สวัสดีค่ะ วันนี้เราเอาเคล็ดลับเรื่องการวิ่งมาแชร์ให้ฟังกัน เชื่อว่าใครๆก็วิ่งกันเพราะเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายมากๆค่ะ เพียงแค่มีรองเท้าคู่เดียวก็สุขภาพดีกันได้แล้ว แต่เคยสงสัยกันบ้างมั้ยค่ะ ว่า วิ่งเร็ว วิ่งช้า วิ่งแบบไหนทำให้ร่างกายเราเผาผลาญได้มากกว่ากัน นี่เลย 108health มีคำตอบมาให้คุณค่ะ
การวิ่งถือเป็นการออกกำลังกายแบบพื้นฐานที่ทำได้ง่าย ทำได้บ่อย โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งอุปกรณ์อะไรเลย นอกจากรองเท้าคู่ใจซักคู่ การวิ่งช่วยพัฒนาการทำงานของหัวใจและปอด ช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกิน ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ทำให้นอนหลับได้สนิท และช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคอื่นๆมากมาย

#การวิ่งควรเริ่มต้นอย่างช้าๆ
มีข้อแนะนำสำหรับผู้เริ่มวิ่งใหม่ๆและคนที่ไม่ได้ออกกำลังเป็นประจำว่า ควรเริ่มวิ่งอย่างช้าๆ อาจเริ่มต้นด้วยการเดิน แล้วค่อยวิ่งเหยาะๆ หรือ เริ่มจากวิ่งเหยาะๆแล้วเพิ่มความเร็วขึ้น (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความฟิตของแต่ละบุคคลด้วย) และเมื่อร่างกายฟิตขึ้นจึงค่อยๆเพิ่มความเร็วขึ้น อย่างไรก็ดีเพื่อเป็นการป้องกันอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ ควรเริ่มด้วยการวิ่งแบบช้าๆทุกครั้ง เพื่อเป็นการอบอุ่นร่างกาย และ เตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนการใช้งาน

หากต้องการลดไขมันในร่างกายก็ควรวิ่งช้าๆหรือเดินเพื่อให้ร่างกายได้เผาผลาญเอาไขมันมาใช้ได้มากกว่า (แต่ต้องใช้เวลาให้มากพอ)

#สำคัญที่สุดไม่ว่าจะช้าหรือเร็วก็ขอให้วิ่ง
ถ้าหากต้องการให้การลดน้ำหนักและลดไขมันได้ผล การวิ่ง หรือการออกกำลังกายแบบ Aerobic ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นและขาดไม่ได้ หากเลือกการวิ่งมาใช้เผาผลาญไขมัน ควรเลือกความเร็วที่เราทำได้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ทำอย่างน้อย 40 นาที 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ และหมั่นปรับแผนการวิ่งทุกๆ 4 สัปดาห์ โดยเพิ่มที่ความหนัก เพิ่มความถี่ หรือเพิ่มระยะเวลา ตามความแข็งแรงของร่างกายที่เพิ่มขึ้น หรือเลือกการวิ่งแบบช้าสลับเร็ว ซึ่งวิธีการนี้ไม่ว่าจะวิ่งช้าหรือเร็วคุณก็จะสามารถเห็นพัฒนาการของร่างกายและสามารถลดได้ตามเป้าหมายได้อย่างไม่ยากเย็น

#วิ่งสปีดช่วยเรื่องกล้ามเนื้อและความฟิต
ถ้ามองถึงเรื่องกล้ามเนื้อและความฟิตของร่างกาย การวิ่งเร็วๆก็จะตอบโจทย์ได้มากกว่า จากเหตุผลดังกล่าวผู้รู้ส่วนใหญ่จึงนำเอาข้อดีของทั้งสองการวิ่งมาแนะนำ คือการฝึกแบบ ช้าสลับเร็ว (Interval training) เพื่อให้ร่างกายได้ทั้งการเผาผลาญไขมัน และได้ความฟิตของร่างกายไปพร้อมๆกัน

Credit : lovefitt