“แอนตี้ออกซิแดนซ์” มีประโยชน์?ต่อร่างกาย

0
276

BenefitS
มันเป็นสิ่งที่ควรแก่ความนิยมของสาว ๆ ทุกรุ่นวัยหลายปีก่อน เราได้รับข่าวสารเกี่ยวกับแอนตี้ออกซิแดนต์หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ว่าเป็นยาอายุวัฒนะ เป็นเหมือนมนต์วิเศษที่ช่วยกำจัดโรค ขจัดอนุมูลอิสระที่จ้องทำลายดีเอ็นเอในร่างกาย แต่ล่าสุดวงการวิทยาศาสตร์กลับพบว่า มันไม่ได้มีแต่ประโยชน์เท่านั้นหากบริโภคมากไปอาจก่อเกิดมะเร็งได้ (หือ?) นั่นหมายความว่า ต้องรับประทานเกินขนาดจริง ๆ สารต้านอนุมูลอิสระถือเป็นสิ่งจำเป็นกับร่างกายค่ะ แต่ไม่วิเศษถึงขนาดที่คุณเคยได้ยินแน่ ๆ

ลับสมอง

สารต้านอนุมูลอิสระจะกำจัดสารพิษในสมองที่เป็นสาเหตุของการสูญเสียการเรียนรู้และความจำและช่วยลดความเสี่ยงโรคความจำเสื่อมและอัลไซเมอร์

ดูแลหัวใจ

มีผลการศึกษามากมายพบว่ากินผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นประจำ เช่น หอมใหญ่ ข้าวโพด คะน้า บร๊อกโคลี่ ตลอดจนผลไม้เนื้อเหลืองและเหลืองเข้มช่วยลดความดันโลหิต ระดับคอเลสเตอรอลและการตอบสนองอินซูลิน (ปัจจัยหลักของการเกิดโรคเบาหวาน)

ปกป้องสายตา

ลูทีน หนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระมีหน้าที่ปกป้องดวงตาจากรังสียูวีนอกจากนี้ยังพัฒนาการมองเห็นในที่ที่มีแสงน้อยเพียงแค่บริโภค 20 มิลลิกรัม/วัน (คะน้า 1 ถ้วย) นาน 1 ปี จะเพิ่มประสิทธิภาพให้ดวงตาทนต่อแสงจ้าได้ดีขึ้น

ชะลออายุผิว

คาเทชิน (พบในชาเขียว) วิตามินซี (พบมากในฝรั่งและมะละกอ) ส่วนวิตามินอี (พบในอัลมอนด์) จะซึมผ่านกระแสเลือดไปยังคอลลาเจนในชั้นผิว ช่วยยับยั้งการก่อตัวของสารเคมีที่เป็นสาเหตุริ้วรอย

Image

ภูมิคุ้มกันแข็งแรง

หากทานแอนตี้อออกซิแดนต์ที่ได้จากพืชเป็นประจำ จะสามารถยับยั้งการก่อตัวของเซลล์มะเร็งระวัง! อย่ากินอาหารเสริมมากเกินจำเป็น เพราะมันจะรบกวนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

เสริมสร้างกล้ามเนื้อ

                อนุมูลอิสระไม่ได้เลวร้ายเสมอไป เจ้านี้เป็นผลผลิตที่ร่างกายสร้างขึ้นระหว่างออกกำลังกายช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกาย กำจัดของเสียออกจากร่างกาย 4 ชั่วโมงหลังออกกำลังกายและเพิ่มประโยชน์ทวีคูณ

บำรุงการสืบพันธุ์

นอกจากจะเป็นเรื่องตลกแล้วยังไม่มีการวิจัยชิ้นไหนเชื่อมโยงว่าสารต้านอนุมูลอิสระมีประโยชน์ต่อระบบสืบพันธุ์แต่อย่างใด

กินเท่านี้ก็เพียงพอ ปริมาณที่เหมาะสมก็คือผักผลไม้ อย่างผักโขม แบล็กเบอรี่ พริกไทย แครอต และมะเขือเทศ 5-9 หน่วยบริโภคต่อวัน