วิตามินบำรุง เพิ่มภูมิคุ้มกันในหน้าหนาว

1
386

อากาศหนาวเริ่มใกล้เข้ามาทุกทีแล้วนะครับ เพื่อนๆมีวิธีดูแลสุขภาพเพื่อรับมือกับอากาศหนาวเย็นอย่างไรกันบ้าง ยิ่งสำหรับเพื่อนๆที่มีโรคประจำตัวอย่างเช่น โรคภูมิแพ้ ยิ่งต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ และคงไม่มีใครกล้าปฎิเสธว่ายาวิเศษที่ป้องกันได้สารพัดโรคนั่นก็คือการออกกำลังกาย และจะต้องออกกำลังกายอย่าสม่ำเสมอเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายของเรา แต่ในบางสถาณการ เพื่อนๆอาจจะไม่มีเวลาหรือติดภาระบางอย่างที่ทำให้ไม่สามารถออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอได้ สิ่งต่อไปที่จะช่วงสร้างภูมิต้านทานไม่ให้เจ็บป่วยหรือเป็นไข้ในช่วงหน้านาวได้ก็คงเป็นการรับประทานสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายซึ่ง วันนี้ 108health ก็มีข้อมูลดีๆเกี่ยวกับสารอาหารที่จะช่วยให้เพื่อนๆมีภูมิคุ้มกันที่ดี และไม่ป่วยไข้ในหน้าหนาวที่กำลังจะถึงนี้มาฝากกันครับ

วิตามินบำรุง เพิ่มภูมิคุ้มกันในหน้าหนาว

วิตามินเอ (Vitamin A)

นอกจากจะมีส่วนสำคัญต่อการเจริญเติบโต การสร้างกระดูกและระบบสืบพันธุ์แล้วนั้น วิตามินเอ ยังป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ อีกด้วย อาหารที่มีวิตามินเอสูงได้แก่ ผลไม่ที่มีสี เหลือง ส้ม แดง เขียวเข็ม

วิตามินซี (Vitamin C)

ร่างกายไม่สามารถที่จะสร้างวิตามินซีขึ้นเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานเข้าไป วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี สามารถป้องกันและรักษาการอักเสบอันเนื่องมาจากแบคทีเรียและไวรัสได้ อาหารที่มีวิตามินซีสูงได้แก่ ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้ม ฝรั่ง อะเซโรลาเชอร์รี

วิตามินดี (Vitamin D)

วิตามินดีช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส มีความสำคัญในการสร้างกระดูกและฟันและการเจริญเติบโตตามปกติของเด็ก,วิตามินดีมีผลต่อการดูดซึมกลับของกรดอะมิโนที่ไต ควบคุมปริมาณของแคลเซียมและฟอสฟอรัสในกระแสโลหิตไม่ให้ต่ำลงจนถึงขีดอัตราย  ช วยสังเคราะห์ Mucopolysaccharide ซึ่งเป็นสารที่จำเป็นในการสร้าง คอลลาเจน เกี่ยวข้องกับการใช้เกลือซิเตรทในร่างกายอาจจำเป็นในการทำงานของระบบประสาท การเต้นของหัวใจ การแข็งตัวของเลือด อาหารที่มีวิตามินเอสูงได้แก่ น้ำมันตับปลา ไขมัน นม เนย ตับสัตว์ ตับปลาคอด (COD) ปลาทู ไข่แดง ปลาแซลมอน ปลาซาดีน ปลาแมคเคอร์เรล

วิตามินอี (Vitamin E)

เป็นตัวช่วยไขกระดูกในการสร้างเลือด ช่วยขยายเส้นเลือด ต้านการแข็งตัวของเลือด ลดความสามารถในการจับตัวเป็นลิ่มเลือด และลดอัตราเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดสมองและหัวใจ บำรุงตับซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับเลือดมาก ช่วยในระบบสืบพันธุ์ เซลล์ประสาท และกล้ามเนื้อให้ทำงานได้ตามปกติ อาหารที่มีวิตามินซีสูงได้แก่ น้ำมันจากธัญพืชและถั่วประเภทเปลือกแข็ง 

สังกะสี (Zinc)

ทำหน้าที่เป็นตัวกำกับการทำงานของร่างกาย มีบทบาทสำคัญในการสังเคราะห์กรดนิวคลิอิก และโปรตีนเอนไซม์ในร่างกายมากกว่า 100 ชนิด อาจกล่าวได้ว่าเอนไซม์ที่เป็นสารสำคัญในการเกิดปฏิกิริยาภายในร่างกายเกือบทุกชนิดต้องการสังกะสีเป็นส่วนประกอบจึงจะทำหน้าที่ได้ดี ดังนั้น สังกะสี จึงมีความสำคัญต่อการทำงานของทุกอวัยวะในร่างกายเรา อาหารที่มีวิตามินซีสูงได้แก่ เนื้อสัตว์ ตับ อาหารทะเลโดยเฉพาะหอยนางรม 

วิตามินบี6 (Vitamin B6)

ช่วยร่างกายสร้างภูมิต้านทานแอนติบอดี และช่วยสร้างเซลล์โลหิตใด้ดียิ่งขึ้น บรรเทาโรคที่เกิดจากระบบประสาทและผิวหนัง บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน ช่วยบรรเทาอาการปากแห้งและคอแห้ง แก้อาการเป็นตะคริว แขนขาชาและช่วยขับปัสสาวะ  อาหารที่มีวิตามินซีสูงได้แก่ บริวเวอร์ยีสต์ รำข้าว จมูกข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี ถั่วลิสง ถั่วเหลือง วอลนัท กะหล่ำปลี กากน้ำตาล แคนตาลูป ไข่ ตับ และ ปลา

นอกจากวิตามินต่างๆที่กล่าวมาแล้วนั้น ปัจจุบันยังมีการนำสารสะกัดจากธรรมชาติที่มีประโยชน์และช่วยในการสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคภัยต่างๆมากมายโดยเฉพาะโรคภูมิแพ้และไข้หวัดเช่น

acerola-cherry

อะเซโรลา เชอร์รี่ (Acerola Cherry )

เป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะเขตร้อนแถบทะเลแคริบเบียน จากการศึกษาพบว่า อะเซโรลา เชอร์รี มีปริมาณวิตามินซีสูงกว่าส้ม60-80 เท่า และจัดเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีจากธรรมชาติค่อนข้างสูง อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

เบต้ากลูแคน (Betaglucan)

เป็นสารในกลุ่มโพลีแซคคาไรด์ที่สามารถพบได้ในสิ่งมีชีวิตหลายชนิด เช่น ยีสต์ เห็ดบางชนิด ข้าวบาร์เลย์และข้าวโอ๊ตซึ่งแต่ละชนิดนั้นก็จะมีลักษณะโครงสร้างแตกต่างกันไป เบต้ากลูแคนมีประโยชน์ต่อการสร้างภูมิคุ้มกันอย่างมากโดย เบต้ากลูแคนจะช่วยกระตุ้นเม็ดเลือดขาวให้อยู่ในสภาวะเตรียมพร้อมและตื่นตัวอยู่เสมอรวมถึงช่วยเพิ่มปริมาณการสร้างและการเจริญเติบโตของเม็ดเลือดขาว อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

1 ความคิดเห็น