108health.com : สุขภาพ ผู้หญิง การลดน้ำหนัก อาหารเพื่อสุขภาพ แฟชั่น ครอบครัว ท่องเที่ยว
  สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ  
 
คลิปวีดีโอ คลิปวีดีโอ ฟังวิทยุ ฟังวิทยุ โปรโมชั่นแนะนำ โปรโมชั่นแนะนำ Blog Blog gallery gallery เกี่ยวกับเรา เกี่ยวกับเรา
     nana dot หน้าแรก » โรคภัยไข้เจ็บ » โรคกระดูกและข้อ » โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis)
         โรคกระดูกและข้อ
   

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis)

โดย : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) เป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่งเกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสร้างสารแอนติบอดี้ขึ้นมาทำปฏิกิริยาต่อต้านเนื้อเยื่อของตัวเอง
         โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) เป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่งเกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสร้างสารแอนติบอดี้ขึ้นมาทำปฏิกิริยาต่อต้านเนื้อเยื่อของตัวเอง

 โรคในกลุ่มนี้เรียกว่าโรคออโตอิมมูน โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์มีลักษณะเด่นบางประการ พบการเจริญงอกงามของเยื่อบุข้ออย่างมาก ซึ่งจะลุกลามและทำลายกระดูกและข้อในที่สุด ในระยะแรกผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการอ่อนเพลีย ปวดตามข้อ มีอาการฝืดขัดข้อเป็นเวลานานในตอนเช้า เมื่อมีอาการชัดเจนขึ้น ข้อจะมีการบวม ร้อน และปวด โรคนี้สามารถเป็นได้กับทุกข้อของร่างกาย แต่ที่พบได้บ่อยคือ ข้อของนิ้วมือ ข้อมือ ข้อเข่า ข้อเท้า และข้อนิ้วเท้า อาการของข้ออักเสบจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ในบางรายอาจมีอาการรุนแรงแบบเฉียบพลันได้ บางรายอาจมีไข้ เบื่ออาหาร และน้ำหนักลดร่วมด้วย ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจมีอาการทางระบบตา ปอด และมีปุ่มขึ้นตามตัวได้

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ส่วนใหญ่จะพบในผู้ป่วยวัยกลางคน และพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย สถิติของผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ในประเทศไทย พบประมาณ 1 ใน 100 คน นอกจากจะทำให้เกิดความเจ็บปวดข้อแล้ว ผู้ป่วยยังมีความทุกข์ทรมาน ความพิการ และอาจสูญเสียหน้าที่การทำงานได้ จากความก้าวหน้าทางการแพทย์ในระยะหลัง ทำให้เกิดความเข้าใจถึงตัวแปรต่างๆ ในกระบวนการอักเสบมากขึ้น และมีการค้นพบตัวยาใหม่ๆ ที่จะยับยั้งขบวนการอักเสบ และลดการทำงานของข้อ

สาเหตุ

  1. โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นโรคออโตอิมมูนชนิดหนึ่ง หรือที่เรียกว่าโรคภูมิแพ้เนื้อเยื่อตัวเอง ผู้ป่วยมีการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ โดยเม็ดเลือดขาวสร้างแอนติบอดีต่อเนื้อเยื่อของตนเอง ตัวอย่างคือแอนติบอดีทีมีชื่อเรียกว่า "รูมาตอยด์ แฟคเตอร์"
  2. ปัจจัยทางพันธุกรรม ยีนหลายชนิดเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ อาทิเช่น HLA-DR4 ซึ่งพบมากถึงสองในสามของผู้ป่วยโรคนี้
  3. การติดเชื้อโรคบางชนิด พบว่าโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อบางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดเชื้อไวรัส ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสารพันธุกรรมในเซลล์ของผู้ป่วย ปัจจุบันมีการศึกษาเรื่องนี้อย่างกว้างขวางและจะนำมาซึ่งแนวทางการบำบัดรักษาโรคนี้ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
  4. ผู้หญิงเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์มากกว่าผู้ชายหลายเท่า และเมื่อเวลาตั้งครรภ์ อาการของโรคมักจะสงบ หลังคลอดบุตรในช่วงปีแรก อาการของโรคจะกลับมารุนแรงได้อีกครั้ง เชื่อว่าอาจเป็นผลมาจากระดับฮอร์โมนในร่างกายที่เปลี่ยนแปลง
  5. ปัจจัยจากสภาพแวดล้อม พบว่าการสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ส่วนการดื่มชากาแฟ ไม่เพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
  6. ทฤษฎีใหม่เกี่ยวกับกลไกการเกิดโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ พบว่าโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ไม่ได้เป็นโรคๆ เดียว แต่เป็นกลุ่มของโรคที่ก่อให้เกิดลักษณะอาการที่เหมือนๆ กัน

อาการ

ผู้ป่วยจะมีอาการปวดข้อ ข้อบวม และเคลื่อนไหวข้อลำบาก อาการปวดตามข้อพบว่ามีการอักเสบร่วมด้วย ข้อบวม แดง และสัมผัสได้ว่าร้อนขึ้น ซึ่งจะรู้สึกได้ดีขึ้นถ้าวางมือที่ข้อทั้งสองข้างเพื่อเปรียบเทียบกัน หรือเทียบกับบริเวณผิวหนังที่อยู่ข้างๆ อาการปวดข้อมักเกิดมากที่สุดช่วงตื่นนอน และอาจมีอาการอยู่ 1–2 ชั่วโมง หรือทั้งวันก็ได้ อาการที่สำคัญก็คือ ผู้ป่วยจะมีอาการข้อขัดในเวลาเช้า ซึ่งเป็นอีกลักษณะหนึ่งของการอักเสบ เช่น กำมือ หรือเหยียดมือไม่ค่อยได้ ส่วนใหญ่อาจเป็นนานประมาณ 30 นาที บางรายอาจกำมือหรือเหยียดมือไม่ได้จึงถึงช่วงบ่าย ลักษณะอาการปวดข้อช่วงเช้านี้เป็นลักษณะสำคัญของโรครูมาตอยด์ ซึ่งต่างจากโรคข้ออักเสบอื่นๆ ตำแหน่งของข้อที่มีอาการปวดมากที่สุดจะเป็นที่มือ ข้อต่อนิ้วมือ ข้อกลางนิ้วมือ ส่วนข้อปลายนิ้วมือมักไม่ค่อยเป็น และมักเป็นทั้งสองข้าง ส่วนที่เท้ามักเป็นที่ข้อเท้าและข้อของนิ้วเท้า อย่างไรก็ตามข้ออักเสบรูมาตอยด์มีโอกาสปวดข้อไหนก็ได้ สำหรับอาการอื่นๆ ได้แก่ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ไข้ต่ำๆ ตาแห้ง พบก้อนใต้ผิวหนังบริเวณข้อศอกและข้อนิ้วมือ คอแห้งผิดปกติ

การวินิจฉัย

  1. การวินิจฉัยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยให้เร็วที่สุด และรับการรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและความพิการที่จะเกิดขึ้น
  2. การตรวจหาสารรูมาตอยด์ในเลือด เป็นการตรวจหาออโตแอนติบอดี้ต่อส่วน Fc ของอิมมูโนโกลบูลินชนิด IgG สามารถตรวจพบได้ประมาณร้อยละ 70-80 แต่สารนี้สามารถตรวจพบได้ในโรคข้ออักเสบอื่นๆ ที่ไม่ใช่โรครูมาตอยด์ โดยพบได้มากถึงร้อยละ 15 สามารถตรวจพบได้ในโรคติดเชื้อบางอย่าง หรือตรวจพบสารรูมาตอยด์ในเลือดได้มากถึงร้อยละ 10 ในคนปกติ ดังนั้นการตรวจพบสารรูมาตอยด์ในเลือดจะไม่ได้บอกว่าผู้ป่วยเป็นโรครูมาตอยด์ แต่จะใช้ในการสนับสนุนการวินิจฉัยโรค ข้อจำกัดของการทดสอบนี้คือมีความจำเพาะไม่สูงพอ ในช่วงปีแรกของการดำเนินโรค การตรวจสารรูมาตอยด์ในเลือดมักจะให้ผลลบ ซึ่งในบางรายเท่านั้นที่เมื่อตรวจซ้ำในภายหลัง แล้วผลการทดสอบกลับมาเป็นผลบวก
  3. การตรวจเลือดวิธีใหม่เป็นการตรวจแอนติบอดี้ชนิด anti-citrullinated protein antibodies (ACPAs) ความไวของการทดสอบนี้ประมาณร้อยละ 60 ของผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ทั้งหมด แต่ข้อดีของการทดสอบนี้คือมีความจำเพาะสูงมากถึงร้อยละ 95 ในกรณีที่ตรวจแล้วได้ผลลบ สามารถช่วยตัดโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้มากทีเดียว บางรายงานยังพบว่าสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ก่อนที่ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการของโรค
  4. การตรวจแอนติบอดี้ชนิด ACPAs ที่ได้รับความนิยมมีสองชนิด ชนิดแรกเรียกว่า anti-CCP (cyclic citrullinated peptide) test และชนิดที่สอง anti-MCV assay (antibodies against mutated citrullinated Vimentin)
  5. ขณะนี้กำลังมีการพัฒนาวิธีทดสอบเลือดเพื่อวินิจฉัยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ระยะแรกเริ่ม โดยทดสอบสารรูมาตอยด์ในเลือด rheumatoid factor และแอนติบอดี้ชนิด anti-MCV โดยในเบื้องต้นพบว่ามีความไวร้อยละ 72 และมีความจำเพาะสูงถึงร้อยละ 99.7
  6. ในระยะแรกผู้ป่วยอาจสังเกตุได้ยากว่าป่วยเป็นโรครูมาตอยด์หรือไม่ อาการอาจยังไม่ชัดเจน ต้องอาศัยการเจาะเลือดช่วยดูว่าอักเสบหรือไม่ หรือบางรายอายุยังน้อย แต่ถ้าผู้สูงอายุแล้วมีอาการปวดข้อ ควรต้องพบแพทย์ว่าเป็นโรครูมาตอยด์หรือข้อเสื่อม ในรายที่พบว่ามีอาการบวมอย่างชัดเจน ก็ควรต้องมาพบแพทย์เช่นกัน
  7. การตรวจภาพรังสีในระยะแรกมักจะไม่เฉพาะเจาะจง ถ้าเป็นมานานเกินหนึ่งปี จะพบการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากขึ้น พบบ่อยในตำแหน่งของข้อมือ ข้อนิ้วเท้า หรือเท้า ก่อนที่จะเกิดกับข้อใหญ่ การตรวจภาพรังสีจะเป็นประโยชน์ในการพยากรณ์ความรุนแรงของโรคและติดตามการรักษาต่อไป

การรักษา

  1. การรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้พัฒนาขึ้นอย่างมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ โดยอาศัยยาที่ถูกต้องเหมาะสมและได้ผลดีในระยะเริ่มต้น เพื่อที่จะลดการทำลายเนื้อเยื่อของข้อที่อักเสบ โดยทั่วไปพบว่าการรักษามักจะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน
  2. การรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ที่ประสบความสำเร็จจะต้องเริ่มที่การวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว เป้าหมายสำคัญของการรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ คือ ระงับอาการเจ็บปวด ลดการอักเสบ ลดการทำลายของข้อ และช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น สมัยนี้มีการรักษาที่ดี ลดการอักเสบ ลดการบวม ลดการปวด ลดการผ่าตัดข้อลงไปได้มาก ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ และกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ยังมีบทบาทสำคัญในการรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ อย่างไรก็ดี ผู้ป่วยส่วนใหญ่หรือทั้งหมดจะต้องได้รับการรักษาด้วยยาในกลุ่มปรับเปลี่ยนกระบวนการการอักเสบในข้อ ซึ่งยากลุ่มนี้ได้ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเป็นส่วนใหญ่ ในปัจจุบันมียามากมายที่ใช้ในการควบคุมและรักษาโรครูมาตอยด์ให้ได้ผลดี ยาเหล่านี้ได้แก่ แอสไพรินและยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ ยากลุ่มนี้จะลดความเจ็บปวดและลดการอักเสบ แต่ไม่สามารถยับยั้งการทำลายข้อได้ ผู้ป่วยแต่ละรายจะตอบสนองต่อยาแตกต่างกันออกไป ข้อควรระวังคือยากลุ่มนี้อาจมีผลข้างเคียงทางด้านระบบทางเดินอาหารและระบบไตได้
  3. ในรายที่เป็นรุนแรง มีอาการมากและข้อถูกทำลายมาก แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาอีกกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่ายาขั้นที่สอง เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ยาปรับเปลี่ยนการดำเนินของโรค (Disease Modifying Antirheumatic Drugs : DMARDs) ซึ่งได้แก่ ยาต้านมาลาเรีย ยาทอง ยาเมทโธเทรกเซท ยาซัลฟาซาลาซีน เป็นต้น ยาเหล่านี้ไม่มีฤทธิ์ในการระงับการเจ็บปวด แต่จะช่วยระงับการลุกลามของโรคได้ แต่เนื่องจากยาเหล่านี้มีผลข้างเคียงที่รุนแรงจึงควรใช้ในรายที่มีอาการรุนแรงและใช้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น การนำ DMARDs หรือยาปรับเปลี่ยนการดำเนินของโรคมาใช้รักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ถือเป็นแนวทางสำคัญที่ทำให้ประสิทธิภาพของการรักษาดีขึ้นมาก บางรายสามารถหยุดยั้งการดำเนินของโรคได้ ลดการทำลายเนื้อเยื่อของข้อที่อักเสบ ช่วยลดการใช้ยาต้านการอักเสบและยาระงับอาการปวดข้อได้มาก อย่างไรก็ตามระหว่างที่รอฤทธิ์ของ DMARDs หรือยาปรับเปลี่ยนการดำเนินของโรค ก็ยังจำเป็นต้องใช้ยาต้านการอักเสบและยาระงับอาการปวดข้อไปก่อน
  4. ยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์เป็นยาที่มีผู้นำเอามาใช้ในการรักษาโรครูมาตอยด์เป็นเวลานานแล้ว เนื่องจากยานี้มีคุณสมบัติในการระงับการอักเสบของข้อได้อย่างดี ฤทธิ์ต้านการอักเสบของสเตียรอยด์ถือว่ามีประสิทธิภาพสูงมาก ปัจจุบันนิยมใช้ในระยะแรกๆของการรักษาในช่วงเวลาที่รอฤทธิ์ของ DMARDs หรือยาปรับเปลี่ยนการดำเนินของโรค ส่วนใหญ่เลือกใช้ยาเพรดนิโซโลนในขนาดไม่เกินวันละ 10 มิลลิกรัม ผู้ป่วยบางรายอาจต้องใช้ยาในขนาดที่สูงกว่านี้บ้าง การใช้ยาสเตียรอยด์โดยการวางแผนปรับขนาดยาและกำหนดแนวทางการลดขนาดยา-หยุดยา ที่ถูกต้องเหมาะสม ช่วยลดผลข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ในระยะยาวเป็นอย่างมาก
  5. ยาชีวภาพที่ออ
    เข้าชม : 10847 ครั้ง
    ที่มา : www.bangkokhealth.com
กินอย่างไรไม่ให้โรคเก๊าท์ถามหา
กินอย่างไรไม่ให้โรคเก๊าท์ถามหา กินอย่างไรไม่ให้โรคเก๊าท์ถามหา
หัวข้อ : โรคกระดูกและข้อ
เข้าชม : 7055 ครั้ง
dot
โรคเก๊าท์ เกิดจากการกินอาหาร ที่มีพิวรีนสูงและร่างกายไม่สามารถเผาผลาญได้หมด ทำให้มีกรดยูริคในเลือดสูง เกิดอาการอักเสบของข้อ มักเป็นที่ข้อนิ้วเท้า หัวแม่โป้ง นิ้วมือ มีอาการบวมอักเสบ ร้อน จะรวดเร็วรุนแรงกว่าอาการอื่นๆ
อ่านต่อ
ภาวะข้อไหล่ติดแข็ง (Frozen Shoulder)
ภาวะข้อไหล่ติดแข็ง (Frozen Shoulder) ภาวะข้อไหล่ติดแข็ง (Frozen Shoulder)
หัวข้อ : โรคกระดูกและข้อ
เข้าชม : 9695 ครั้ง
dot
ภาวะข้อไหล่ติดแข็ง (Frozen Shoulder) จะเกิดกับคนที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป (วัยกลางคน) ผู้หญิงจะมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้ชาย
อ่านต่อ
ดูแลสุขภาพข้อกับ 7 อาหารที่ควรทาน
ดูแลสุขภาพข้อกับ 7 อาหารที่ควรทาน ดูแลสุขภาพข้อกับ 7 อาหารที่ควรทาน
หัวข้อ : โรคกระดูกและข้อ
เข้าชม : 2566 ครั้ง
dot
สุขภาพข้อของคุณเป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ และคุณมีวิธีดูแลข้อของคุณกับยังไง วันนี้เรามีอาหารดีๆ ที่ช่วยให้ข้อของคุณมีสุขภาพที่แข็งแรง และสามารถดูกับคุณไปได้นานๆ มาบอกกันค่ะ
อ่านต่อ
โรคเก๊าท์
โรคเก๊าท์ โรคเก๊าท์
หัวข้อ : โรคกระดูกและข้อ
เข้าชม : 15358 ครั้ง
dot
โรคเก๊าท์ เป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากการสะสมของผลึกกรดยูริกภายในข้อ ซึ่งเป็นผลจากการมีระดับกรดยูริกในเลือด สูงเป็นเวลานาน โรคเก๊าท์เป็นโรคเรื้อรัง ที่อาจมีปัจจัยทางกรรมพันธุ์เข้ามาเกี่ยวข้อง มักเกิดในเพศชายที่มีอายุมากกว่า 40 ปี ข้อที่มักพบการอักเสบจากโรคเก๊าท์ได้บ่อย เช่น ข้อโคนหัวแม่เท้า ข้อเท้า ข้อเข่า ข้อมือ เป็นต้น...
อ่านต่อ
ภาวะกระดูกสันหลังหักยุบในโรคกระดูกพรุน
ภาวะกระดูกสันหลังหักยุบในโรคกระดูกพรุน ภาวะกระดูกสันหลังหักยุบในโรคกระดูกพรุน
หัวข้อ : โรคกระดูกและข้อ
เข้าชม : 3646 ครั้ง
dot
โรคกระดูกพรุน พบในหญิงวัยหมดประจำเดือน หรือผุ้สูงอายุทั้งชายและหญิง ทำให้กระดูก ขาดความแข็งแรงและมีความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหัก
อ่านต่อ
การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลัง....ผ่านกลัอง Microscope
การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลัง....ผ่านกลัอง Microscope การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลัง....ผ่านกลัอง Microscope
หัวข้อ : โรคกระดูกและข้อ
เข้าชม : 6561 ครั้ง
dot
การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังผ่านกล้องจุลศัลยกรรม หรือกล้องไมโครสโคป (Microscopic Discectomy) เป็นเทคนิคการผ่าตัดที่ยอมรับกันในต่างประเทศว่าเป็นเทคนิคที่มาตรฐาน และสามารถใช้ในการผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังที่ทับเส้นประสาทได้ อย่างได้ผลเป็นอย่างดีมาเป็นเวลานาน แม้ว่าบาดแผลที่เกิดจาการผ่าตัดจะมีขนาดความยาว 3 cm....
อ่านต่อ
อาหารป้องกันโรคกระดูกพรุน
อาหารป้องกันโรคกระดูกพรุน อาหารป้องกันโรคกระดูกพรุน
หัวข้อ : โรคกระดูกและข้อ
เข้าชม : 8496 ครั้ง
dot
โรคกระดูกพรุนที่กำลังพูดถึงนี้ คือสภาวะที่ความหนาแน่นของกระดูกน้อยกว่าปกติ เนื่องจากมีการสลายกระดูกมากกว่าการสร้างกระดูก ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อคนอายุประมาณ ๔๐ ปีขึ้นไป ทำให้กระดูกเปราะและหักง่าย
อ่านต่อ
เอ็นร้อยหวายอักเสบ...เรื่องน้อยนิดอาจสำคัญมหาศาล
เอ็นร้อยหวายอักเสบ...เรื่องน้อยนิดอาจสำคัญมหาศาล เอ็นร้อยหวายอักเสบ...เรื่องน้อยนิดอาจสำคัญมหาศาล
หัวข้อ : โรคกระดูกและข้อ
เข้าชม : 36933 ครั้ง
dot
เท้า ที่ชาวบ้านเรียกว่า ตีน เป็นอวัยวะที่มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับภาระที่หนักอึ้ง เพราะต้องรับน้ำหนักเราทั้งตัว อีกทั้งในแต่ละวันประมาณว่าเราใช้เท้ารับน้ำหนักในการเดินทางถึง 10,000 ก้าว...
อ่านต่อ
กระดูกพรุนภัยเงียบ ทำให้เกิดกระดูกหัก
กระดูกพรุนภัยเงียบ ทำให้เกิดกระดูกหัก กระดูกพรุนภัยเงียบ ทำให้เกิดกระดูกหัก
หัวข้อ : โรคกระดูกและข้อ
เข้าชม : 4902 ครั้ง
dot
หัวใจหลักของการป้องกันโรคกระดูกพรุน คือ การสร้างกระดูกที่แข็งแรงและลดการสลาย ของกระดูกถ้าเรามีกระดูกที่แข็งแรงอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามจากปัจจัยทางด้านพันธุกรรมและพฤติกรรมการดำเนินชีวิตอาจทำให้เสียงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน
อ่านต่อ
โรคข้อ” เกิดได้ในทุกวัย เสียสุขภาพ เสียจิต
โรคข้อ” เกิดได้ในทุกวัย เสียสุขภาพ เสียจิต โรคข้อ” เกิดได้ในทุกวัย เสียสุขภาพ เสียจิต
หัวข้อ : โรคกระดูกและข้อ
เข้าชม : 5348 ครั้ง
dot
วันนี้เราอยากแนะนำให้ทุกท่านที่รักสุขภาพ สนใจใจใส่ดูแลสุขภาพร่างกายมากขึ้น เพราะปัจจุบัน "โรคข้อ" เกิดได้ในทุกวัยไม่เกี่ยงอายุเป็นแล้วทรมาน นอกจากเสียสุขภาพร่างกายแล้ว ยังเสียสุขภาพจิต
อ่านต่อ
โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis)
โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis)
หัวข้อ : โรคกระดูกและข้อ
เข้าชม : 10848 ครั้ง
dot
โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) เป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่งเกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสร้างสารแอนติบอดี้ขึ้นมาทำปฏิกิริยาต่อต้านเนื้อเยื่อของตัวเอง
อ่านต่อ
หมอนรองกระดูกเทียม
หมอนรองกระดูกเทียม หมอนรองกระดูกเทียม
หัวข้อ : โรคกระดูกและข้อ
เข้าชม : 7156 ครั้ง
dot
ในภาวะปกติหมอนรองกระดูกสันหลังของคนเราจะทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกของกระดูกสันหลัง หมอนรองกระดูกสันหลังจะทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของข้อกระดูกสันหลัง ในกรณีที่หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมจะทำให้เกิดอาการปวดตามแนวของกระดูกสันหลัง ร่วมกับถ้าหมอนรองกระดูกสันหลังนั้น...
อ่านต่อ
บทความใหม่
รีวิวล่าสุด
ยอดนิยม
โปรโมชั่น
Breast Cancer Awareness 2013 Breast Cancer Awareness 2013
หัวข้อ : ข่าวสุขภาพ รวมเหตุการณ์น่าสนใจ
เข้าชม : 2291 ครั้ง
เครื่องสำอางคลีนิกข์ หนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางภายใต้บริษัท เอลก้า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมสนับสนุนการร...
เครื่องรีดไอน้ำถนอมผ้า @Home รุ่น Activa Care Plus เครื่องรีดไอน้ำถนอมผ้า @Home รุ่น Activa Care Plus
หัวข้อ : ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
เข้าชม : 9746 ครั้ง
วันนี้ขอมาโชว์รีวิวในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ประจำบ้านของคุณผู้หญิงสมัยใหม่กันสักหน่อยแบบว่าแม่บ้า...
ชาขาวผสมสมุนไพร ตราไวท์เนเจอร์ เพื่อสุขภาพ ชาขาวผสมสมุนไพร ตราไวท์เนเจอร์ เพื่อสุขภาพ
หัวข้อ : อาหารสุขภาพ
เข้าชม : 4305 ครั้ง
ขับของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย ลดระดับน้ำตาล และไขมันในเส้นเลือด ด้วยชาขาวผสมสมุนไพร เหมาะสำหรับผู...
วิธีการสะสมคะแนน
สมัครสมาชิก
ฝากข่าวประชาสัมพันธ์
facebook twitter