108health.com : สุขภาพ ผู้หญิง การลดน้ำหนัก อาหารเพื่อสุขภาพ แฟชั่น ครอบครัว ท่องเที่ยว
  สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ  
 
คลิปวีดีโอ คลิปวีดีโอ ฟังวิทยุ ฟังวิทยุ โปรโมชั่นแนะนำ โปรโมชั่นแนะนำ Blog Blog gallery gallery เกี่ยวกับเรา เกี่ยวกับเรา
     nana dot หน้าแรก » โรคภัยไข้เจ็บ » โรคกระดูกและข้อ » โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis)
         โรคกระดูกและข้อ
   

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis)

โดย : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) เป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่งเกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสร้างสารแอนติบอดี้ขึ้นมาทำปฏิกิริยาต่อต้านเนื้อเยื่อของตัวเอง
         โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) เป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่งเกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสร้างสารแอนติบอดี้ขึ้นมาทำปฏิกิริยาต่อต้านเนื้อเยื่อของตัวเอง

 โรคในกลุ่มนี้เรียกว่าโรคออโตอิมมูน โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์มีลักษณะเด่นบางประการ พบการเจริญงอกงามของเยื่อบุข้ออย่างมาก ซึ่งจะลุกลามและทำลายกระดูกและข้อในที่สุด ในระยะแรกผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการอ่อนเพลีย ปวดตามข้อ มีอาการฝืดขัดข้อเป็นเวลานานในตอนเช้า เมื่อมีอาการชัดเจนขึ้น ข้อจะมีการบวม ร้อน และปวด โรคนี้สามารถเป็นได้กับทุกข้อของร่างกาย แต่ที่พบได้บ่อยคือ ข้อของนิ้วมือ ข้อมือ ข้อเข่า ข้อเท้า และข้อนิ้วเท้า อาการของข้ออักเสบจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ในบางรายอาจมีอาการรุนแรงแบบเฉียบพลันได้ บางรายอาจมีไข้ เบื่ออาหาร และน้ำหนักลดร่วมด้วย ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจมีอาการทางระบบตา ปอด และมีปุ่มขึ้นตามตัวได้

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ส่วนใหญ่จะพบในผู้ป่วยวัยกลางคน และพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย สถิติของผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ในประเทศไทย พบประมาณ 1 ใน 100 คน นอกจากจะทำให้เกิดความเจ็บปวดข้อแล้ว ผู้ป่วยยังมีความทุกข์ทรมาน ความพิการ และอาจสูญเสียหน้าที่การทำงานได้ จากความก้าวหน้าทางการแพทย์ในระยะหลัง ทำให้เกิดความเข้าใจถึงตัวแปรต่างๆ ในกระบวนการอักเสบมากขึ้น และมีการค้นพบตัวยาใหม่ๆ ที่จะยับยั้งขบวนการอักเสบ และลดการทำงานของข้อ

สาเหตุ

  1. โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นโรคออโตอิมมูนชนิดหนึ่ง หรือที่เรียกว่าโรคภูมิแพ้เนื้อเยื่อตัวเอง ผู้ป่วยมีการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ โดยเม็ดเลือดขาวสร้างแอนติบอดีต่อเนื้อเยื่อของตนเอง ตัวอย่างคือแอนติบอดีทีมีชื่อเรียกว่า "รูมาตอยด์ แฟคเตอร์"
  2. ปัจจัยทางพันธุกรรม ยีนหลายชนิดเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ อาทิเช่น HLA-DR4 ซึ่งพบมากถึงสองในสามของผู้ป่วยโรคนี้
  3. การติดเชื้อโรคบางชนิด พบว่าโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อบางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดเชื้อไวรัส ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสารพันธุกรรมในเซลล์ของผู้ป่วย ปัจจุบันมีการศึกษาเรื่องนี้อย่างกว้างขวางและจะนำมาซึ่งแนวทางการบำบัดรักษาโรคนี้ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
  4. ผู้หญิงเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์มากกว่าผู้ชายหลายเท่า และเมื่อเวลาตั้งครรภ์ อาการของโรคมักจะสงบ หลังคลอดบุตรในช่วงปีแรก อาการของโรคจะกลับมารุนแรงได้อีกครั้ง เชื่อว่าอาจเป็นผลมาจากระดับฮอร์โมนในร่างกายที่เปลี่ยนแปลง
  5. ปัจจัยจากสภาพแวดล้อม พบว่าการสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ส่วนการดื่มชากาแฟ ไม่เพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
  6. ทฤษฎีใหม่เกี่ยวกับกลไกการเกิดโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ พบว่าโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ไม่ได้เป็นโรคๆ เดียว แต่เป็นกลุ่มของโรคที่ก่อให้เกิดลักษณะอาการที่เหมือนๆ กัน

อาการ

ผู้ป่วยจะมีอาการปวดข้อ ข้อบวม และเคลื่อนไหวข้อลำบาก อาการปวดตามข้อพบว่ามีการอักเสบร่วมด้วย ข้อบวม แดง และสัมผัสได้ว่าร้อนขึ้น ซึ่งจะรู้สึกได้ดีขึ้นถ้าวางมือที่ข้อทั้งสองข้างเพื่อเปรียบเทียบกัน หรือเทียบกับบริเวณผิวหนังที่อยู่ข้างๆ อาการปวดข้อมักเกิดมากที่สุดช่วงตื่นนอน และอาจมีอาการอยู่ 1–2 ชั่วโมง หรือทั้งวันก็ได้ อาการที่สำคัญก็คือ ผู้ป่วยจะมีอาการข้อขัดในเวลาเช้า ซึ่งเป็นอีกลักษณะหนึ่งของการอักเสบ เช่น กำมือ หรือเหยียดมือไม่ค่อยได้ ส่วนใหญ่อาจเป็นนานประมาณ 30 นาที บางรายอาจกำมือหรือเหยียดมือไม่ได้จึงถึงช่วงบ่าย ลักษณะอาการปวดข้อช่วงเช้านี้เป็นลักษณะสำคัญของโรครูมาตอยด์ ซึ่งต่างจากโรคข้ออักเสบอื่นๆ ตำแหน่งของข้อที่มีอาการปวดมากที่สุดจะเป็นที่มือ ข้อต่อนิ้วมือ ข้อกลางนิ้วมือ ส่วนข้อปลายนิ้วมือมักไม่ค่อยเป็น และมักเป็นทั้งสองข้าง ส่วนที่เท้ามักเป็นที่ข้อเท้าและข้อของนิ้วเท้า อย่างไรก็ตามข้ออักเสบรูมาตอยด์มีโอกาสปวดข้อไหนก็ได้ สำหรับอาการอื่นๆ ได้แก่ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ไข้ต่ำๆ ตาแห้ง พบก้อนใต้ผิวหนังบริเวณข้อศอกและข้อนิ้วมือ คอแห้งผิดปกติ

การวินิจฉัย

  1. การวินิจฉัยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยให้เร็วที่สุด และรับการรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและความพิการที่จะเกิดขึ้น
  2. การตรวจหาสารรูมาตอยด์ในเลือด เป็นการตรวจหาออโตแอนติบอดี้ต่อส่วน Fc ของอิมมูโนโกลบูลินชนิด IgG สามารถตรวจพบได้ประมาณร้อยละ 70-80 แต่สารนี้สามารถตรวจพบได้ในโรคข้ออักเสบอื่นๆ ที่ไม่ใช่โรครูมาตอยด์ โดยพบได้มากถึงร้อยละ 15 สามารถตรวจพบได้ในโรคติดเชื้อบางอย่าง หรือตรวจพบสารรูมาตอยด์ในเลือดได้มากถึงร้อยละ 10 ในคนปกติ ดังนั้นการตรวจพบสารรูมาตอยด์ในเลือดจะไม่ได้บอกว่าผู้ป่วยเป็นโรครูมาตอยด์ แต่จะใช้ในการสนับสนุนการวินิจฉัยโรค ข้อจำกัดของการทดสอบนี้คือมีความจำเพาะไม่สูงพอ ในช่วงปีแรกของการดำเนินโรค การตรวจสารรูมาตอยด์ในเลือดมักจะให้ผลลบ ซึ่งในบางรายเท่านั้นที่เมื่อตรวจซ้ำในภายหลัง แล้วผลการทดสอบกลับมาเป็นผลบวก
  3. การตรวจเลือดวิธีใหม่เป็นการตรวจแอนติบอดี้ชนิด anti-citrullinated protein antibodies (ACPAs) ความไวของการทดสอบนี้ประมาณร้อยละ 60 ของผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ทั้งหมด แต่ข้อดีของการทดสอบนี้คือมีความจำเพาะสูงมากถึงร้อยละ 95 ในกรณีที่ตรวจแล้วได้ผลลบ สามารถช่วยตัดโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้มากทีเดียว บางรายงานยังพบว่าสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ก่อนที่ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการของโรค
  4. การตรวจแอนติบอดี้ชนิด ACPAs ที่ได้รับความนิยมมีสองชนิด ชนิดแรกเรียกว่า anti-CCP (cyclic citrullinated peptide) test และชนิดที่สอง anti-MCV assay (antibodies against mutated citrullinated Vimentin)
  5. ขณะนี้กำลังมีการพัฒนาวิธีทดสอบเลือดเพื่อวินิจฉัยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ระยะแรกเริ่ม โดยทดสอบสารรูมาตอยด์ในเลือด rheumatoid factor และแอนติบอดี้ชนิด anti-MCV โดยในเบื้องต้นพบว่ามีความไวร้อยละ 72 และมีความจำเพาะสูงถึงร้อยละ 99.7
  6. ในระยะแรกผู้ป่วยอาจสังเกตุได้ยากว่าป่วยเป็นโรครูมาตอยด์หรือไม่ อาการอาจยังไม่ชัดเจน ต้องอาศัยการเจาะเลือดช่วยดูว่าอักเสบหรือไม่ หรือบางรายอายุยังน้อย แต่ถ้าผู้สูงอายุแล้วมีอาการปวดข้อ ควรต้องพบแพทย์ว่าเป็นโรครูมาตอยด์หรือข้อเสื่อม ในรายที่พบว่ามีอาการบวมอย่างชัดเจน ก็ควรต้องมาพบแพทย์เช่นกัน
  7. การตรวจภาพรังสีในระยะแรกมักจะไม่เฉพาะเจาะจง ถ้าเป็นมานานเกินหนึ่งปี จะพบการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากขึ้น พบบ่อยในตำแหน่งของข้อมือ ข้อนิ้วเท้า หรือเท้า ก่อนที่จะเกิดกับข้อใหญ่ การตรวจภาพรังสีจะเป็นประโยชน์ในการพยากรณ์ความรุนแรงของโรคและติดตามการรักษาต่อไป

การรักษา

  1. การรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้พัฒนาขึ้นอย่างมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ โดยอาศัยยาที่ถูกต้องเหมาะสมและได้ผลดีในระยะเริ่มต้น เพื่อที่จะลดการทำลายเนื้อเยื่อของข้อที่อักเสบ โดยทั่วไปพบว่าการรักษามักจะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน
  2. การรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ที่ประสบความสำเร็จจะต้องเริ่มที่การวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว เป้าหมายสำคัญของการรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ คือ ระงับอาการเจ็บปวด ลดการอักเสบ ลดการทำลายของข้อ และช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น สมัยนี้มีการรักษาที่ดี ลดการอักเสบ ลดการบวม ลดการปวด ลดการผ่าตัดข้อลงไปได้มาก ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ และกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ยังมีบทบาทสำคัญในการรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ อย่างไรก็ดี ผู้ป่วยส่วนใหญ่หรือทั้งหมดจะต้องได้รับการรักษาด้วยยาในกลุ่มปรับเปลี่ยนกระบวนการการอักเสบในข้อ ซึ่งยากลุ่มนี้ได้ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเป็นส่วนใหญ่ ในปัจจุบันมียามากมายที่ใช้ในการควบคุมและรักษาโรครูมาตอยด์ให้ได้ผลดี ยาเหล่านี้ได้แก่ แอสไพรินและยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ ยากลุ่มนี้จะลดความเจ็บปวดและลดการอักเสบ แต่ไม่สามารถยับยั้งการทำลายข้อได้ ผู้ป่วยแต่ละรายจะตอบสนองต่อยาแตกต่างกันออกไป ข้อควรระวังคือยากลุ่มนี้อาจมีผลข้างเคียงทางด้านระบบทางเดินอาหารและระบบไตได้
  3. ในรายที่เป็นรุนแรง มีอาการมากและข้อถูกทำลายมาก แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาอีกกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่ายาขั้นที่สอง เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ยาปรับเปลี่ยนการดำเนินของโรค (Disease Modifying Antirheumatic Drugs : DMARDs) ซึ่งได้แก่ ยาต้านมาลาเรีย ยาทอง ยาเมทโธเทรกเซท ยาซัลฟาซาลาซีน เป็นต้น ยาเหล่านี้ไม่มีฤทธิ์ในการระงับการเจ็บปวด แต่จะช่วยระงับการลุกลามของโรคได้ แต่เนื่องจากยาเหล่านี้มีผลข้างเคียงที่รุนแรงจึงควรใช้ในรายที่มีอาการรุนแรงและใช้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น การนำ DMARDs หรือยาปรับเปลี่ยนการดำเนินของโรคมาใช้รักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ถือเป็นแนวทางสำคัญที่ทำให้ประสิทธิภาพของการรักษาดีขึ้นมาก บางรายสามารถหยุดยั้งการดำเนินของโรคได้ ลดการทำลายเนื้อเยื่อของข้อที่อักเสบ ช่วยลดการใช้ยาต้านการอักเสบและยาระงับอาการปวดข้อได้มาก อย่างไรก็ตามระหว่างที่รอฤทธิ์ของ DMARDs หรือยาปรับเปลี่ยนการดำเนินของโรค ก็ยังจำเป็นต้องใช้ยาต้านการอักเสบและยาระงับอาการปวดข้อไปก่อน
  4. ยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์เป็นยาที่มีผู้นำเอามาใช้ในการรักษาโรครูมาตอยด์เป็นเวลานานแล้ว เนื่องจากยานี้มีคุณสมบัติในการระงับการอักเสบของข้อได้อย่างดี ฤทธิ์ต้านการอักเสบของสเตียรอยด์ถือว่ามีประสิทธิภาพสูงมาก ปัจจุบันนิยมใช้ในระยะแรกๆของการรักษาในช่วงเวลาที่รอฤทธิ์ของ DMARDs หรือยาปรับเปลี่ยนการดำเนินของโรค ส่วนใหญ่เลือกใช้ยาเพรดนิโซโลนในขนาดไม่เกินวันละ 10 มิลลิกรัม ผู้ป่วยบางรายอาจต้องใช้ยาในขนาดที่สูงกว่านี้บ้าง การใช้ยาสเตียรอยด์โดยการวางแผนปรับขนาดยาและกำหนดแนวทางการลดขนาดยา-หยุดยา ที่ถูกต้องเหมาะสม ช่วยลดผลข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ในระยะยาวเป็นอย่างมาก
  5. ยาชีวภาพที่ออ
    เข้าชม : 10958 ครั้ง
    ที่มา : www.bangkokhealth.com
ภาวะกระดูกสันหลังหักยุบในโรคกระดูกพรุน
ภาวะกระดูกสันหลังหักยุบในโรคกระดูกพรุน ภาวะกระดูกสันหลังหักยุบในโรคกระดูกพรุน
หัวข้อ : โรคกระดูกและข้อ
เข้าชม : 3792 ครั้ง
dot
โรคกระดูกพรุน พบในหญิงวัยหมดประจำเดือน หรือผุ้สูงอายุทั้งชายและหญิง ทำให้กระดูก ขาดความแข็งแรงและมีความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหัก
อ่านต่อ
โรคข้อ” เกิดได้ในทุกวัย เสียสุขภาพ เสียจิต
โรคข้อ” เกิดได้ในทุกวัย เสียสุขภาพ เสียจิต โรคข้อ” เกิดได้ในทุกวัย เสียสุขภาพ เสียจิต
หัวข้อ : โรคกระดูกและข้อ
เข้าชม : 5454 ครั้ง
dot
วันนี้เราอยากแนะนำให้ทุกท่านที่รักสุขภาพ สนใจใจใส่ดูแลสุขภาพร่างกายมากขึ้น เพราะปัจจุบัน "โรคข้อ" เกิดได้ในทุกวัยไม่เกี่ยงอายุเป็นแล้วทรมาน นอกจากเสียสุขภาพร่างกายแล้ว ยังเสียสุขภาพจิต
อ่านต่อ
กระดูกพรุนภัยเงียบ ทำให้เกิดกระดูกหัก
กระดูกพรุนภัยเงียบ ทำให้เกิดกระดูกหัก กระดูกพรุนภัยเงียบ ทำให้เกิดกระดูกหัก
หัวข้อ : โรคกระดูกและข้อ
เข้าชม : 5046 ครั้ง
dot
หัวใจหลักของการป้องกันโรคกระดูกพรุน คือ การสร้างกระดูกที่แข็งแรงและลดการสลาย ของกระดูกถ้าเรามีกระดูกที่แข็งแรงอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามจากปัจจัยทางด้านพันธุกรรมและพฤติกรรมการดำเนินชีวิตอาจทำให้เสียงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน
อ่านต่อ
อาหารป้องกันโรคกระดูกพรุน
อาหารป้องกันโรคกระดูกพรุน อาหารป้องกันโรคกระดูกพรุน
หัวข้อ : โรคกระดูกและข้อ
เข้าชม : 8643 ครั้ง
dot
โรคกระดูกพรุนที่กำลังพูดถึงนี้ คือสภาวะที่ความหนาแน่นของกระดูกน้อยกว่าปกติ เนื่องจากมีการสลายกระดูกมากกว่าการสร้างกระดูก ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อคนอายุประมาณ ๔๐ ปีขึ้นไป ทำให้กระดูกเปราะและหักง่าย
อ่านต่อ
ปัญหาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ...โรคกระดูกพรุน
ปัญหาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ...โรคกระดูกพรุน ปัญหาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ...โรคกระดูกพรุน
หัวข้อ : โรคกระดูกและข้อ
เข้าชม : 24329 ครั้ง
dot
โรคกระดูกพรุนหรือโรคกระดูกบาง เป็นโรคที่ความหนาแน่นของเนื้อกระดูกน้อยลง ส่งผลให้กระดูกไม่แข็งแรง มีโอกาสหักง่ายกว่าคนทั่วไป กระดูกที่มักจะหักง่าย ได้แก่ สะโพก , กระดูกสันหลัง และ กระดูกข้อมือ...
อ่านต่อ
ศัลยแพทย์กระดูกสันหลัง ทำไมต้องเฉพาะทาง
ศัลยแพทย์กระดูกสันหลัง ทำไมต้องเฉพาะทาง ศัลยแพทย์กระดูกสันหลัง ทำไมต้องเฉพาะทาง
หัวข้อ : โรคกระดูกและข้อ
เข้าชม : 4261 ครั้ง
dot
ดังที่ทราบกันว่าปัญหาของการผ่าตัดกระดูกสันหลังแล้วมีผู้ป่วยอยู่จำนวนหนึ่ง จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดซ้ำ หรือการผ่าตัดกระดูกสันหลังครั้งที่ 1 ไม่สามารถทำให้อาการปวดของผู้ป่วยดีขึ้นหรือมีอาการปวดมากขึ้น ...
อ่านต่อ
การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลัง....ผ่านกลัอง Microscope
การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลัง....ผ่านกลัอง Microscope การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลัง....ผ่านกลัอง Microscope
หัวข้อ : โรคกระดูกและข้อ
เข้าชม : 6708 ครั้ง
dot
การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังผ่านกล้องจุลศัลยกรรม หรือกล้องไมโครสโคป (Microscopic Discectomy) เป็นเทคนิคการผ่าตัดที่ยอมรับกันในต่างประเทศว่าเป็นเทคนิคที่มาตรฐาน และสามารถใช้ในการผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังที่ทับเส้นประสาทได้ อย่างได้ผลเป็นอย่างดีมาเป็นเวลานาน แม้ว่าบาดแผลที่เกิดจาการผ่าตัดจะมีขนาดความยาว 3 cm....
อ่านต่อ
ภาวะข้อไหล่ติดแข็ง (Frozen Shoulder)
ภาวะข้อไหล่ติดแข็ง (Frozen Shoulder) ภาวะข้อไหล่ติดแข็ง (Frozen Shoulder)
หัวข้อ : โรคกระดูกและข้อ
เข้าชม : 9868 ครั้ง
dot
ภาวะข้อไหล่ติดแข็ง (Frozen Shoulder) จะเกิดกับคนที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป (วัยกลางคน) ผู้หญิงจะมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้ชาย
อ่านต่อ
7 ผัก – ผลไม้ ป้องกันโรคกระดูก
7 ผัก – ผลไม้ ป้องกันโรคกระดูก 7 ผัก – ผลไม้ ป้องกันโรคกระดูก
หัวข้อ : โรคกระดูกและข้อ
เข้าชม : 6815 ครั้ง
dot
เราคงรู้กันดีอยู่แล้วว่าการรับประทานเนื้อสัตว์ ถือเป็นแหล่งสารอาหารสำคัญ ทั้งโปรตีน ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่...
อ่านต่อ
อาการปวดหลังเฉียบพลัน
อาการปวดหลังเฉียบพลัน อาการปวดหลังเฉียบพลัน
หัวข้อ : โรคกระดูกและข้อ
เข้าชม : 18434 ครั้ง
dot
อาการปวดหลังเฉียบพลัน เป็นอาการปวดหลังที่สาเหตุมักเกิดจากกล้ามเนื้อหลังมีอาการเครียดตึงอย่างรุนแรง เป็นเรื่องปกติที่มนุษย์ทุกคนจะต้องเคยมีประสบการณ์..
อ่านต่อ
วิธีป้องกันโรคกระดูกพรุน
วิธีป้องกันโรคกระดูกพรุน วิธีป้องกันโรคกระดูกพรุน
หัวข้อ : โรคกระดูกและข้อ
เข้าชม : 5647 ครั้ง
dot
การป้องกัน การป้องกันที่ดีที่สุดต้องสร้างกระดูกให้แข็งแรงตั้งแต่อายุ น้อยกว่า 30 ปี มีหลายวิธีที่จะป้องกันภาวะกระดูกโปร่งบาง เช่น ...
อ่านต่อ
โรคเก๊าท์
โรคเก๊าท์ โรคเก๊าท์
หัวข้อ : โรคกระดูกและข้อ
เข้าชม : 15453 ครั้ง
dot
โรคเก๊าท์ เป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากการสะสมของผลึกกรดยูริกภายในข้อ ซึ่งเป็นผลจากการมีระดับกรดยูริกในเลือด สูงเป็นเวลานาน โรคเก๊าท์เป็นโรคเรื้อรัง ที่อาจมีปัจจัยทางกรรมพันธุ์เข้ามาเกี่ยวข้อง มักเกิดในเพศชายที่มีอายุมากกว่า 40 ปี ข้อที่มักพบการอักเสบจากโรคเก๊าท์ได้บ่อย เช่น ข้อโคนหัวแม่เท้า ข้อเท้า ข้อเข่า ข้อมือ เป็นต้น...
อ่านต่อ
บทความใหม่
รีวิวล่าสุด
ยอดนิยม
โปรโมชั่น
Breast Cancer Awareness 2013 Breast Cancer Awareness 2013
หัวข้อ : ข่าวสุขภาพ รวมเหตุการณ์น่าสนใจ
เข้าชม : 2431 ครั้ง
เครื่องสำอางคลีนิกข์ หนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางภายใต้บริษัท เอลก้า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมสนับสนุนการร...
เครื่องรีดไอน้ำถนอมผ้า @Home รุ่น Activa Care Plus เครื่องรีดไอน้ำถนอมผ้า @Home รุ่น Activa Care Plus
หัวข้อ : ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
เข้าชม : 9979 ครั้ง
วันนี้ขอมาโชว์รีวิวในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ประจำบ้านของคุณผู้หญิงสมัยใหม่กันสักหน่อยแบบว่าแม่บ้า...
ชาขาวผสมสมุนไพร ตราไวท์เนเจอร์ เพื่อสุขภาพ ชาขาวผสมสมุนไพร ตราไวท์เนเจอร์ เพื่อสุขภาพ
หัวข้อ : อาหารสุขภาพ
เข้าชม : 4438 ครั้ง
ขับของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย ลดระดับน้ำตาล และไขมันในเส้นเลือด ด้วยชาขาวผสมสมุนไพร เหมาะสำหรับผู...
วิธีการสะสมคะแนน
สมัครสมาชิก
ฝากข่าวประชาสัมพันธ์
facebook twitter