นอนกรน มหันตภัย ที่มากกว่าเสียงรำคาญ

0
208

batten-06

นอนกรน มหันตภัย ที่มากกว่าเสียงรำคาญ

โรงพยาบาลธนบุรีเปิดให้บริการตรวจทางห้องปฏิบัติการการนอนกรน(Sleep Lab) เพื่อเป็นการตรวจวินิจฉัยปัญหาของอาการนอนกรนที่มีภาวะหยุดหายใจเป็นพักๆ โดยจะจัดให้มีการตรวจวิฉัยการนอนหลับในห้องนอนที่เป็นส่วนตัว ในขณะตรวจวินิจฉัยจะมีการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับคลื่นสมองเพื่อบ่งบอกคุณภาพของการนอนหลับรวมถึงระยะเวลาที่นอนหลับอย่างแท้จริง นอกจากนี้การบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของหัวใจ ปอด การไหลเวียนของอากาศในโพรงจมูก ปาก และระดับออกซิเจนในเลือด ทำให้เราสามารถประเมินความรุนแรงของภาวะการหยุดหายใจเป็นพักๆ จากจำนวนครั้งที่ผู้ป่วยหยุดหายใจต่อชั่วโมง ระดับออกซิเจนในขณะหลับและหยุดหายใจ โดยแพทย์และพยาบาลที่มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์เฉพาะสาขา

pack++

อาการนอนกรนเป็นโรคของการนอนหลับที่พบบ่อยในประชากรทั่วไป โดยเฉพาะในเพศชายและผู้มีภาวะอ้วน พบว่ามากกว่าร้อยละ 20 ของผู้ชาย และร้อยละ 5 ของผู้หญิงในวัยทำงานมีอาการนอนกรน และอุบัติการณ์ จะเพิ่มขึ้นตามอายุและน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น

batten-01
        เสียงกรนเกิดจากลมหายใจที่ผ่านช่องทางเดินหายใจส่วนบนที่แคบลง ซึ่งมักเกิดจากการผ่อนคลายหรือหย่อนตัวของกล้ามเนื้อบริเวณเพดานอ่อน , ลิ้นไก่ พนังคอหอยหรือคอหอยในขณะนอนหลับ เป็นผลให้เกิดการสั่นสะเทือนของช่องทางเดินหายใจส่วนบนดังกล่าว เกิดเป็นเสียงกรนขึ้น
       ในบางครั้งถ้าการหย่อนตัวของกล้ามเนื้อเป็นมากจนปิดช่องทางเดินหายใจส่วนบนจะทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจเป็นพักๆ ขณะนอนหลับได้ที่เรียกว่า Sleep apnea (การหยุดหายใจเป็นพักๆขณะหลับ)

p1
ภาวะแทรกซ้อนของอาการนอนกรนและการหยุดหายใจเป็นพักๆขณะหลับ (Sleep apnea )
       ลำพังการนอนกรนเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีภาวะหยุดหายใจเป็นพักๆ อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพของผู้นอนกรนไม่มากนัก นอกจากจะรบกวนการพักผ่อนนอนหลับของผู้อื่น โดยเฉพาะคู่นอนหรือเพื่อนร่วมห้อง ซึ่งการรบกวนนี้ อาจเป็นเหตุให้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีอาการนอนกรนกับคู่สมรสตึงเครียดได้
     แต่ถ้าอาการนอนกรนนั้นมีการหยุดหายใจเป็นพักๆร่วมด้วย ผลกระทบต่อสุขภาพจะมีมาก เนื่องจากขณะหยุดหายใจระดับ ออกซิเจนในเลือดจะต่ำลง ระดับคาร์บอนไดอ๊อกไซด์จะสูงขึ้น ความดันของหลอดเลือดแดงในปอดและร่างกายจะสูงขึ้น การนอนจะถูกรบกวนจากภาวะดังกล่าวจนทำให้นอนหลับไม่สนิทตอนกลางคืน ทำให้มีความง่วงมากผิดปรกติในเวลากลางวันและมีแนวโน้มที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เมื่อเทียบกับคนปรกติ นอกจากนี้ภาวะหยุดหายใจเป็นพักๆขณะนอนหลับ (Sleep apnea) ยังเพิ่มอัตราเสี่ยงที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคอัมพาต โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และภาวะเสื่อมสมรรถนะทางเพศอีกด้วย
ในผู้ป่วยเด็กที่มีอาการนอนกรน และหยุดหายใจขณะหลับ จะมีอาการที่แตกต่างจากผู้ใหญ่กล่าวคือในเด็กจะมีอาการ active มากผิดปรกติ สมาธิสั้น พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง และผลการเรียนย่ำแย่ การสังเกตอาการและการวินิจฉัยโรคโดยเร็วจึงมีความสำคัญมากในผู้ป่วยเด็ก
      ในผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจล้มเหลว โรคกล้ามเนื้อ หัวใจขาดเลือด และความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว การมีภาวะหยุดหายใจเป็นพักๆขณะนอนหลับ จะทำให้โรคดังกล่าวมีอาการแย่ลงและยากแก่การรักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้รักษาภาวะหยุดหายใจร่วมด้วยการวินิจฉัย

       อาการนอนกรนที่มีภาวะหยุดหายใจเป็นพักๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้องจากแพทย์ การวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจเป็นพักๆ นั้นต้องอาศัยการตรวจวิฉัยการนอนหลับ (Polysomnography) ในห้องนอนที่เป็นส่วนตัว หนึ่งคืน ในขณะตรวจวินิจฉัยจะมีการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับ คลื่นสมองเพื่อบ่งบอกคุณภาพของการนอนหลับรวมถึงระยะเวลาที่คุณนอนหลับอย่างแท้จริง นอกจากนี้การบันทึกข้อมูล เกี่ยวกับการทำงานของหัวใจ ปอด การไหลเวียนของอากาศในโพรงจมูก ปาก และระดับออกซิเจนในเลือด ทำให้เราสามารถประเมินความรุนแรงของภาวะการหยุดหายใจเป็นพักๆ จากจำนวนครั้งที่ผู้ป่วยหยุดหายใจต่อชั่วโมง ระดับออกซิเจน ในขณะหลับและหยุดหายใจ

batten-02
1. วิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด  การลดน้ำหนัก ด้วยการออกกำลังกาย , ควบคุมอาหาร หลีกเลี่ยงยา หรือเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง เช่น ยานอนหลับ, สุรา การพยายามนอนในท่าตะแคง และหลีกเลี่ยงการนอนหงาย อาจทำให้อาการและความรุนแรงของโรคลดลงหรือหายได้ในรายที่มีการหยุดหายใจขณะหลับไม่รุนแรง ในรายที่มีอาการรุนแรงการใช้เครื่องมือช่วยทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนเปิดกว้างขณะนอนหลับที่เรียกว่า CPAP (Continuous positive airway pressure) นั้น เป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพดีมากที่สุดวิธีหนึ่ง
2. โดยวิธีผ่าตัด ซึ่งมีหลายวิธี ทั้งการผ่าตัดโดยใช้ใบมีด หรือเลเซอร์ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขนาดของช่องทางเดินหายใจ ส่วนบนให้กว้างขึ้น และแก้ไขลักษณะทางกายวิภาคที่ผิดปกติ ที่นำไปสู่การอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบน 

RFpalate

การกรน(Snoring)  เกิดจากกล้ามเนื้อคอคลายตัวขณะหลับจนทำให้ช่องคอแคบลง ซึ่งส่งผลให้ต้องหายใจเข้าออกแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อทางเดินหายใจแคบลงจนถึงจุดหนึ่ง ความแรงของลมหายใจที่ยิ่งเพิ่มมากขึ้น จนเกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อ ภายในระบบทางเดินหายใจ ทำให้มีเสียงกรนตามมา นอกจากนี้ การกรนยังเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น เกิดการปิดกั้นของระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเกิดจากการหย่อนตัวของกล้ามเนื้อ ภายในระบบทางเดินหายใจ เช่น ลิ้น ลิ้นไก่ เพดานอ่อน คอ หรืออาจเกิดจากสารหล่อลื่น ในระบบทางเดินหายใจลดลง ทำให้เกิดอาการแห้ง และบวม ทางเดินหายใจจึงแคบลง เมื่อหายใจจึงเกิดเป็นเสียงกรน

1349702342

ผู้ชายมีอัตราการนอนกรนมากกว่าผู้หญิง โดยเฉพาะคนอ้วน ผู้สูงวัย ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ หรือโรคจมูกอักเสบ ผู้ที่ทำงานหักโหม หรือออกกำลังกายมากเกินไป นอกจากนี้ การดื่มสุรา สูบบุหรี่จัด กินยานอนหลับ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้กรนได้ หากช่องคอแคบลงอีกเรื่อยๆ ก็จะส่งผลให้เกิดการอุดตันในช่องคอแบบชั่วคราว ทำให้ลมหายใจเข้าออกขาดหายไปชั่วขณะ กลายเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า การหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งหากใครมีอาการดังกล่าว ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ เพราะหากปล่อยเอาไว้ อาจเป็นบ่อเกิดของโรคอื่นๆ ตามมา เช่น ความดันโลหิตสูง หัวใจขาดเลือด อัมพาต ตลอดจนทำให้มีปัญหากับคนใกล้ชิด

batten-03
1. ควบคุมน้ำหนัก ความอ้วนเป็นสาเหตุหลักอย่างหนึ่งของอาการนอนกรน เพราะไขมันที่สะสมบริเวณช่องทางเดินหายใจบริเวณคอ ถูกเบียดให้เล็กลง รวมทั้งไขมันที่หน้าอกและท้อง ก็ยังเป็นภาระให้ร่างกายต้องหายใจหนักขึ้น และใช้พลังงานในการหายใจมากขึ้น
2. ออกกำลังกาย เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อที่ดึงรั้งช่องทางเดินหายใจมีความแข็งแรงขึ้น ขณะที่นอนหลับเนื้อเยื่อภายในปาก จะได้ไม่หย่อนลงมาจนขัดขวางช่องทางเดินหายใจ
3. จัดท่านอน พยายามจัดท่านอน เพื่อป้องกันการหายใจทางปาก โดยการนอนตะแคงงอข้อศอก เพื่อให้มือข้างหนึ่งยันคางไว้เป็นการปิดปาก หรืออาจใช้หมอนหนุนหลังเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้พลิกมานอนหงาย อาจฝึกด้วยการนอนในที่แคบๆ จนเคยชินก็ได้ หรือจะลองใช้ลูกเทนนิสสอดไว้ในเสื้อนอนด้านหลัง ความไม่สบายนี้ จะช่วยเตือนให้คุณหลับในท่าตะแคงได้โดยตลอด
4. ยกศีรษะให้สูงขึ้น ถ้านอนตะแคงไม่ได้จริงๆ ให้นอนหงายแล้วใช้หมอนเล็กๆ หนุนที่บริเวณหลังคอด้านบน ยกศีรษะให้สูงจากเตียง เพื่อป้องกันไม่ให้ลิ้นหย่อนลงไปในลำคอ จนเกิดเสียงกรนได้
5. รักษาที่นอนให้สะอาด พยายามกำจัดปัจจัยที่เสี่ยงต่อการเกิดหอบหืด ภูมิแพ้ อันเป็นสาเหตุหนึ่งของการกรน เช่น ไรฝุ่น ขนสัตว์
6. พยายามอย่าให้มีขี้มูกก่อนนอน จะช่วยให้ช่องจมูกเปิดโล่ง ลมเข้าออกได้อย่างสะดวก
7. เพิ่มระดับความชื้นในห้องนอน เพราะการนอนในห้องที่มีความชื้นต่ำมาก อากาศภายในห้องจะแห้ง ทำให้เยื่อบุต่างๆ ในระบบทางเดินหายใจพลอยแห้งตามไปด้วย บางรายอาจเกิดอาการบวม และทางเดินหายใจตีบแคบลง จนเกิดอาการนอนกรนในที่สุด

05-05

1. ไม่ควรกินอาหารก่อนนอนเยอะเกินไป และควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารหนักๆ ในช่วง 3 ชั่วโมงก่อนนอน เป็นไปได้ควรกินอาหารเบาๆ จำพวกซุปร้อนๆ เช่น ซุปมิโซะ ซุปฟักทอง ซุปข้าวโพด หรือกล้วยน้ำว้าสัก 1-2 ผล
2. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือยาที่มีฤทธิ์ที่ทำให้ง่วงซึม โดยทั่วไปแล้วเมื่อเกิดภาวะขาดออกซิเจน สมองและกล้ามเนื้อต่างๆ จะสั่งงานให้ร่างกายตื่นขึ้น แต่ถ้าหากถูกกดเอาไว้ด้วยแอลกอฮอล์ หรือยาที่มีฤทธิ์กดประสาท จะทำให้สมองตื่นช้า และอาจตอบสนองต่อภาวะขาดออกซิเจนไม่ทัน จนอาจเสียชีวิตได้
3. ดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆ ก่อนนอน การนอนกรนส่วนหนึ่งเกิดขึ้น เพราะนอนหลับไม่สนิท ดังนั้น เพื่อการนอนหลับสนิทจนถึงเช้า ลองดื่มนม น้ำผึ้งผสมน้ำอุ่น หรือน้ำสมุนไพรอุ่นๆ สักแก้วดูนะคะ น่าจะช่วยลดปัญหาได้

batten-04

• หอมแดงแก่จัด นอกจากจะมีสรรพคุณแก้หวัด คัดจมูก ลดไขมันอุดตันในหลอดเลือดแล้ว กลิ่นฉุนของหอมแดงยังช่วยให้เกิดความชุ่มชื้นในลำคอ และช่วยให้ระบบหายใจทำงานได้ดีขึ้น จะเอามาดม หรือประกอบอาหารก็ได้ค่ะ กินทุกวันอย่างน้อยสองเดือน และถ้าจะให้ได้ผลดีต้องกินสดๆ เช่น กินกับเมี่ยง ทำเป็นผักจิ้มน้ำพริก เป็นต้น

• พริกขี้หนู รสเผ็ดของพริกจะช่วยให้ทางเดินหายใจโล่ง และเกิดความชุ่มชื่นในลำคอ สารแคปไซซินช่วยลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อรอบหลอดลม พริกจึงมีประโยชน์ต่อคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบหายใจ สามารถนำพริกขี้หนูไปประกอบอาหาร เช่น แกง ต้มยำ หรือต้มโคล้ง จะช่วยให้ระบบหายใจทำงานสะดวกขึ้น ปัญหาการกรนอาจลดลงได้ค่ะ
• ขิง ใช้เหง้าขิงแก่สดขนาดเท่าหัวแม่มือ หรือประมาณ 5 กรัม ทุบให้แตก ต้มเอาน้ำดื่ม จะช่วยให้สดชื่น ระบบทางเดินหายใจทำงานสะดวกขึ้น
• ใบแมงลัก มีฤทธิ์แก้หวัด และหลอดลมอักเสบ นำใบไปประกอบอาหาร จะช่วยให้ระบบหายใจทำงานดีขึ้น

Untitled-4

batten-05
ในบางรายที่มีอาการหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ เพราะอาจทำให้เกิดอาการอื่นๆ ตามมา เช่น โรคความดันโลหิต โรคหัวใจ โรคอัมพาต ซึ่งอาการนี้สังเกตได้ไม่ยาก ทั้งเจ้าตัวที่นอนกรน รวมทั้งคนใกล้ชิดสามารถสังเกตอาการที่ปรากฏง่ายๆ ดังนี้คะ
1. เสียงกรนดังได้ยินชัดเจน
2. ขี้เซาและง่วงนอนมากผิดปกติในตอนกลางวัน ปวดศีรษะและคอแห้งตอนเช้า
3. ตื่นกลางดึกบ่อยๆ ขณะนอนหลับมีการพลิกตัวไปมาอย่างผิดปกติ
4. หายใจติดขัดและหยุดหายใจเป็นพักๆ
5. มีอาการซึมเศร้า ความต้องการทางเพศ และสติปัญญาลดลง
6. ความดันโลหิตสูง จังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติ