดต่อที่เกิดจากการติดเชื้อ โรคคางทูม โรคติดต่อที่เกิดจากการติดเชื้อ
หัวข้อ : โรคติดเชื้อ
เข้าชม : 4043 ครั้ง
dot
โรคคางทูม โรคติดต่อที่มักจะเกิดขึ้นได้จากการติดเชื้อไวรัสซึ่งมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป เช่น มีไข้ ต่อมนำลายอักเสบ หรือในบางครั้งอาจจะมีตับอ่อนสักเสบร่วมด้วย สิ่งสำคัญคือต้องดูแลสุขภาพให้มากๆ
อ่านต่อ
เชื้อไวรัสคืออะไร
เชื้อไวรัสคืออะไร เชื้อไวรัสคืออะไร
หัวข้อ : โรคติดเชื้อ
เข้าชม : 15974 ครั้ง
dot
สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคติดเชื้อในคนเราที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ เชื้อไวรัส ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กมาก ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้จากการดูผ่านกล้องจุลทรรศน์ธรรมดาแม้ว่าจะมีกำลังขยายถึง 100 เท่าก็ตาม เชื้อไวรัสต้องดูด้วยกล้องจุลทรรศอิเลคตรอน ซึ่งมีกำลังขยายตั้งแต่ 5,000 เท่าขึ้นไป...
อ่านต่อ
การป้องกันโรคไข้เลือดออก
การป้องกันโรคไข้เลือดออก การป้องกันโรคไข้เลือดออก
หัวข้อ : โรคติดเชื้อ
เข้าชม : 5858 ครั้ง
dot
จนกระทั่งทุกวันนี้ยังไม่ยาที่ใช้รักษาไข้เลือดออก หรือวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ดังนั้นการป้องกันจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดโดยป้องกันการแพร่ของยุง เท่าที่ผ่านมาการควบคุมยังได้ผลไม่ดีเนื่องจากเน้นเรื่องการทำลายยุงซึ่งสิ้นเปลืองงบประมาณ และการควบคุมยุงต้องทำเป็นบริเวณกว้าง การควบคุมที่จะให้ผลยั่งยืนควรจะเน้นที่การควบคุมลูกน้ำ...
อ่านต่อ
ติดเชื้อในกระแสเลือด
ติดเชื้อในกระแสเลือด ติดเชื้อในกระแสเลือด
หัวข้อ : โรคติดเชื้อ
เข้าชม : 10380 ครั้ง
dot
การติดเชื้อในกระแสเลือดเป็นโรคที่มีอัตราการตายสูงมาก และตายอย่างรวดเร็วถ้าหากได้รับการรักษาไม่ทันท่วงที เพราะเลือดคือองค์ประกอบหลักของร่างกายไหลไปอวัยวะทุกส่วน
อ่านต่อ
โรคชิคุนกุนยา (Chikungunya)
โรคชิคุนกุนยา (Chikungunya) โรคชิคุนกุนยา (Chikungunya)
หัวข้อ : โรคติดเชื้อ
เข้าชม : 22835 ครั้ง
dot
โรคชิคุนกุนยาเป็นโรคติดเชื้อไวรัสติดต่อโดยยุงลาย ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงและมีอาการปวดข้อ แต่มักจะไม่เสียชีวิต แต่อาการปวดข้ออาจจะต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะหาย
อ่านต่อ
วิธีป้องกันและควบคุมไข้หวัด 2009
วิธีป้องกันและควบคุมไข้หวัด 2009 วิธีป้องกันและควบคุมไข้หวัด 2009
หัวข้อ : โรคติดเชื้อ
เข้าชม : 10796 ครั้ง
dot
ปัจจุบันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (เอช1 เอ็น1) กำลังขยายตัวไปทั่วโลก และขณะนี้ประเทศไทยพบการระบาดภายในประเทศแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานศึกษา และสถานประกอบการ ซึ่งอาจแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว...
อ่านต่อ
สู้สารพัดหวัด
สู้สารพัดหวัด สู้สารพัดหวัด
หัวข้อ : โรคติดเชื้อ
เข้าชม : 5008 ครั้ง
dot
แม้ขณะนี้ข่าวคราวและสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ 2009 ดูเหมือนจะเงียบไป แต่ไม่ได้หมายความว่า จำนวนผู้ป่วยจะลดน้อยลงหรือหมดไปด้วย อย่างที่รู้กันว่า ไข้หวัด เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ทุกฤดูกาล ...
อ่านต่อ
ไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ แตกต่างกันอย่างไร
ไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ แตกต่างกันอย่างไร ไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ แตกต่างกันอย่างไร
หัวข้อ : โรคติดเชื้อ
เข้าชม : 5160 ครั้ง
dot
ช่วงนี้มีการระบาดของไข้หวัดรวมทั้งไข้หวัดใหญ่ค่อนข้างมาก เนื่องจากอากาศกำลังเปลี่ยนแปลง วันนี้ลองมาดูความแตกต่างของทั้งสองโรคนี้กันนะครับ โดยทั่วไป ไข้หวัดใหญ่ มักจะมีอาการที่รุนแรงมากกว่า ไข้หวัดธรรมดา โดยสังเกตได้จากอาการ และอาการแสดงดังต่อไปนี้...
อ่านต่อ
กาฬโรคปอด
กาฬโรคปอด กาฬโรคปอด
หัวข้อ : โรคติดเชื้อ
เข้าชม : 7299 ครั้ง
dot
กาฬโรคปอด กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกเอกสารชี้แจงให้ประชาชนทราบเกี่ยวกับโรคกาฬโรคปอด (pneumonic plague) ที่มีการระบาดอยู่ที่มณฑลชิงไห่ ประเทศจีน ขณะนี้
อ่านต่อ
บทความใหม่
รีวิวล่าสุด
ยอดนิยม
โปรโมชั่น
Breast Cancer Awareness 2013 Breast Cancer Awareness 2013
หัวข้อ : ข่าวสุขภาพ รวมเหตุการณ์น่าสนใจ
เข้าชม : 3069 ครั้ง
เครื่องสำอางคลีนิกข์ หนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางภายใต้บริษัท เอลก้า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมสนับสนุนการร...
เครื่องรีดไอน้ำถนอมผ้า @Home รุ่น Activa Care Plus เครื่องรีดไอน้ำถนอมผ้า @Home รุ่น Activa Care Plus
หัวข้อ : ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
เข้าชม : 11168 ครั้ง
วันนี้ขอมาโชว์รีวิวในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ประจำบ้านของคุณผู้หญิงสมัยใหม่กันสักหน่อยแบบว่าแม่บ้า...
ชาขาวผสมสมุนไพร ตราไวท์เนเจอร์ เพื่อสุขภาพ ชาขาวผสมสมุนไพร ตราไวท์เนเจอร์ เพื่อสุขภาพ
หัวข้อ : อาหารสุขภาพ
เข้าชม : 5046 ครั้ง
ขับของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย ลดระดับน้ำตาล และไขมันในเส้นเลือด ด้วยชาขาวผสมสมุนไพร เหมาะสำหรับผู...
วิธีการสะสมคะแนน
สมัครสมาชิก
ฝากข่าวประชาสัมพันธ์
facebook twitter